30 พฤษภาคม 2547 09:01 น.

มหามงคลวิสาขะ

พี่ดอกแก้ว

ประสูติกาล ณ อุทยานลุมพินี 
พระโพธิสัตว์ตรัสวจีหนึ่งในหล้า 
เอกบุรุษผู้เลิศในโลกา 
ย่างยาตราเจ็ดก้าวกล่าวถ้อยคำ 

สามสิบห้าพรรษากาลผ่านมายุ 
บารมีเอกอุอุปถัมภ์ 
ริมเนรัญชราตรัสรู้ธรรม 
ในคืนค่ำแห่งเพ็ญเด่นโคนโพธิ์ 

ทรงแผ่ธรรมทานผ่านภพไตร 
ดวงตาธรรมสว่างไสวอย่างอักโข 
สืบต่อปัญญาญาณจากลานโพธิ์ 
พุทธธรรมเติบโตชำระใจ 

คราวแปดสิบพระพรรษาเวียนมาถึง 
ความโศกซึ้งสูญดวงตาพาร่ำไห้ 
พระพุทธองค์ผู้ทรงฝึกเวไนย 
ทรงครรไลปรินิพพานในกาลเพ็ญ 

กาลทั้งสามเกิดเพ็ญยามวิสาขา 
ทรงประสูติสู่หล้าดับทุกข์เข็ญ 
ตรัสรู้ปวงธรรมนำร่มเย็น 
ปรินิพพานคืนเพ็ญเดือนเดียวกัน 

น้อมหัวใจให้เป็นเช่นบัวทอง 
มือต่างธูปเทียนสองประคองมั่น 
กราบบูชาพระพุทธเจ้าผู้จอมธรรม์ 
สักการะนิรันดร์พระรัตนตรัย 
				
26 พฤษภาคม 2547 06:11 น.

กินเพื่ออยู่..อย่าอยู่เพื่อกิน

พี่ดอกแก้ว

ทางสัญจรรอนร้างกลางราวไพร 
พิสูจน์ใจนักสู้ผู้แกร่งกล้า 
ยอมเดี่ยวโดดโลดไปในพนา 
หรือหันหลังกลับมาเข้าสู่เมือง 

ท่ามกลางจิตคิดแปรแก้เป้าหมาย 
คลื่นความกลัวกรีดกรายเข้าหนุนเนื่อง 
ใจระส่ำพร่ำไหวให้ขุ่นเคือง 
หมุนฟันเฟืองความท้อให้ก่อตัว 

ทวนเป้าหมายหลายคราฟ้ายิ่งพลบ 
ไร้แสงคบส่องทิศจิตสลัว 
เฮือกสุดท้ายใจนักสู้ผู้ไม่กลัว 
สิ้นระรัวตัดสินสู่ถิ่นไพร 

หากไร้เพลิงโชนไฟใช้ส่องทาง 
ยังมีจันทร์กระจ่างพร่างฟ้าใส 
หากเดือนดับลับหล้าในคราใด 
ดาริกามิไร้ให้แสงดาว 

หากไร้น้ำดื่มกินสิ้นธารแล้ว 
ยังมีแววน้ำค้างกลางห้วงหาว 
ให้ลิ้มรสสดชื่นอยู่ดื่นพราว 
เพลาเช้าพร่างไปในพนา 

หากนานวันเกลี้ยงกลดหมดเสบียง 
คงพอเพียงผลไม้แทนภักษา 
ให้อาหารประทังรั้งชีวา 
เพื่อเดินหน้าสาวเท้าก้าวต่อไป 

ที่ต้องการที่สุดคือจุดหมาย 
หาใช่ความสบายจากสิ่งไหน 
หาใช่ทรัพย์เหลือล้นบนราวไพร 
และหาใช่ยศศักดิ์ที่หนักทรวง 

ความต้องการยิ่งมากยิ่งหลากทุข์ 
หมดความสุขเพราะใฝ่ในแหนหวง 
ความต้องการยิ่งน้อยถอยความลวง 
จะพบสุขทุขห้วงแห่งการพอ 

เพียงผดุงปรุงใจใฝ่เส้นทาง 
ไม่ทิ้งขว้างเป้าหมายไปร้องขอ 
กินเพื่ออยู่..สู้ต่อไปไม่รั้งรอ 
อย่าคิดอยู่เพื่อขอให้มีกิน 
				
24 พฤษภาคม 2547 07:22 น.

๚ ยังไม่พอ ๚

พี่ดอกแก้ว

เศรษฐกิจติดขัดรัฐหน้าซีด 
กราฟตกขีดต่ำศูนย์คูณจุดสาม 
หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์คั้นผลงาม 
เสนอความเด่นโดดโฆษณา 

ฟื้นรากหญ้าค้าขายรายได้เพิ่ม 
มุ่งส่งเสริมสหกรณ์ย้อนค้นหา 
ความเก่งกาจปราดเปรื่องรื่องนานา 
ภูมิปัญญาชาวบ้านครั้งนานเนาว์ 

หลายครัวเรือนเหมือนดินผินสู่ฟ้า 
เงยหน้าตาสดใสไม่เหี่ยวเฉา 
หมดหนี้สินสิ้นไหม้ได้บรรเทา 
รายได้เหมาพอเพียงเลี้ยงชีวิต 

ความยากจนหล่นหายไปหลายบ้าน 
ด้วยพบพานคำว่า..พอ..ต่อกรรมสิทธิ์ 
ปัจจัยสี่มีคุ้มกันภัยพิษ 
ไม่ครุ่นคิดโกยก่อต่อกำไร 

ความยากจนหมองหม่นในหลายบ้าน 
ด้วยพบพานคำ..ไม่พอ..ต่อนิสัย 
แม้นมีทรัพย์สินมากสักปานใด 
ยังคว้าไขว่ได้มาหาไม่พอ 

คนสองคน..จนสองอย่างต่างกันไกล 
จนเพราะไม่มีนี้ชั่วคราวหนอ 
จนถาวรคือจนเพราะไม่พอ 
ทรัพย์ท่วมหอเป็นพันล้าน...บ้านยังจน  

เศรษฐกิจติดขัดรัฐหน้าเบ้ 
ใจซวนเซเพราะราษฎร์ขาดขัดสน 
ยังไม่อิ่มทรัพย์พอต่อกมล 
ออกสลากอีกหนเผื่อคนรวย 
  				
21 พฤษภาคม 2547 14:54 น.

ไม่หวังผล

พี่ดอกแก้ว

เมฆที่เคลื่อนเกลื่อนฟ้ามารวมกาย 
กำเนิดสายธาราวรรษาสรวง 
ทุกหยาดหยดรดรินถิ่นทั้งปวง 
ในอ้อมทรวงชุ่มฉ่ำนำความเย็น 

โขดเขาเขินเนินไพรได้น้ำฝน 
ที่ร่วงหล่นรวมสายคลายทุกข์เข็ญ 
ไหลซึมเซาะแทรกร่างพร่างกระเซ็น 
รวมกันเป็นลำธารผ่านคีรี 

เมฆแยกร่างพรางตามาเป็นน้ำ 
หล่อเลี้ยงตามพฤกษ์พงดงวิถี 
แตกช่อใหม่ให้ความเขียวขจี 
ต่อจากนี้ผลิตผลบนต้นพันธุ์ 

หมู่สัตว์น้อยและใหญ่อาศัยป่า 
ปูและปลาอาศัยธารบ้านสุขสันต์ 
ธรรมชาติมอบให้กันและกัน 
ไร้ขีดคั่นกำหนดกฎตอบแทน 

ลำธารไหลทางลุ่มตามกลุ่มพฤกษ์ 
ไม่เคยนึกกักน้ำความหวงแหน 
ยังคงไหลให้ร่างไปต่างแดน 
จนมาตรแม้นหยดสุดท้ายที่ปลายทาง 

ทำหน้าที่ผู้ให้ได้เต็มที่ 
ไม่เคยมีสิ่งใดให้หมองหมาง 
ให้ทุกหยดรดรินจนสิ้นจาง 
ไม่เคยวางอำนาจประกาศคุณ 

ต่างมนุษย์ผู้ไม่หยุดการร้องขอ 
ไม่เคยพอไขว่คว้ามาอุดหนุน 
คนส่วนใหญ่ให้แล้วคิดถอนทุน 
จึงว้าวุ่นทุกข์ใจไม่ได้คืน 

หากการให้คือการให้ไม่หวังผล 
ให้เพราะตนมีให้มิใช่ฝืน 
ให้ด้วยปรารถนาดีนี้ยั่งยืน 
ไม่หวังผลกลับคืนนี้สุขใจ 
				
20 พฤษภาคม 2547 10:46 น.

ตรึกตรอง…

พี่ดอกแก้ว

ระหว่างทางสามแพร่งแห่งชีวิต 
ความมืดมิดโรยร่างกางกั้นแสง 
บรรยากาศบีบใจให้ไร้แรง 
และเคลือบแฝงเล่ห์กลบนหนทาง 

มองเบื้องหน้าไม่กล้าก้าวเดินต่อ 
เหลียวซ้ายขวารีรออย่างหม่นหมาง 
ความลังเลรุกไล่ให้เลือนลาง 
จนเคว้งคว้างร้างหมายจากใจจินต์ 

รอผู้คนบนทางย่างมาใกล้ 
หวังอาศัยปัญญามาตัดสิน 
เลือกเส้นทางเส้นไหนในแผ่นดิน 
จึงหมดสิ้นขวากหนามตามบีฑา 

หลายคนบอกเบื้องหน้าอย่าช้าไย 
จงเร่งไปเก็บฝันอันปรารถนา 
อีกหลายคนให้เลาะเกาะพนา 
เลี้ยวซ้ายมาทางลัดขจัดภัย 

มีบางส่วนชี้ชวนเส้นทางขวา 
จะชุ่มชื่นชีวากว่าทางไหน 
มีทิวทัศน์งดงามความวิไล 
ประโคมใจให้เชื่อเพื่อก้าวเดิน 

ยิ่งมากคนมากความตามจริต 
มากความคิดเร่งรัดจนขัดเขิน 
หลากเหตุผลจนกลายเป็นส่วนเกิน 
ไม่อาจเดินก้าวต่อยิ่งท้อใจ 

สูดลมลึกตรึกตรองมองจิตตน 
วิเคราะห์ค้นความจริงสิ่งควรไข 
ว่าเป้าหมายชีวิตคือสิ่งใด 
เส้นทางไหนนำผลตนต้องการ 

วางดวงจิตยอมรับกับเบื้องหน้า 
พร้อมพลังฟันฝ่าอย่างอาจหาญ 
ไม่มีเส้นทางใดไร้ภัยพาล 
และราบเรียบสราญดุจปูพรม 

อย่าเกรงกลัวการพบอุปสรรค 
การจมปลักยืนนิ่งยิ่งขื่นขม 
ดุจคนตายวายล่วงห้วงแห่งลม 
ใช้ชีวิตไม่สมกับเวลา 
				
Calendar
Lovers  1 คน เลิฟพี่ดอกแก้ว
Lovings  พี่ดอกแก้ว เลิฟ 1 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟพี่ดอกแก้ว
Lovings  พี่ดอกแก้ว เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟพี่ดอกแก้ว
Lovings  พี่ดอกแก้ว เลิฟ 0 คน
สบายดีค่ะ ขอบคุณมากค่ะที่ยังไม่ลืมกัน
คิดถึงพี่ดอกแก้วจัง สบายดีมัยคะ ------namsai----