สมาชิกบ้านกลอน

ดาวศรัทธา

มีข้อสงสัยและข้อเสนอเกี่ยวกับสมาชิกของเว็บ www.thaipoem.com ดังนี้ครับ
1. เหตุใดจึงมีสมาชิกต่างชาติมากมายในทะเบียนสมาชิก เขาได้ใช้ประโยชน์อย่างไรกับเว็บนี้ และมีผลกระทบฐานข้อมูลและรายละเอียดของสมาชิกอื่นๆอย่างไรหรือไม่
2. เข้าใจว่าเว็บไม่มีระบบกรองคำหยาบ และเปิดโอกาสให้ใครก็ได้ เขียนอะไรก็ได้ในเว็บ โดยไม่ต้องรับผิดชอบอะไร ปล่อยให้สมาชิกเจ้าของหัวข้อต่างๆรับผิดชอบเอง โดยเจ้าของหรือผู้ดูแลเว็บไม่เข้ามาเกี่ยวข้อง
3. ขอเสนอว่า หากต้องการให้เว็บนี้มีคุณภาพมากขึ้น และหลีกเลี่ยงกรณีหมิ่นประมาทหรือการทำผิดกฎหมายเท่าที่จะทำได้ ควรให้เฉพาะสมาชิกที่ล็อกอินเท่านั้นเขียนข้อความใดๆในเว็บ
เคยเข้ามาแจมโดยไม่ได้เป็นสมาชิก ด้วยรู้ตัวว่าจะไม่ทำผิด แต่เห็นว่ามีช่องโหว่มากมาย จะทำให้เว็บเสื่อมเสียได้ง่าย จึงขอถามและเสนอมา
หากท่านใดมีความเห็นอย่างไร เชิญครับ				
comments powered by Disqus
  • Daosaddha

    16 มีนาคม 2553 11:21 น. - comment id 28461

    ก็ว่างั้นแหละครับคุณกิ่งโศก
    
    ความจริงต้องขอบคุณเขา ที่ให้เราได้ฝึกทำอุเบกขาบ่อยๆ
    ห่วงแต่เว็บ เขาให้เสรีเต็มที่ก็ดีไปอีกแบบ
    เป็นไปตามธรรมชาติคนอยู่แล้ว
    
    ขอบคุณนะครับ
    
    โคลงดุดันดีนะ
    ไปใส่ในกระทู้บนด้วยสิ (ผมคงไม่เข้าไปอ่านหรอก)
  • ผ่านมาผ่านไป

    16 มีนาคม 2553 20:39 น. - comment id 28464

    พักหลังๆนี่ก็เห็นว่ามีการโพสหยาบๆกันเยอะจริงๆด้วย...เห็นด้วยที่จะมีการกลั่นกรอง แต่คุณ Admin คงจาเหนื่อยแย่เลยง่ะ
    
    ว่าแล้วมันอยู่ที่จิตสำนึกของคนที่จะโพสด้วยเหมือนกัน....ที่เห็นก็มีไม่กี่คน (คนเดียว
    แต่มีหลายชื่ออ่ะน๊ะ)....แต่ก็อีกหล่ะ
    อย่าไปบ่นคนบ้า อย่าไปว่าคนเมาเค้าเลย
    เราจะจิตเสียไปด้วย...เค้าพล่ามอะไรมา
    มันก็เหมือนว่าขว้างงูไม่พ้นคอ หาข้อเท็จ
    จริงมายันกะคนอื่นๆเค้าไม่ได้สักกะอย่าง
    เรื่องเก่าเล่าใหม่อยู่นั่น  เบื่อแล้ว...
    
    ....
  • กิ่งโศก

    16 มีนาคม 2553 09:34 น. - comment id 28487

    คุณดาวศรัทธา..
      เคยมีการออกกระทู้ แสดงความคิดเห็นแบบ
    
    เสรี..อิสระ ได้เต็มที่.
    เมื่อไม่นานมานี้ ครับ  ก็มีผู้นำเสนอ กันพอสมควร
    
    แต่บทสรุป กระทู้ที่บอกถึงความอิสระทางความคิด
    
    สรุปแบบไม่มีข้อสรุป  จน สุดท้าย ต้องมีข้อความที่ทำให้หลาย อ่านแล้วอึ้ง..
    ..กับคำที่ เข้าใจว่า ขับไล่ ..อันนั้น
    
    ..ผมคงไม่แสดงความเห็นอะไรหรอกครับ ..เด๋วจะโดนขับอีก
  • ดาวศรัทธา

    15 มีนาคม 2553 23:47 น. - comment id 28527

    ไม่เห็นด้วย โดยไม่มีเหตุผลก็เชิญนะครับ
  • แมวเหลือง

    16 มีนาคม 2553 00:36 น. - comment id 28528

    จริงนะครับ แต่อาจเป็นเพราะว่ามีบุคคลากรน้อยหรือเปล่า ไม่แน่ใจ   อืม ใช่นะก็ค่อนข้างหยาบนะครับ อาจจะมีอยู่ไม่กี่คนแต่ก็ทำให้พวกเขาย่ามใจได้ อีกอย่างถ้า Block เพื่อทำโทษคนที่หยาบคายก็น่าจะดีนะครับ
    
    12.gif61.gif69.gif48.gif24.gif
  • Daosaddha

    16 มีนาคม 2553 10:58 น. - comment id 28536

    12.gif36.gif36.gif36.gif
    หยาบแบบระรานหาเรื่องเราคงไม่เล่นด้วย
    การไม่ยอมรับ ศาล ยุติธรรม มันก็ไม่มีวันจบหรอกครับ
  • ใจปลายทาง

    16 มีนาคม 2553 21:09 น. - comment id 28548

    อ้อมไม่อ่านเม้นเขาหรอก ลบทิ้งอย่างเดียว มองผ่านๆ ก็เดาได้ ลบแหลก เผลอๆลบของเพื่อนบางคนด้วยสิ
  • Daosaddha

    16 มีนาคม 2553 10:48 น. - comment id 28553

    แต่ไงก็ มีใครช่วยตอบในข้อ 1 ถ้าทราบ นะครับ
    มีสมาชิกที่เป็นต่างชาติเข้ามากัน มากๆๆๆๆๆๆๆ
    ไม่รู้เขาเอาไปทำประโยชน์ไรกัน
    
    คงไม่มาล้วงตับเรานะ 
    3.gif3.gif3.gif3.gif3.gif3.gif3.gif3.gif
  • กิ่งโศก

    16 มีนาคม 2553 10:52 น. - comment id 28554

    เหอๆๆ..ก็ไม่มีอะไรมากมายครับ
    
    เอาน่าปล่อยๆ ไป
    
    มันถึงจะเป็นไปตามเจตนา..คือ อิสระเสรี
    
    ..ใครใคร่งัวค้า  ใคร่ค้าค้า  555
    
    ถือว่าทำบุญให้กะคนที่มา ระบายในกระทู้ก็แล้วกัน 
    
    ไม่งั้นจะอกแตกตาย  ขาดที่ระบาย ก่อนเลือดกระอัก 55
    
    โลมเดือดเลือดชั่วล้น....ลานดิน
    สำนึกตรึกแค่ตริน......ต่ำใต้
    ลืมเหง้าเผ่าถวิล.......หวงแผ่น ดินเฮย
    สุมพ่นโสโครกใช้....แปดเปื้อนปฐพี
  • Daosaddha

    16 มีนาคม 2553 10:29 น. - comment id 28557

    ขอบคุณคุณกิ่งโศก เผอิญไม่ได้ติดตามในช่วงนั้น
    ถ้างั้นก็คงต้องปล่อยไปตามกรรม
    คนดูแลเว็บเขาไม่สน หรือไม่มีเวลาพอ
    คงต้องปล่อยให้รกไป
    นึกว่าจะมีใครสน อิอิ
  • แมวเหลือง

    16 มีนาคม 2553 23:56 น. - comment id 28562

    อ้าว ตามมารับใช้เจ้านายขอมถึงที่นี่เลยด้วยนะ รากเน่า  ปอ. ไปนรกพร้อมนาย    นึกว่าอ่านหนังสือไม่ค่อยแตกเลยจะอยู่ที่ส่วนของกลอนคอย Copy แล้ว Paste อย่างเดียว
    
    เฮ้อ ไปทั่วทั้งบ้านกลอนเลย ต้องทำบุญบ้านนี้
    ปีละกี่ครั้งดีนะ
    
    12.gif23.gif
  • กันนา

    16 มีนาคม 2553 17:48 น. - comment id 28583

    โอ...อมิตตพุทธ
    
    11.gif
  • ฉางน้อย

    17 มีนาคม 2553 18:53 น. - comment id 28591

    ไม่อยากคิดไรมากคะ 
    
    เดี๋ยวฉางน้อยนำเสนอความคิดเห็นอะไรออกไป
    
    เดี๋ยวก็โดนว่า อีก  ว่า แน่จริงไปตั้งเวปเอง เล่นเองดิ อิอิ ม่ะอาววววว  20.gif46.gif65.gif74.gif
  • SingleMom

    17 มีนาคม 2553 11:50 น. - comment id 28596

    แน้..ยังตามมาอีก61.gif
    คงต้องเรียกสาธารณสุขมาช่วยแล้วอ่า
  • ใจปลายทาง

    17 มีนาคม 2553 19:33 น. - comment id 28597

    ไม่เมื่อยหรอกค่ะ ยกลังเบียร์ที่บ้านเมื่อยล้ากว่านี้ อีกค่ะ อิอิ 
    
     เจอปุ๊บลบปั๊บ มันรก ห้องเรา ทำตามพี่อิมบอก พี่อิมบอกว่าให้ไม้กวาด คนละ1 อัน ไว้ปัดกวด อ่ะค่ะ 
    
    
     ป.ล.   ฉางน้อย ตะเองคิดเหมือนเราเลยนะ
  • Daosaddha

    17 มีนาคม 2553 13:37 น. - comment id 28605

    มาบอกว่า คคห ใดหายไป คงเป็น ผู้ดูแลช่วยมากวาด
    แต่ อย่าเลยครับ ปล่อยไปเถอะ เสียเวลา
    เข้ามาก็คอยอุดจมูกมั่งละกันถ้าทนไม่ไหว
  • Daosaddha

    17 มีนาคม 2553 14:01 น. - comment id 28608

    ลืมขอบคุณ ผู้ดูแล ที่มาช่วย 
    36.gif36.gif36.gif59.gif59.gif59.gif
    
    เข้าใจว่าพอจะเชี่ยวชาญทางเน็ทด้วย
    ถ้าทำได้ ก็ส่งใบแดงให้เบอร์พวกนี้ไปเลย
          70.gif
    
    แต่เก็บไว้ก็ดี (คล้ายเป็นสัตว์เลี้ยง)   67.gif
    คนป่วยหนักๆแบบนี้ มีที่ปลดปล่อยบ้าง คงไม่ไปอาละวาดในสังคมจริงๆ
    
    เราก็คอยเลี่ยงหลบ อย่าให้โดนงับเป็นแผลละกัน
    
    
    19.gif19.gif19.gif19.gif19.gif
  • SingleMom

    17 มีนาคม 2553 14:56 น. - comment id 28610

    เค้าว่าคุณหน่ะ..คุณ Daosaddha
  • ดาวศรัทธา

    17 มีนาคม 2553 19:42 น. - comment id 28611

    ก็ว่างั้นแหละครัฉาง
    เรามีที่ปลดปล่อยก็ดีแล้ว ยังจะบ่นอีก
    
    เย้ อ้อมผู้ทรงพลัง มาช่วยแล้วววว
  • ดาวศรัทธา

    17 มีนาคม 2553 19:49 น. - comment id 28612

    บ้านกลอน จะกลายเป็นบ้านประตู ที่ไม่มีกลอน ซะแล่ว
    
    19.gif19.gif19.gif
  • ดาวศรัทธา

    17 มีนาคม 2553 18:04 น. - comment id 28614

    มาสรุปคำตอบ
    
    ข้อ1 ไม่มีใครทราบ
    ข้อ2 เหมือนเดิม
    ข้อ3 ไม่ผ่าน
    
    ขอบคุณ 12.gif ทั้งสองความเห็น มาบ้านนี้ระวังสัตว์เลี้ยง (มาแอบอาศัย) ด้วยนะครับ
    
    ขอบคุณคำชี้แจงทั้งสองของคุณกิ่งโศกนะครับ
    
    11.gif11.gif11.gif โอมเพี้ยงงงง ขอบคุณคุณกันนาที่มาเป่าให้ครับ
    
    ขอบคุณที่ผ่านมาคุญครับ ไม่รู้ว่าบ้าหรือเมา หรือ ครึ่งบ้าครึ่งเมา อิอิ
    
    อ้อมลบไม่เมื่อยเหรอ เขาอุตส่าห์แปะมาเมื่อยกว่าเราตั้งเยอะ
    สงสารมั่งจิ ปล่อยให้มาช่วยเฝ้าบ้านก็ดีนะ
    เดี๋ยวก็จะเก็บกวาดเหมือนกัน ใครมาอ่านจะได้ไม่สะดุด
    
    คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว มาช่วยเลี้ยงบ้านนี้ด้วยเหรอ ไม่ต้องให้อาหารนะ
    
    ต่อไปนี้ จะปล่อยสัตว์เลี้ยงให้เพ่นพ่านได้แล้ว
    ใครมาทีหลัง ดูแลตัวเองเน้อ
    
    
    
    19.gif19.gif19.gif20.gif20.gif9.gif13.gif31.gif31.gif31.gif5.gif
  • ดาวศรัทธา

    17 มีนาคม 2553 23:24 น. - comment id 28619

    64.gif35.gif67.gif14.gif31.gif31.gif31.gif19.gif19.gif19.gif19.gif19.gif
  • ฉางน้อย

    18 มีนาคม 2553 12:37 น. - comment id 28625

    22........เป็นไรไปป่าวคะ  หาหมอป่ะ อิอิ
    
    ล้อเล่นนนนน ค๊า..........11.gif46.gif
  • ดาวศรัทธา

    18 มีนาคม 2553 17:56 น. - comment id 28629

    ไม่มีไรฉาง มาแหย่เล่น ออกกำลังนิหน่อย
    
    23.gif22.gif35.gif
  • ฉางน้อย

    19 มีนาคม 2553 18:57 น. - comment id 28656

    24.........ฉางน้อยก็ล้อเล่นน๊า อิอิ 
    
    ยิ้มค่ะ ยิ้ม 5555546.gif46.gif46.gif20.gif20.gif20.gif
  • ดาวศรัทธา

    19 มีนาคม 2553 20:35 น. - comment id 28665

    หายเหม็นและ
    สัตว์เลี้ยง(เจ้าของหนีเปิดไปไม่ยอมกลับซักที) แอบมาอึใส่ประจำ จะไล่เตะก็กลัวแว้งกัด
    เดี๋ยวติดเชื้อบ้าไปด้วย
    
    น่าเป็นห่วงบ้านเมืองนะ เดี๋ยวมาคุยต่อ ยาวๆ (เผื่อมีใครมาแอบฟัง)
  • ดาวศรัทธา

    19 มีนาคม 2553 20:30 น. - comment id 28666

    หลานฉางมาเยี่ยมคุย
    เดี๋ยวนะ ปัดกวาดบ้านต้อนรับก่อน
  • ดาวศรัทธา

    19 มีนาคม 2553 21:03 น. - comment id 28667

    ที่น่าเป็นห่วง จนยิ้มไม่ค่อยออก ก็เป็นเรื่องบ้านเมือง
    ใหญ่โตเกินกำลังคนสามัญธรรมดาอย่างเราๆท่านๆจะทำอะไรได้
    
    มันเป็นเรื่องพื้นฐานของชาติ
    
    เราเรียนกันมาว่า ระบบหลักๆที่ประคองชาติทั่วๆไป มีอยู่สามหลักคือ ระบบบริหาร ระบบนิติบัญญัติ และระบบตุลาการ ซึ่งต้องคานกันให้สมดุล ยอมรับซึ่งกันและกัน จึงจะเป็นบ้านเมืองที่สงบสุข ราบรื่น
    
    ที่ผ่านมา เมืองไทยยังลุ่มๆดอนๆ ปัญหาหลักคือ ระบบนิติบัญญัติ มักถูกแทรกแซงครอบงำโดยระบบบริหาร
    
    เหตุที่ระบบบริหารมีอำนาจมาก เพราะเป็นแหล่ง ผลประโยชน์ คนแย่งชิงกันเข้ามา โดยอาศัย ระบบนิติบัญญัติ ซึ่งกลายเป็นแค่ทางผ่าน หน้าที่ในการทำนิติบัญญัติ กลายเป็นการสนองให้ฝ่ายบริหารที่ครอบงำ สมาชิกส่วนใหญ่ของสภานิติบัญญัติ
    
    เมืองไทยจึงดูเหมือน เป็นเก้าอี้โยกเยกสองขาครึ่ง
  • ดาวศรัทธา

    19 มีนาคม 2553 21:17 น. - comment id 28668

    ที่ผ่านมา ตั้งแต่สมัยสมบูรณาฯ ระบบตุลาการ เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย และ โดยส่วนรวม ระบบตุลาการ ก็ดำรงตนอยู่ในความยุติธรรม มาโดยตลอด
    
    บางครั้งบางระดับ อาจถูกเบี่ยงเบนไปบ้าง คนก็ยอมรับกึ่งๆแบบยอมจำนน
    เช่นกรณีซุกหุ้นภาคแรก ทั้งๆที่เห็นอยู่ว่าผิด ก็ยอมรับ คำวินิจฉัยว่า "ผิดโดยบริสุทธิ์" (เป็นยังไงฟะ)
    
    ไอ้ทัก มันยังยอมรับเลย เพราะมันได้ประโยชน์
    (เรียกไอ้ทัก เพราะมันเป็นไพร่)
    
    ตอนนี้มัน (และพวก) ไม่ยอมรับ ศาล เพราะมันเสียประโยชน์
    
    นี่คือ ดับเบิ้ลสแตนดาด ขนานแท้
  • ดาวศรัทธา

    19 มีนาคม 2553 21:41 น. - comment id 28669

    บ้านเราเจอวิกฤติมานาน เพราะไอ้ทักมันฉลาดแกมโกง
    (ขนาดรวยล้นฟ้า โกงชาติจนรวยมากกว่าเท่าตัว โดยพวกไพร่เป็นหนี้กันท่วมหัว ยังหลงรักมัน)
    การซุกหุ้นภาคสอง ไม่เห็นมีไพร่คนไหนแก้ต่างให้มันเลย แต่กลับหาว่า ศาลไม่ยุติธรรม มันถูกครอบกะโหลกกันไปหมด (ถูกเศษกระดูกยัดปาก อิอิ)
    
    ตอนนี้ ที่น่าห่วงก็เรื่องนี้แหละ
    ไม่รู้จะช่วย พวกไพร่ได้ยังไง (เรายังไม่รู้ตัวเองเลยว่าเป็น ไพร่ หรือเป็นนายทาส สงสัยต้องหาทาสมาเลี้ยง อยากเป็นนาย อิอิ)
    
    คุยแค่นี้ก่อนนะ ยาวและ
  • ดาวศรัทธา

    20 มีนาคม 2553 20:41 น. - comment id 28673

    ว่างๆ มาคุยต่อถึงไอ้ทัก ไพร่สถุล เผื่อมีใครอยากอ่าน อิอิ
    
    มันฉลาดไม่แค่แกมโกงนะ แต่ ชั่วชาติ เลยแหละ
    ตอนนี้ใครๆก็เห็นชัดเพราะหางมันโผล่ล่อนจ้อนไปแล้ว
    เมื่อก่อน เรายังหลงเชื่อมันเลยว่า "รวยแล้วไม่โกง"
    ยังให้คะแนนเสียงมันไปตอนอยู่พลังธรรม
    ตอนหลัง พอมันค่อยๆซื้อค่อยๆดูด ทั้งเงินทั้งคนทั้งพรรค จนได้เสียงมาก
    มันก็ยัดโน่นยัดนี่เข้าปากรากเน่าและพรรคพวก
    แก้โน่นแก้นี่ จนระบบเมืองไทยเสียไปหมด
    มันเหิมขนาดกวาดซื้อทุกอย่างที่ขวางหน้า
    คนไทย ที่ตามไม่ทัน ถูกขายตัวขายวิญญาณไปโดยไม่รู้ตัว
    ศาลยังถูกเซาะไปบ้างเลย
    
    สมัยนั้น มีไม่กี่คนที่อาจหาญทัดทานมัน เพราะมัน(และพวก) ช่วยกันเด็ดหัวออกไปเกือบหมด
    
    ถ้ามันยังอยู่ในเก้าอี้จนป่านนี้ คงได้เห็นบ้านเราฟองแตกเละเทะ รากเน่าอาจกลายเป็นปุ๋ยไปแล้ว (อย่างเต็มใจ)
    
    มันเถียงนโยบาย เศรษฐกิจพอเพียง คอเป็นเอ็น (แต่ไม่กล้าโฉ่งฉ่าง)
    ไอ้ทัก มันไม่รู้เรื่อง เศรษฐกิจ หรอก มันรู้แต่เรื่องหาเงิน (เข้ากระเป๋าตัวเอง) แล้วโยนเศษเงินจ้างคนงกเข้ามารับใช้ โดนหลอกแ-กไปมั่ง แต่มันหลอกแหลก ชาติไปมากกว่า จนไปไม่รอด เพราะพุงแตก
    
    ตอนนี้หนีหัวซุกหัวซุน แต่ยังมีสมบัติที่โกงชาติซุกอยู่ข้างนอกอีกเหลือเฟือ พอให้ไปผลาญ ได้ซื้อที่นอนตีพุงไปทั่ว แถมยังใช้เครื่องส่วนตัวแบบ "มหาไพร่"
    
    
    19.gif19.gif19.gif19.gif19.gif
  • ดาวศรัทธา

    21 มีนาคม 2553 12:23 น. - comment id 28687

    ขอบคุณ คุณทางแสงดาวที่มาอ่านและให้ความเห็นนะครับ
  • ดาวศรัทธา

    21 มีนาคม 2553 12:40 น. - comment id 28688

    เปลี่ยนประเด็นไปจาก หัวกระทู้ โดยไม่ตั้งใจ (แต่เดี๋ยวก็คงตกจากหน้าแล้วละ)
    
    ไม่อยากไปเขียนที่อื่น
    เดี๋ยวคนมาขอ คืนพื้นที่ (ไม่มีให้ มีแต่ 36.gif36.gif36.gif และ 59.gif59.gif59.gif)
    
    ขออำไพล่วงหน้าครับ
  • ดาวศรัทธา

    21 มีนาคม 2553 12:15 น. - comment id 28690

    ตูอยู่ไม่ได้ พวกสูก็อย่าอยู่เป็นสุขเลย
    ไอ้ทัก อภิโคตรหมาไพร่ ป่าวประกาศถึงคนไทย (ยกเว้น พวกไพร่จะไม่ได้ยิน)
    
    เหตุที่พวกไพร่ไม่ได้ยิน เพราะมันเป่าคาถาเงินหมาระรวย หลอกใช้ไพร่เป็นมือตีน ป่วนเมืองแทนมัน
    มันทำไปได้โดยไม่รักบ้านเมือง เพราะรู้ว่า ไม่มีทาง ที่มันจะกลับมาติดคุกให้เสียเชิงหมาไพร่ สู้อยู่ร่อนเร่พเนจร ใช้เงินที่โกงชาติมาถลุงทั้งชาติก็ใช้ไม่หมด ว่างๆก็โยนเศษกระดูกกลับมาให้พวกไพร่ทำงานอย่างต่อเนื่อง
    
    หวังว่าจะกลับมา ปกครองไพร่ ท่ามกลางเศษปรักหักพังของแผ่นดิน ด้วยน้ำมือและน้ำเงินของมันและพวก
    
    หารู้ไม่ว่า บุญกรรมมีจริง พระสยามเทวาธิราชมีพลานุภาพ
    
    กรรม กำลังคืบคลานมาอย่างเงียบเชียบ โดยไอ้ทัก หารู้ตัวไม่
    เกือบตามมาทันแล้ว ไอ้พวกไพร่รอชมอย่างใจระทึก
    
    19.gif19.gif19.gif19.gif19.gif
  • ทางแสงดาว

    21 มีนาคม 2553 08:37 น. - comment id 28692

    เห็นตามที่คุณว่าเหมือนกันในหลายๆเรื่อง28.gif
  • ธันวันตรี

    21 มีนาคม 2553 19:34 น. - comment id 28698

    น่าเห็นใจกับทุกฝ่ายนะครับ
    
    ปัญหานี้ไม่ทราบจะแก้ไขอย่างไร
    
    หลายมุมมอง หลายความเห็น จนทำให้เกิดความบาดหมางกันเองก็มี
    
    เจ้าของบ้านก็ไม่รู้หายไปไหน สร้างบ้านไว้แล้วก็หายไปเลย ปล่อยให้สมาชิกดูแลบ้านกันเอง (คงสร้างบ้านให้อยู่กันเอง ดูแลกันเองมั้งครับ)
    
    น่าเห็นใจผู้ดูแลระบบ ที่หลายคนต่างโยนความผิดไปให้เธอ ทั้งๆ ที่เธอไม่สามารถวางระบบอะไรได้
    
    ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านสามารถผ่านพ้นกับอุปสรรคไปได้ด้วยดีครับ
    
    36.gif11.gif36.gif
  • ดาวศรัทธา

    21 มีนาคม 2553 19:58 น. - comment id 28699

    ขอบคุณครับ คุณหมอ
    
    ระบบก็ดีครับ เปิดกว้าง มีของมีที่ให้เล่นเหลือเฟือ
    การควบคุมระบบ ต้องใช้เวลาและไม่น่าคุ้มกับผลที่ได้
    ถ้าคนจ้องจะป่วน มีช่องโหว่เยอะแยะ
    ที่เสนอ ความจริงก็ไม่ได้หวังนักหรอก ทำเหมือนแก้เกี้ยว หนีการทะเลาะ แก้หน้าไปงั้นแหละ
    
    ต้องทำใจ ว่า มันเป็นอย่างนั้นแหละ
    
    เห็นใจคนดูแลนะ คุณเธอคงหมดอารมณ์แต่งกลอนไปแล้ว
    (ไม่งั้นก็คงกระเจิดกระเจิงกันเป็นแถว รวมทั้ง ข้าพเจ้า อิอิ)
    
    36.gif59.gif36.gif
  • ดาวศรัทธา

    22 มีนาคม 2553 10:40 น. - comment id 28707

    ขอบคุณครับ คุณ Darkness Hero ที่มาช่วยเติมข้อมูล
    36.gif59.gif36.gif
    
    น่าสงสัยมากในข้อ1 ว่าเหตุใด ต่างชาติจึงเข้ามาเป็นสมาชิกอย่างมากจนผิดสังเกตุ
    น่าจะมีผลได้อย่างใดอย่างหนึ่ง ในการใช้เน็ท
    อาจมาแอบไว้เป็นทางผ่านเว็บประหลาดๆก็ได้ (เดา อิอิ)
    ถ้าผมเป็นเจ้าของเว็บ คงต้องตามไปดูว่าเขามาทำอะไรกัน เพราะไม่มีใครเลยที่มาเขียนกลอนในนี้
    
    ที่คุณเสนอทำนองตัดไปโดยอัตโนมัติ ถ้าไม่แอ็คถีบ ก็มีทั้งข้อดีข้อเสีย
    (ข้อเสีย ตกกับสมาชิกละมั้ง)
    
    ขอบคุณอีกครั้งครับ กระทู้จะตกขอบและ ยังต้องถือไม้กวาดมาออกกำลังอยู่เรื่อยๆ
    
    11.gif67.gif11.gif
  • Darkness_Hero

    22 มีนาคม 2553 10:17 น. - comment id 28708

    1. ผมมองว่าพูดถึงขนาดของ DATABASE มันใหญ่กว่าที่ควรครับ บ้านกลอนไทยมี User ที่ไม่ได้ขยับมากมาย แต่ถ้าผมเป็น Webmaster ผมคิดว่าควรจะเก็บDatabaseนี้เอาว้ เพราะ User เหล่านี้อาจจมีข้มูลบางอย่างอยู่ เช่นกลอนดีๆ ข้อความดีๆ ในสมัยที่ User นี้ยังขยับ อย่างไรก้ดี ถ้าUser ไม่มีการขยับเลยในระยกเวลาที่กำหนด ผมว่าก็ควรลบทิ้งเสียครับ ไม่ก็ประกาสังคายนา Database สักที
    
    2. ระบบกรอกคำหยาบ ผมเคยซักถามผู้ดูแล เขาให้ข้อมูลว่า เขาต้องการปล่อยให้ใช้ภาษามากที่สุด เพราะเว็บนี้เป็นเว็บที่ต้องพึ่งความร้างสรรค์ทางภาษา
    
    3. ผมเคยเสนอไปแล้ว และผมคิดว่าหลายๆคนก้คงคิดเหมือนกันครับ แต่ไม่รู้เคยเสนอไปหรือไม่ อย่างไรก็มีไม่มีเสียงตอบใดๆจาก"ผู้ดูแล" หรือจาก Webmaster ใดๆ นอกจากให้ทุกคนถือไม้กวาด แล้วจัดการบ้านตัวเองแล้วกัน แม้จะเห้นช่องโหว่มากมาย ซึ่งพวกเราคงเห็นกันอยู่ว่าทุกวันนี้บ้านกลอนเป้นอย่างไร ไม้กวาด1อันต่อคนมันช่วยสังคมบ้านกลอนได้จริงๆเช่นนั้นหรือ?  เอาเป็นว่าผมก็ปัดๆกวาดๆบ้านตัวเองเรื่อยๆนั่นแหละครับ ไม่มีใครอยากบ้านตัวเองรกหรอกครับ เจ้าของหมู่บ้านเองก้คงไม่อยากให้หมู่บ้านของเขามีขยะระเกะระกะ สัตว์และแมลงอันไม่น่าพึงประสงค์อาศัยอยู่หรอก(มั้ง)ครับ
    
    อย่างว่าแหละครับ เดี๋ยวจะกลายเป็น "ถ้าไม่พอใจก็ไปที่อื่นเถอะ" อย่างที่คุณฉางน้อยว่านั่นแหละครับ
  • Daosaddha

    23 มีนาคม 2553 01:57 น. - comment id 28745

    ไหนๆ ก็ไหนๆ ก่อนปิดกระทู้ เอาบทวิเคราะห์ล่าสุดมาแปะไว้
    เผื่อมีใครสนใจ
    
    3.gif17.gif69.gif37.gif
    
    แสร้งลั่นกลองรบเพื่อกลบทางถอย
    เปลว สีเงิน 23มีนาคม2553
    
    มีเวลาสำหรับ ๓ แกนนำไพร่เพียง ๕-๗ วันเท่านั้นที่จะตัดสินใจว่า จะทำ "สงครามครั้งสุดท้าย" ต่อให้แตกหัก หรือจะสลายการชุมนุม โดยให้แต่ละบรรดาแกนนำ "ถอยทัพ" กลับไปชนิดยังมีโอกาสใช้เงินค่าน้ำพัก-น้ำแรง และค่าชักหัวคิว ปราชญ์ซุนวูบอกว่า "รู้เขา-รู้เรา ร้อยรบ-ไร้พ่าย, ไม่รู้เขา-แต่รู้เรา อาจชนะครึ่งหนึ่ง, แต่ถ้าไม่รู้ทั้งเขา และไม่รู้ทั้งเรา จะแพ้ทั้งหมด" ถึงตอนนี้ ๓ แกนนำ "วีระ-จตุพร-ณัฐวุฒิ" น่าจะเข้าใจแล้วว่า ทางที่ดีที่สุดสำหรับตัวเองคือ...ทางไหน?
    
    แต่เท่าที่ผมจับความเคลื่อนไหวจาก ๓ แกนนำ ตลอดวานนี้ (๒๒ มี.ค.) สรุปความหลากหลายลีลาลงได้ชัดๆ ว่า ขณะนี้แกนนำเสื้อแดงตกลงแผนขั้นสุดท้ายกันลงตัวแล้ว แผนนั้นคือ
    
    "แสร้งทำเป็นรุกเพื่อปกปิดทางถอย"!?
    
    ก็ที่ทำ ขึงขัง-เสียงดัง-ปากดี ประกาศจะใช้ยุทธวิธี "ตามไปดู" นายกฯ อภิสิทธิ์ทุกที่-ที่ไปบ้าง จะไปปิดล้อมทำเนียบฯ ปิดล้อมรัฐสภา เพื่อไม่ให้ฝ่ายรัฐบาลทำงานทางบริหารได้บ้าง กระทั่งทำเก่ง "จิกหัวด่าทหาร" อวดสาวหน้าม็อบบ้าง เหล่านั้นเป็นอาการที่เรียกว่า "ทำแอคหน้าม็อบ" ไปอย่างนั้นเอง!
    
    คนที่ไม่ได้รับภาระในการนำม็อบย่อมไม่เข้าใจถึง "ความรับผิดชอบ" ลึกๆ ในหัวใจคนเป็นแกนนำ วีระ-จตุพร-ณัฐวุฒิ เขารู้ดีในประเด็นนี้ และเขารู้ที่พ้นมาได้จากคำว่า "พาคนไปตาย" ใน ๗ วันที่ผ่านมาได้ก็นับว่าบุญนัก-บุญหนา เพราะถ้ามีอะไรผิดพลาดขึ้นมาเป็น
    
    จลาจลเท่านั้นแหละ
    
    ในภาวะประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ๓ แกนนำจะปฏิเสธความรับผิดชอบใดๆ ไม่ได้เลย และต่อให้ใช้คนหมู่มากเป็นเกราะกำบังขนาดไหน ก็อย่านึกว่าตำรวจ-ทหารเขาจะกลัวกฎหมู่ ปล่อยให้ ๓ เกลอลบหลู่กฎหมาย ด้วยผยองว่าทักษิณใหญ่ในแผ่นดิน
    
    ๓ แกนนำรู้แล้วว่า รัฐบาล-ทหาร-ตำรวจ เขาวางหมากรับ และวางหมากแก้ได้รัดกุม ครอบคลุมตารุก ตาถอย และทั้งรู้ทะลุถึง "ตาลวง" ที่ฝ่ายตนหลอกให้รุก เขาจึงไม่ถลำมาเข้าทาง ในฐานะที่ริรับจ้างเป็นแม่ทัพใหญ่ให้ทักษิณ อย่างน้อย...ทั้ง ๓ แกนนำก็น่าจะผ่านหู-ผ่านตาด้านตำราพิชัยสงครามของซุนวูที่บอกว่า
    
    - แผนอันเลิศล้ำที่สุดคือใช้กลอุบายเอาชนะข้าศึก
    
    - รองลงไปคือใช้การทูตเอาชนะข้าศึก
    
    - รองลงไปอีกคือใช้กำลังทหารเอาชนะข้าศึก
    
    - แผนอันเลวที่สุดคือการตีชิงยึดเมือง
    
    - การยึดเมืองถือเป็นแผนสุดท้ายที่ เมื่อไม่มีแผนอื่นเหลือให้ใช้แล้วจึงค่อยกระทำ!
    
    นี่...ยังไม่พูดถึง ๕ เงื่อนไขทางการได้เปรียบ-เสียเปรียบ ซึ่ง ๓ เกลอก็รู้ดีอีกนั่นแหละว่าฝ่ายตนเองเสียเปรียบทั้งด้านสภาพอากาศ ด้านพื้นที่อันเป็นชัยภูมิ ด้านกำลังทัพซึ่งแท้จริงคือชาวบ้านธรรมดา และด้านกฎหมายบ้านเมือง จะได้เปรียบอยู่นิดเดียวว่า...เที่ยวนี้ "นายใหญ่" ที่แสนขี้เหนียวยอมทุ่มทุนสร้าง ชนิด.......
    
    "ฉิบหายเท่าไหร่ไม่ว่า ไล่รัฐบาลมันไป เอากูกลับมา" ให้ได้ เท่านั้น!?
    
    ด้วยเงื่อนไขที่เสียเปรียบ ขืน "รบยืดเยื้อ" อย่างที่ปากเก่ง ลงท้าย...จะหงายเก๋ง ลูกทัพก็คือชาวบ้านจะหลอกไว้นานแรมเดือนไม่ได้ นอกจากเสี่ยงเป็น-เสี่ยงตาย ปฏิบัติการ "แหกด่าน-แหกกฎหมาย" หวังใช้ความวุ่นวายเป็นเงื่อนไขทางออก ซึ่งถ้าจะใช้ "แผนอันเลวร้าย" นี้ ผมบอกได้เลยว่า ทางตายมีมากกว่าทางได้
    
    ฉะนั้น ถ้าจะเอาชนะในแนวทาง "สันติ-อหิงสา" โดยหลอกชาวบ้านไว้เป็นหน้าม้าศึกอย่างนี้ ยิ่งนาน-ยิ่งจะถูกจับไต๋ ต่อไปก็จะหลอกใช้ชาวบ้านไม่ได้อีก จึงมี ๒ ทางให้ตัดสินใจเท่านั้น คือ
    
    ๑.วินาศกรรม และก่อกวนความมั่นคง แล้วตะโกน..."แดงเทียม" มันทำ
    
    ๒.เปิดโต๊ะเจรจากับฝ่ายรัฐบาล
    
    ที่โม้ว่าเสาร์หน้า ๒๗ มีนา จะยกทัพประชาชนพาเหรดรอบ ๒ ทั่วกรุงเทพฯ อย่างเมื่อเสาร์ที่แล้ว ผมก็อยากจะบอกกับคนกรุงเทพฯ แท้ว่า "ฟังหู-ไว้หู" ดีกว่า ฝ่ายแกนนำอาจจะได้ใจจากที่ "เจ๊ไพร่" กับลูกทีมไพร่ใน กทม. (มีไฝด้วยหรือเปล่าก็ไม่ทราบ) ในแต่ละเขต "จัดฉาก" เป็นคนกรุงเทพฯ ข้างถนนมาเต้นแร้ง-เต้นกา ให้เกิดภาพว่า คนกรุงออกมาต้อนรับทัพไพร่ทักษิณ!
    
    ดูเส้นทางเดินพาเหรดครั้งที่แล้ว หลายคนสงสัย ทำไมต้องย้วยไปลาดพร้าว ไปรามคำแหง ไปลำสาลี อันไม่ใช่พื้นที่ยุทธศาสตร์การศึก คำตอบง่ายๆ ที่ฝ่ายแกนนำก็ไม่กล้าตอบมีอยู่ว่า พื้นที่เหล่านั้นมันเป็นพื้นที่เลือกตั้งที่นางไพร่เป็นใหญ่อยู่ ก็ต้องไปแสดงกันให้สมบท-สมบาทเท่านั้นเอง
    
    แต่ต้องระวัง "หนเดียวก็แล้วไป-หนที่สองจะได้บทเรียน" และผมคิดว่า ๓ แกนนำคงไม่กล้าพาชาวบ้านไปเสี่ยงอีก เพราะมีอะไรต้องรับไปเต็มๆ ไม่ต้องประเมินจากอะไรมาก เมื่อวานรัฐบาลประกาศว่า-วันนี้จะไปประชุม ครม.ที่กระทรวงสาธารณสุข และประกาศจะไปประชุมรัฐสภาในวันต่อไปด้วย
    
    ปรากฏว่า ตอนเช้า ไพร่ณัฐวุฒิประกาศสวน จะยกกำลังไปปิดล้อมการประชุม ครม. แต่ครั้นตกเย็น เกลอวีระนำอีก ๒ เกลอ ขึ้นเวทีที่คร่อมสะพานผ่านฟ้าฯ ประกาศแถลงการณ์ นปช. ฉบับที่ ๓ เรื่อง "ยืนยันข้อเรียกร้องยุบสภา พร้อมเจรจากับนายกฯ" มีใจความว่า
    
    ๑.นปช.ยืนยันให้ยุบสภาทันทีเพื่อคืนอำนาจให้ประชาชน
    
    ๒.นปช.ไม่มีข้อเรียกร้องอื่นใดนอกเหนือจากนี้
    
    ๓.นปช.ยินดีให้มีการเจรจาโดยผู้เจรจาคือผู้มีอำนาจเต็มของแต่ละฝ่าย ฝ่ายรัฐบาลต้องเป็นตัวนายกรัฐมนตรีเท่านั้น เพราะมีอำนาจตัดสินใจยุบสภา
    
    ๔.เมื่อยุบสภาแล้ว ทุกกลุ่มทุกฝ่ายต้องสลายตัวทันทีเพื่อให้ประเทศชาติกลับสู่ปกติ และต้องเปิดโอกาสให้ทุกพรรคหาเสียงเต็มที่โดยไม่มีกีดขวาง
    
    ๕.ให้การเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ ยุติธรรมเป็นเครื่องตัดสินความขัดแย้งทางการเมือง ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร ทุกฝ่ายต้องยอมรับ เพื่อให้ประเทศต้องเดินหน้าต่อไปได้
    
    อืมมมม...มิเสียทีที่ "วีระ-เพื่อนเรา" เป็นหัวหน้าในหัวหน้าแกนนำทั้งหมด "รู้เขา-รู้เรา" มีแต่เช่นนี้แหละ จะนำวีระไปสู่คำว่า "ร้อยรบ-ไร้พ่าย" โดยไม่ยาก!
    
    จากแถลงการณ์นี้ ผมจึงสรุปในประเมินว่า ๓ แกนนำกรุยทางไปสู่การจบที่ "ไม่เสียเชิงกล" ให้มวลชนจับพิรุธด้วยลีลารัวกลองรบเพื่อตลบทางถอย คือขึ้นเวทีใช้ลีลาปากกล้าท้าตี-ท้าต่อยปลุกใจไพร่ให้ฮึกเหิมเป็นการ "ตรึงมวลชน" ไว้เป็นเบี้ยประดับหน้าขุน-หน้าโคน โดยที่จริงๆ แล้วตัวเอง "ปากแข็ง" แต่ "ตูดนิ่มป๋อย"
    
    ก็ท่านลองอ่านทั้ง ๕ ข้อเสนอดูซิครับ ทั้งหมดสรุปได้สาระหลัก "ประเด็นเดียว" คือ ฝ่าย ๓ แกนนำ "ตกลง" ยอมรับเงื่อนไข "การเจรจา" และการเจรจานั้นมีประเด็นที่ต้องคุยเพื่อตกลงกัน "ประเด็นเดียว" คือ ประเด็น "ยุบสภา"!!
    
    ส่วนคำว่า "ทันที" ต่อท้ายคำว่า "ยุบสภา" นั้น เป็นสร้อยเสริมน้ำหนักเพื่อความสวยงามเท่านั้น ถ้าผมเป็น ๓ เกลอก็ต้องใช้คำอย่างนี้เป็นการไว้เชิงผ่านภาษา ซึ่งในเนื้อหาปฏิบัติก็ต้องมานั่งตริ-นั่งตรองด้วยกันบนเหตุผลว่า มันควรเมื่อไหร่ ช่วงไหน เดือนไหน จะสวยงามตามสร้อยที่ว่า "ยุบสภาทันที" นั้น!
    
    เท่าที่ผมพิจารณาข้อเสนอทั้ง ๕ ข้อนี้ ไม่มีเหตุผลอะไรที่ฝ่ายรัฐบาลจะปฏิเสธนี่ครับ จะว่าไปแล้ว มันเซอร์ไพรส์ด้วยซ้ำที่ ๓ เกลอถ้ามองผ่านลีลาดุเดือด-เลือดพล่าน มองไม่เห็นทางว่าจะพูดจาอยู่ร่วมโลกกันได้ แต่พออ่านแถลงการณ์จะเห็นชัดว่า ๓ เกลอ โดยเฉพาะเกลอวีระ ไม่ได้บ้าหัวทิ่มหัวตำอย่างที่ทำให้เห็น
    
    รู้เขา-รู้เรา รู้แผนการศึก และรู้จักประเมินรอบด้านว่างานนี้ ดันทุรังไป นอกจากไม่ชนะ ถ้าฝ่ายรัฐบาล-ทหาร-ตำรวจ "เลิกประนี-ประนอม" กางกฎหมายเข้าจัดการเมื่อไหร่ ตานี้แหละ ตะโกน "ประชาชนจงเจริญ" ไม่ออกแน่!
    
    ๓ เกลอรู้อยู่กับอกแล้วว่า เวลานี้ "ประชาชนคนไทย" ส่วนใหญ่ "ตัดหางทักษิณ" แล้ว ที่พากันมาเย้วๆ อยู่ตอนนี้ "กินอยู่กับปาก-อยากอยู่กับท้อง" ไม่ต้องให้ผมบอกว่า "เป็นมวลชนจริงใจ" หรือว่ามากันตามที่จ่าย ๒ ใบ ดังหลักฐานที่มีคนถ่ายเป็นหนังสั้นไว้ฉายเกลื่อนเว็บไซต์ขณะนี้
    
    กระทั่งขบวนมอเตอร์ไซค์ถล่มกรุงก็เถอะ พวกคิวมอเตอร์ไซค์ตามซอก-ตามซอย กระทั่งแมสเซนเจอร์ "หายจ้อย" ถามว่าหายหัวไปไหนมา เขาบอกว่า "ไปหาลำไพ่วันหยุด" เขาจ้างมาพัน แต่ถูกฟันหัวคิวไปห้าร้อย ยังบ่นกะปริดกะปรอยกันถึงเดี๋ยวนี้!
    
    ดีแล้วครับ...คุณวีระก็พาน้องจตุพร น้องณัฐวุฒิ นัดวัน-เวลากับนายกฯ อภิสิทธิ์นั่งคุยกัน จะตกลง-ไม่ตกลง เป็นอีกเรื่อง ประเด็นแรก ขอให้เกิดนิมิตที่ดีว่า ต่างแนวคิดกันได้ แต่ไม่ต่างไทย และไม่เป็นศัตรูกัน คุมเกมให้อยู่ในกรอบ "ยุบสภา" ถูกต้องแล้ว ขืนยืดเยื้อไป "มากคน-มากเป้าหมาย" ๓ เกลอนั่นแหละจะเป็นหนังหน้าไฟ
    
    เพราะตอนนี้มีไอ้เฒ่าเหนียงยานมาโหนวงชุมนุม หวังเปลี่ยนประเทศไทยไปสู่ระบบเปรซิเดียม ระบอบคอมมิวนิสต์ที่แอบคิดมาตั้งแต่หนุ่มยันแก่
    
    เอาแน่เรอะ...จิ๋ว!?
    
    6.gif6.gif6.gif
  • กิ่งโศก

    23 มีนาคม 2553 09:02 น. - comment id 28746

    แอบมาอ่าน ตอนเช้าๆ ครับ อิอิ
    
    ..พ่อใหญ่จิ๋ว...เอาจริงไม่จริงก้อม่ายรุ
    
    เพราะสื่อบอกว่า....ต้องแปลกันหลายชั้น
    
    
    แต่ สภาเปรสสิเดี๊ยม  นี่พ่อใหญ่จิ๋ว  ใบหน้ายับจนเย็บไม่ติด มาแล้วนี่นา..
    
    อีทีนี้..ไม่รู้จะเย็บตรงไหน
  • Daosaddha

    23 มีนาคม 2553 10:31 น. - comment id 28749

    ยินดีครับคุณกิ่งโศก
    มากินกาแฟสายๆหน่อย
    
    36.gif59.gif59.gif36.gif
    
    พ่อใหญ่จิ๋วนี่ผมว่าจริงๆแล้ว สงสัยพวกลิ่วล้อเกรียนตั้งเรียกกันเองให้เป็นขงเบ้ง
    ดูๆมา ไม่เห็นจะมีแวว เป็นแบบ เล่าปี่ (เศษเสี้ยวนึง) ซะมากกว่า ทำอ่อนน้อมหวานจ๋อย แต่โลเลไม่ได้เรื่อง
    ไม่มีอุดมคติรับใช้มวลชนอย่างแท้จริง
  • ดาวศรัทธา

    23 มีนาคม 2553 22:12 น. - comment id 28783

    Profile: Abhisit Vejjajiva 
    
    Prime Minister Abhisit Vejjajiva is the English-born, Oxford-educated 44-year-old leader of Thailand's Democrat Party.
    
    Young and photogenic, though not known as particularly dynamic, he has a reputation for "clean politics".
    
    Distinctly upper-class, Mr Abhisit hails from a wealthy family of Thai-Chinese origin. Both his parents were medical professors.
    
    He was born in the British city of Newcastle in 1964 and educated at England's top public school, Eton. He then went on to gain a degree in politics, philosophy and economics (PPE) at Oxford University.
    
    Mr Abhisit's support is drawn mainly from southern Thailand and from Bangkok's educated middle-classes. He has had less success in attracting the support of working class and rural Thais.
    
    In 1992, Mr Abhisit joined Thailand's oldest party, the Democrats and, at the age of 27, entered parliament as one of its youngest ever members. Having tried and failed to become party leader in 2001, he eventually got the post in 2005.
    
    Championing a raft of populist policies, Mr Abhisit campaigned under the slogan "Putting People First".
    
    The Democratic Party failed to win power at national elections, but in December 2008 a Constitutional Court ruling removed from power the government led by allies of former Prime Minister Thaksin Shinawatra.
    
    Amid the turmoil of the airport blockade caused by anti-Thaksin protesters, a few Thaksin loyalists changed sides.
    
    This enabled Mr Abhisit to form a new government and become the next prime minister without calling elections.
    
    The Democrats are not openly allied to one group of protesters or the other.
    
    But in the past the party has been closely associated with elements of the People's Alliance for Democracy (PAD), whose protests helped depose Mr Thaksin and his allies.
    
    Mr Abhisit was criticised for his choice of foreign minister, Kasit Piromya, who was an open supporter of the PAD movement and its airport blockade.
    
    Anti-corruption platform
    
    While not entirely ditching the liberal reforms of "Thaksinomics" - a term used to refer to the economic set of policies of the exiled former leader - Mr Abhisit has argued for a more statist approach.
    
    Among other things, Mr Abhisit has advocated free healthcare, a higher minimum wage, and free education, including textbooks and milk for nursery-school children.
    
    Thaksin Shinawatra and his wife, Pojaman (31 July 2008)
    Mr Abhisit opposed the Thai military when it overthrew Thaksin Shinawatra
    
    He has also been a consistent campaigner against corruption.
    
    When Mr Thaksin called a snap election in February 2006, Mr Abhisit's campaign pitch was that he was "prepared to become a prime minister who adheres to the principle of good governance and ethics, not authoritarianism".
    
    Later that year, he opposed the military when it overthrew Mr Thaksin in a coup.
    
    "We cannot and do not support any kind of extra-constitutional change, but it is done. The country has to move forward and the best way forward is for the coup leaders to quickly return power to the people and carry out the reforms they promised," he said at the time.
    
    The patrician also said he expected high standards of probity from his party and any government he led.
    
    Going beyond the current transparency rules for Thai MPs, he said he would require all future Democrat Party representatives to declare their assets and any involvement in private companies. Currently, those measures apply only to cabinet members.
    
    Academic
    
    However, that has not shielded his government, or party, from corruption allegations, including claims of a cover-up of illegal donations by a petrochemical firm.
    
    Before entering parliament, Mr Abhisit had a brief academic career. After Oxford, he taught at Thailand's Chulachomklao Royal Military Academy.
    
    Later, he returned to Oxford to study for a Master's degree. He then taught economics at Thammasat University before studying law at Ramkhamhaeng University.
    
    Mr Abhisit's family is a circle of accomplished individuals. One of his two sisters is a professor of child psychology, while the other is a leading Thai author.
    
    Mr Abhisit's wife is a dentist-turned-mathematics lecturer at Chulalongkorn University. They have two children.
    
    Among the chinks in the Abhisit armour are his failure, so far, to win the popular vote and the impression that his good looks tend to outshine his sometimes rather bland political pronouncements.
    
    In March 2010, he was spirited away to a barracks when red-shirted opposition protesters marched on Bangkok for days of mass rallies, denouncing him as an illegitimate leader.
    
    The prime minister may find that only the popular mandate of a national election win will ultimately silence his critics.