ยิ่งโตขึ้นเท่าไรทุกๆอย่างก็เหมือนดูเล็กลงไปนะ

เเม่หญิงลาว

พอมองเห็นสิ่งที่อยู่รอบตัวตอนนี้มันดูค่อนข้างวุ่นวายนะ เเต่ฉันรู้สึกว่าฉันโชคดีจังที่เกิดอยู่ในจังหวังเล็กๆ ติดกับประเทศลาวอยู่ทางภาคอีสาน บ้านฉันติดกับแม่น้ำโขง สมัยเด็กๆเเค่เดินไปประมาณหนึ่งร้อยเก้าสิบห้าก้าวก็จะถึงเเม่น้ำ ทำถึงต้องเป็นหนึ่งร้อยเก้าสิบห้านะหรือ...ก็เพราะว่าในตอนเด็กๆอายุประมาณสิบขวบ ฉันชอบที่จะเดินไปเล่นที่นั้นบ่อยๆและต้องนับก้าวไปด้วยเพื่อวัดความเติบโตของร่างกาย เเต่ตอนนี้คงทำไม่ได้อย่างนั้นแล้วล่ะ เพื่อที่จะไม่ให้หน้าดินพังลงเเละป้องกันน้ำท่วม ทางจังหวัดมีนโยบายให้ทำเป็นพื้นยกสูงและสร้างเป็นจุดชมวิวแทนนั้นเอง น่าเสียดายนะที่ตอนนี้ฉันไม่สามารถเดินไปนั่งเล่นที่ริมน้ำ มีโขดหินมากมายให้เราได้เลือกที่จะนั่งตกปลาหรือนั่งหย่อนขาเล่นน้ำ สมัยก่อนตอนที่ยังเป็นเด็กตัวเล็กๆอายุเก้าขวบ สิบขวบ ฝั่งตรงข้ามนั่นคือประเทศลาว ฝั่งนั่นอยู่ใกล้เรามาก เชื่อมั้ยว่าตะโกนข้ามคุยได้ยังได้ เห็นฝูงวัว ควายได้ถนัดตาชัดเจน ตอนนั้นเราชอบตะโกนร้องว่าเด็กๆที่เล่นน้ำทางโน้นหรือว่าให้เด็กเลี้ยงพวกวัวและควายต่างๆนานา จนวันนึง เพื่อนๆในกลุ่มเด็กที่ดูจะเหี้ยวๆกันทั้งแก๊งค์ร้องไปว่า "ลาวชอบกินข้าวโพดไม่ปอกเปลือก" เด็กๆทั้งกลุ่มก็ร้องตะโกนไปตามๆกัน เเต่เสียงที่ได้ยินกลับมาคือ "สำบายดีบ่ ทางนั้นม่วนบ่" แล้วกลุ่มเด็กพวกนี้ก็ร้องด่ามากมายกลับไปเเทน พอฉันกลับบ้าน ฉันนั่งกินข้าวกับยาย ฉันเลยเล่าให้ยายฟังเืรื่องตอนกลางวัน ยายบอกว่า ทำไมต้องไปร้องด่าเค้าอย่างนั้น เราเเละพวกเค้าเป็นพี่น้องกัน เเต่ก่อนแผ่นดินบ้านเราติดกับลาวนะ เเต่น้ำมันเซาะมาดินเลยเเตกเเยกออกจากกัน สมัยก่อนยายก็เดินไปเก็บของป่าที่ทางโน้นตอนที่ยังเป็นเเผ่นดินติดกัน เราเป็นพี่น้องกัน คราวหลังอย่าไปด่าว่าเค้าอย่างนั้นอีก ถ้าทำแบบนั้นคือคนที่นิสัยไม่ดี ตั้งเเต่นั้นมาฉันก็ไม่ตะโกนว่าเด็กๆพวกนั้นที่อยู่ฝั่งโน่นอีก เวลาเย็นๆชาวบ้านก็จะมาลงว่ายน้ำกันเเทนอาบน้ำที่บ้าน น้ำที่นี่ใส สะอาด คุณตาบ้านเเถวริมโขงทำการประมงกัน ฉันก็พลอยได้แอบไปเที่ยวด้วยเวลาที่ตาเค้าออกไปจับปลา ฉันนั่งเรือจับปลาตั้งเเต่เด็กจนอายุสิบสามจากนั้นก็ไม่ได้นั่งอีก เหมือนทางจังหวัดออกกฎหมายห้ามคนที่นี่ขับเรือข้ามไปลาวเเละทางลาวก็ห้ามข้ามมาที่ไทยโดยทางน้ำ ต้องมีการข้ามประเทศแบบถูกต้องตามกฏหมาย คือต้องไปข้ามที่สะพานมิตรภาพไทย ลาว หลายครั้งที่ฉันเห็นคนมากมายถูกจับเหมือนข้ามมาที่ไทย บ้านตรงข้ามกันเเท้ๆ ญาติพี่น้องกันเเท้ๆเเต่ต้องได้นอนคุกเป็นเดือนๆ ครั้งที่ออกกฏหมายมาก็ต่างสร้างความไม่พอใจให้แก่ชาวบ้าน ก็ยังแอบมีการลักลอบแอบข้ามมา จนเกิดเรื่องเมื่อมีผู้ร้ายแอบเอายาบ้าขนเข้ามาทางนี้ ฉันจำได้ว่าตอนนั้นอยู่ มอ สอง ตำรวจมาลอบจับผู้ร้ายค้ายาที่หน้าบ้าน เค้าเอายาบ้ามาทิ้งที่ขยะหน้าบ้านฉัน ฉันวิ่งไปบอกน้า ตำรวจกองปราบปรามเป็นเพื่อนกับน้า ผู้ร้ายคนนั้นโชคไม่เข้าข้างเอาซะเลย นี่แหละทำผิดก็ต้องโดนแบบนี้ จากนั้นเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นทำให้ชาวบ้านเข้าใจเเล้วว่าทำไมทางจังหวัดถึงออกกฏมาอย่างนั้น ฉันถามยายอีกว่า ทุกอย่างดูยากขึ้นเนอะยาย ตอนเด็กๆเราไม่เห็นต้องกลัวเรื่องยาบ้าเลย สงสารบางคนด้วย อุตส่าห์จะมาเยี่ยมญาติก็โดนจับซะงั้น ยายตอบกลับมาว่า "บางทีเราก็ต้องยอมรับสิ่งที่เราอาจจะไม่เห็นด้วยเเต่เพื่อผลประโยชน์ของส่วนรวม เราก็ต้องทำตามเค้าแหละ มันก็ไม่ใช่จะเสียหาย อยากข้ามมาหากันก็ไปสะพานซะสิ คนเรามันขี้เกียจ พออะไรไม่ได้ดั่งใจ อะไรขัดใจจากที่ง่ายๆสะดวกตัวเอง พอต้องทำอะไรที่เปลื่ยนไปก็โวยวาย คนเราอยากบ่นเเละต่อว่าเพราะความขับคลั่งใจตัวเฉยๆ สุดท้ายก็ต้องทำตามเค้าอยู่ดี" อืม ยายพูดมาก็ถูกแหะ จากนั้นก็เิ่ริ่มเปลี่ยนแปลงไปทั้งสถานที่ บริเวณบ้านที่กว้างขว้าง ต้นไม้ต้นใหญ่ที่ฉันชอบไปปีนหลบเเม่ มันต้องถูกตัดออกเพื่อจะให้เป็นพื้นที่สำหรับทำถนนลาบชายฝั่ง ตอนนั้นโกรธทุกสิ่งทุกอย่าง โกรธยาย แม่ พ่อ ทุกคนที่ยอมเสียสละพื้นดินที่บ้านให้รัฐ ดินของเรา ต้นไม้ของเรา ธรรมชาติที่มากมายริมฝั่งต้องโดนรื้อออกหมด คนงานก่อสร้างมาทำงาน ฉันจะไม่ค่อยพอใจมากๆ คนเเถวริมโขงจะชอบทำอาหารไปเเจกจ่ายพวกโยธา รวมถึงบ้านฉันที่ชอบชวนพวกเค้ามาทานข้าวที่บ้าน วันนั้นบนโต๊ะอาหารมี นายโยธานึงคนเเละลูกน้องสองคนมาร่วมทานข้าว ทุกคนก็คุยกันโน่นนี่ จนเมื่อทานเสร็จ ฉันพูดออกไปว่า "ทำไมต้องมาทำลายบ้านของคนอื่นด้วย ต้นไม้นั้น...ทุกๆต้นน่ะมันอยู่ก่อนหนูจะเกิดซะอีก ทำไมไม่มีใครถามพวกเราเลยว่าพวกเราอยากได้มั้ย ทำไมต้องมาตัดถนนที่บ้านหนูแล้วพวกหนูจะเล่นที่ไหน" แล้วฉันก็ร้องไห้ เเม่ลากฉันออกจากโต๊ะเเละโดนตีจนขาเเทบหัก ฉันโกรธมาก ไม่คุยกับใครมาสามสี่วัน จนยายบอกว่า "การเป็นผู้ให้ถึงจะเสียดายสิ่งของในบางทีเเต่ถ้าคิดว่าประโยชน์ที่เราได้รับตอบมันดีก็ควรกล้าที่จะให้ไป ใครๆเค้าก็ไม่อยากจะทำลายของๆใครหรอก บางทีไอ้ที่บ่นๆว่ายิ่งโตยิ่งอยู่ยาก ยิ่งโตอะไรก็ยิ่งเเคบ มันไม่ใช่หรอก เป็นเพราะความคิดและใจของแกแคบต่างหากล่ะ ชาวบ้านที่นี่ไม่ได้โง่หรือมีใครมาให้เงินเพื่อเซ็นต์มอบพื้นที่ให้รัฐหรอกนะ เป็นเพราะเค้าว่า ขอเเค่ดินมันไม่พังลงไปอีก น้ำไม่ท่วม ไม่ใช่เพื่อบ้านเค้าที่อยู่ริมน้ำ เเต่เพื่อมันจะไม่ไปถึงชุมชนข้างในต่างหาก พวกต้นยาสูบ ไร่อ้อย ไร่ข้าวโพดก็จะไม่เสียหาย แกยังเด็กต้องหัดถาม หัดฟังเยอะๆ จะได้ไม่คิดเเคบ หัดคิดกว้างๆ ใจแกจะได้กว้้าง..." อืมม หลังจากนั้นฉันก็เลิกอคติกับอะไรที่จะเข้ามาเพื่อความเจริญของหมู่บ้าน บางทีก็อย่างที่ยายว่าเเหละ เพราะเรามีความคิดที่แคบและจิตใจเเคบมากกว่า ที่จริงอะไรๆมันไม่ได้เล็กและเเคบลงไปหรอก...
				
comments powered by Disqus