29 สิงหาคม 2546 22:16 น.

คำกลอนหวังดี

พี่ดอกแก้ว

เมื่อเหนื่อยหนักพักกายสักครู่ไหม 
พักให้ใจหายหมองครองสุขสม 
ไปสู่ความสดชื่นและรื่นรมย์ 
อย่าหมองตรมเจ็บช้ำเกินกำลัง 


 พักสายตา..ปล่อยใจให้ลอยล่อง 
ได้เพลินมองโลกที่กว้างและสดใส 
ล้างตะกอนขุ่นข้นในจิตใจ 
เหมือนล้างไดร์ฟ-ดิสเกตต์เมื่อเสร็จงาน 



 แล้วเซ็ตอัพความสดใสลงไปแทน 
อัพเกรดแผ่นฮาร์ดิสก์ให้สุขศานต์ 
เพิ่มแรมด้วยความสดชื่นและเบิกบาน 
แล้วค่อยกลับมาทำงาน....ถ้าอยากทำ 



 ไม่อยากเห็นความโรยรานัยน์ตาเศร้า 
ไม่อยากให้ความอับเฉาและหมองช้ำ 
ไปรักษาใจให้คลายความระกำ 
ผ่าตัดใจบอบช้ำให้หายดี 


 มิได้ไปเที่ยวเล่นเห็นสนุก 
ไปรักษาความทุกข์ที่หมองศรี 
อย่าทนป่วยต่อไปนั้นไม่ดี 
เพราะอาจมีหัวใจวายในพริบตา 


 ไม่อยากให้เวลาของเราสั้น 
ใครจะช่างจำนรรจ์เพราะกังขา 
ก็เป็นพียงถ้อยคำเจรจา 
ทุกสิ่งมีที่มาเรารู้ดี 


 หากให้ฉันเลือกข้างระหว่างกัน 
คือ เธอนั้นสดใสไม่หมองศรี 
กับเพื่อความสบายใจของใครก็ดี 
ที่สงสัยเธอนี้ว่าไม่งาม 


 ฉันขอเลือกข้างที่เธอมีสุข 
คลายจากทุกข์เหี่ยวห่อท้อคำถาม 
มีเรี่ยวแรงสร้างสมอุดมความ 
ให้งดงามทั่วหล้าท้าแรงกรรม 				
29 สิงหาคม 2546 22:12 น.

หมากชีวิต

พี่ดอกแก้ว

.....บังเอิญหลงทางมาเมื่อครารุ่น 
มารับความอบอุ่นอย่างสุดแสน 
ได้รับการบ่มเพาะ ณ ดินแดน 
ที่สมบูรณ์มาตรแม้นแผ่นดินทอง 

.....ครั้นเติบใหญ่ได้วิชามากูลเกื้อ 
มีโอกาสช่วยเหลือถิ่นสถาน 
อิ่มข้าวแดงแกงร้อนมาเนิ่นนาน 
ก็ถึงกาลแทนคุณท่านด้วยมั่นใจ 

....ท่านให้เป็นกุลีแม้ขี้ข้า 
ใช้แรงกายดุจทาสาก็ทำได้ 
เพื่อแผ่นดินถิ่นทองผ่องพิไล 
มิเคยคิดเดียดฉันท์ในงานนานา 

....ท่านให้เป็นเบี้ยเล็กๆบนกระดาน 
เป็นด่านที่ห้าวหาญและทายท้า 
ก็เป็นเบี้ยที่พร้อมจะบีฑา 
บดขยี้ปัจจาที่รุกราน 

....ท่านให้เป็นเม็ดน้อยคอยระวัง 
การภายในที่อาจยังความร้าวฉาน 
ก็เป็นเม็ดฝีปากร้ายในกระดาน 
แผ่ประจานปมปัญหาท้าความชัง 

....กิจการใดที่ผู้ใหญ่ไม่อาจกล่าว 
เม็ดสามหาวก็ปากกล้าหน้าขึงขัง 
แม้ในใจจะกริ่งเกรงถูกเกลียดชัง 
แต่เพื่อยังประโยชน์ใหญ่จึงไม่เกรง 

....ท่านให้เป็นม้าศึกคึกคักสู้ 
เพื่อโรมรันพันตูผู้ข่มเหง 
จากแดนดินถิ่นไหนไม่กลัวเกรง 
อย่าอวดเบ่งบนแดนดินแผ่นดินทอง 

....ท่านให้เป็นเรือน้อยลอยปริ่มน้ำ 
ผลิตความรื่นเริงบันเทิงฉลอง 
รวมสมัครพรรคพวกทั้งรำร้อง 
มาแซ่ซ้องสาธุการสำราญใจ 

....แต่เรือเล็กทั้งยังเด็กจึงม้วนคลื่น 
กระทบกระทั่งกับผู้อื่นจนหวั่นไหว 
เผลอชี้นิ้วสั่งการใครต่อใคร 
ลืมนอบน้อมกับผู้ใหญ่ไม่เข้าที 

....เพราะใจหมายมุ่งให้งานสำเร็จ 
มิได้คิดเผด็จการหว่านสี 
มิได้ถือตนเหนือใครในชีวี 
มิได้มีจิตหยามลามผู้ใด 

....ท่านให้เป็นโคนลอยคอยขีดเขียน 
สร้างความเพียรและรอบคอบตอบคำไข 
ฝึกฝนงานการหนังสือให้ลือไกล 
แบ่งภาระท่านให้ได้คลายเบา 

....มาวันนี้ไม่มีที่บนกระดาน 
ท่านให้ลงมาหัดอ่านและหัดเขียน 
ให้มุ่งมั่นศึกษาและเล่าเรียน 
เพื่อหมุนเวียนรักษาการณ์ผ่านเขตแดน 

....ท่านให้ทำหน้าที่ที่ตรงไหน 
ก็ตั้งใจทำเต็มที่ไม่หวงแหน 
ความสามารถมีเท่าใดขอทดแทน 
พระคุณแผ่นดินทองของชีวี 

....จะเป็นเบี้ยหรือม้าศึกที่คึกค่า 
ทำเต็มที่ทุกเวลาไม่หน่ายหนี 
ความเจ็บช้ำที่สอดแทรกในฤดี 
มิอาจมีอำนาจเหนือเมื่อทำงาน 

....จึงขอกราบถวายไตรกุศล 
ที่บันดลช่วยเหลือเกื้อสถาน 
แด่พระครูผู้ประสิทธิ์วิทยาการ 
คณาจารย์ผู้สอนสั่งอย่างตั้งใจ 

...ไม่เคยคิดเป็นดาวใหญ่ในแผ่นฟ้า 
หวังเป็นแสงชวาลาที่ผ่องใส 
อยู่เบื้องหน้าพระปฏิมาผู้ทรงชัย 
ส่องสว่างกระจ่างในแท่นบูชา 

....ขอมโนที่นอบน้อมพร้อมกตัญญู 
จงเสริมส่งให้เป็นผู้ลดโทสา 
และแตกฉานในการวิทยา 
กอปรความเพียรเพื่อศึกษาสำเร็จเทอญ 				
29 สิงหาคม 2546 22:06 น.

แผลเก่า

พี่ดอกแก้ว

อยู่แนวไพรไกลนักพักในป่า 
จากบ้านเมืองสู่พนาด้วยหน้าที่ 
รักษาชาติให้คงอยู่บนปฐพี 
ใช้ชีพนี้พิทักษ์รักษาแดน 

 คนที่รออยู่เบื้องหลังยังคิดไหม 
ว่ามีใครต้องลำบากอย่างสุดแสน 
รักษ์แผ่นดินปกป้องถิ่นพร้อมตายแทน 
หัวใจนี้มาตรแม้นมอบให้เธอ 

เพราะความรักจึงยังความหวังไว้ 
ให้ตั้งจิตตั้งใจได้คืนหวน 
มิต้องการพลัดพรากและเรรวน 
หลายชีวิตต่างล้วนหวังเรื่อยไป 

 หวังสิ่งนั้นสิ่งนี้มีแต่หวัง 
คิดเป็นจริงเป็นจังหวังสดใส 
ยามผิดหวังจึงต้องนองชลนัยน์ 
ในหัวใจมีแต่แผลแก้ไม่คลาย 
				
29 สิงหาคม 2546 22:02 น.

อยู่กับความหวัง

พี่ดอกแก้ว

.....มองหนทางข้างหน้ามาแต่เช้า 
สองตาเฝ้ารอคอยละห้อยหา 
อยากจะเห็นใครคนนั้นเดินกลับมา 
พร้อมรอยยิ้มเกลื่อนหน้าและทักทาย 

....ตะวันคล้อยลอยเลื่อนเคลื่อนสูงแล้ว 
ยังไม่มีวี่แววที่มาดหมาย 
ตะวันเคลื่อนเลื่อนคู่เข้าสู่บ่าย 
ไม่มีสายตาใครให้สบตา 

...ตะวันย่ำค่ำแล้วโอ้แก้วเอ๋ย 
ไฉนเลยยังไม่กลับคืนมาหา 
มองหนทางอย่างนี้ตลอดมา 
นับเวลาผ่านได้เป็นหลายปี 

				
29 สิงหาคม 2546 21:57 น.

เรียงร้อยถ้อยคำรัก

พี่ดอกแก้ว

เรียงร้อยถ้อยคำรัก 
แล้วทอถักเป็นภาษา 
ปรุงใจสื่อสายตา 
น้ำคำพารื่นกมล 

 รักเอยช่างหวานล้ำ 
ทุกถ้อยคำเปี่ยมกุศล 
เจือจานไปสู่ชน 
ผู้หนาวเหน็บเจ็บช้ำใจ 

 ใยรักถักทอร่าง 
ครอบคลุมทางทั้งไกลใกล้ 
สื่อสารใจสู่ใจ 
ไม่ทอดทิ้งให้กริ่งเกรง 

 เพลงรักประโคมหล้า 
ดินและฟ้าร่วมบรรเลง 
หัวใจชนครื้นเครง 
เปี่ยมสุขล้ำธรรมธารา				
Calendar
Lovers  1 คน เลิฟพี่ดอกแก้ว
Lovings  พี่ดอกแก้ว เลิฟ 1 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟพี่ดอกแก้ว
Lovings  พี่ดอกแก้ว เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟพี่ดอกแก้ว
Lovings  พี่ดอกแก้ว เลิฟ 0 คน
สบายดีค่ะ ขอบคุณมากค่ะที่ยังไม่ลืมกัน
คิดถึงพี่ดอกแก้วจัง สบายดีมัยคะ ------namsai----