31 ตุลาคม 2548 06:12 น.

ผู้ชนะ

พี่ดอกแก้ว

ใครบางคนมืดมนในบางด้าน 
กระทำการผิดพลาดขาดเหตุผล 
เป็นเรื่องร้ายกรายความลามผู้คน 
หลายคนเจ็บกมลและโกรธา 

การโต้ตอบลอบกล้ำทำการแก้ 
ให้ตนเองพ้นแพ้ด้วยโทสา 
ก่อเชื้อไฟไหม้ฟางกลางท้องนา 
ลุกลามมาไหม้บ้านและร้านรวง 

คู่ต่อสู้ต่างตายในกองเพลิง 
ที่ระเริงเพราะโกรธโทษใหญ่หลวง 
แค้นนี้ต้องชำระปะทุทรวง 
ญาติพี่น้องเสี่ยงดวงตายด้วยกัน 

หาใช่น่าสรรเสริญเจริญใจ 
สู้กันบนกองไฟไร้สร้างสรรค์ 
กลายเป็นเถ้าธุลีไร้ค่าพลัน 
ใจโกรธนั้นเผาตนจนวอดวาย 

ผู้ชนะยิ่งใหญ่ใช่ใครอื่น 
ผู้ยิ้มชื่นรับชอบอย่างเฉิดฉาย 
คือความโกรธนายเก่าของเจ้านาย 
ไม่เคยตายจากใจไร้เมตตา 

ใครบางคนมืดมนในบางด้าน 
มองให้นานอาจเห็นด้านอื่นหนา 
ที่สวยงามยามเก่าเราพบพา 
จงนำมาลบเลือนรอยเปื้อนใจ 

มองสิ่งดีดูดีที่น่าชม 
และสะสมความสว่างสร้างนิสัย 
ล้างบางเรื่องด้วยเมตตาและอภัย 
ผู้ชนะคนใหม่คือใจเย็น				
28 ตุลาคม 2548 18:54 น.

อภัย

พี่ดอกแก้ว

ฉันมุ่งหมายจะไปทำความดี 
เพื่อโลกนี้มีสุขไร้ทุกข์หมอง 
แต่ระหว่างทางนั้นฉันเพลินมอง 
จึงล้มกองเสียหลักทุลักทุเล 

รอยบาดเจ็บตามกายมีหลายแห่ง 
ขาก็แพลงเส้นขัดเดินปัดเป๋ 
แขนก็ยอกศอกแตกหน้าเหยเก 
ฝันรวนเรเพราะเท้าก้าวไม่ดี 

ฉันไม่โทษใครอื่นหรือพื้นหน 
แต่โทษตนสะเพร่าเมาแสงสี 
เดินไม่มองกองหินอันมากมี 
จึงล้มลงตรงนี้ที่กึ่งทาง 

ฉันตั้งใจจะไปสร้างเมตตา 
แผ่ความเย็นทั่วหล้าไร้บาดหมาง 
ไม่ถือโทษโกรธใครใฝ่ละวาง 
แต่ทุกอย่างสะดุดลงตรงเท้าตน 

จึงแสนโกรธโทษเท้าก้าวผิดพลาด 
เสียโอกาสทำดีไปหลายหน 
ฉันอดให้อภัยใครหลายคน 
ก็เพราะเท้าเป็นต้นเหตุขัดบุญ 

ฉันเฝ้าบ่นจนเพ้อละเมอพร่ำ 
เพื่อให้จำความผิดติดใจหนุน 
พลันสัมผัสปรากฏอย่างละมุน 
เสียงเคยคุ้นแว่วมาจากฟ้าไกล 

"อภัยนั้นท่านว่าหาง่ายยิ่ง 
อย่าเฉยนิ่งอภัยตนคนอ่อนไหว 
ความพลาดผิดย่อมเกิดได้ทั่วไป 
ไม่มีใครไม่เคยผิดคิดไม่ควร 

หากหมายไปทำดีที่โลกกว้าง 
ต้องรู้วางโทษตนพ้นกำสรวล 
ให้อภัยตนเองแล้วทบทวน 
คือพื้นฐานที่ควรเสริมจิตใจ 

ไม่ยึดติดผิดพลาดขาดริเริ่ม 
ให้บทเรียนช่วยเสริมเพื่อแก้ไข 
อย่าได้จำไว้เพื่อทำร้ายใจ 
แต่จำไว้ไม่ทำซ้ำรอยเดิม" 
				
27 ตุลาคม 2548 07:47 น.

๏ วันตาย ๏

พี่ดอกแก้ว

พายุฝนหล่นพร่างอย่างแน่นหนา 
เหมือนน้ำตาคราโศกวิโยคแสน 
ท่วมพื้นฟ้าพร่าพรายไปทั่วแดน 
ธาราเหนือผืนแผ่นสกลนอง 

ลมกรรโชกโกรกฟ้ามาลิ่วซ้ำ 
โหมกระหน่ำซัดสาดฟาดข้าวของ 
ร่วงหล่นแตกเสียหายมากก่ายกอง 
เสียงหวีดร้องตกใจในเหตุการณ์ 

ยังไม่ทันขวัญคลายหายแตกตื่น 
เสียงหักครืนไม้ใหญ่ใกล้สถาน 
ล้มฟาดลงตรงท้ายของเรือนชาน 
ใบสีเขียวเต็มบ้านก้านกระจาย 

คำนึงถึงภาพฝนที่หล่นพร่าง 
ลมที่คว้างป่วนปนจนเสียหาย 
การล้มกองของต้นไม้ที่เรียงราย 
อยู่เหนือความคาดหมายในเรื่องราว 

อุบัติเหตุเภทภัยในวันนี้ 
ล้วนมากมีอันตรายให้สืบสาว 
ต้องจ็บป่วยด้วยโรคกันระนาว 
ไม่รู้ว่าถึงคราวตายเมื่อใด 

เตรียมหรือยังฝังฝากหลากเรื่องตน 
ภาระที่มากล้นเสร็จบ้างไหม 
ทดแทนคุณพ่อแม่มากเพียงใด 
หากจะต้องสิ้นใจในเร็ววัน 

พระท่านกล่าวสั้นสั้นถึงวันตาย 
มีสองวันสุดท้ายแห่งอาสัญ 
คือวันนี้กับพรุ่งนี้เพียงสองวัน 
เป็นวันตายของเธอฉันเท่านั้นเอง 				
25 ตุลาคม 2548 10:03 น.

คำนินทา

พี่ดอกแก้ว

คำนินทาว่าร้ายกรายถึงหู
เพียงรับรู้เท่านั้นอย่าหวั่นไหว
ปากคนอื่นจะพูดกันเช่นไร
มิอาจไปห้ามสิทธิ์คิดพูดจา
 
เพียงสำรวจตรวจตนบนใจนิ่ง
ปล่อยทุกสิ่งผ่านไปไม่ถือสา
ให้หนักจิตคิดฟุ้งปรุงสัญญา
อกุศลนานามิอาจกราย
 
เดินหน้าต่ออย่าท้อต่อลมพาล
แรงปะทะไม่นานย่อมสลาย
หาทำให้เสียเลือดเนื้อถึงตาย
หรือบาดเจ็บร่างกายตรงที่ใด
 
แต่ถ้าหากยึดใจไว้กับถ้อย
เรื่องเล็กน้อยจะลามเกินแก้ไข
ถือถูกผิดคิดโต้ในทันใด
กระโดดเข้ากองไฟด้วยเท้าตน
 
เมื่อต้องเสียเวลาทำสิ่งหนึ่ง
มองให้ซึ้งถึงปลายในเรื่องผล
ห้านาทีในการโต้ตอบคน
กับฝึกฝนดูใจใดควรทำ
 
คนเขลาความยามคิดติดอารมณ์
ชอบและชังผสมให้ถลำ
ออกท่าทางร่างกายลวดลายคำ
ก่อเกิดกรรมอกุศลผลร้ายแรง
 
โบราณท่านกล่าวไว้ในการห้าม
เรื่องเพลิง ยาม อายุลุแถลง
มิอาจห้ามมิให้ไม่เปลี่ยนแปลง
ย้อนแสดงถึงนินทาว่าย่อมมี
 
คำนินทาว่าร้ายกรายถึงหู
เพียงรับรู้เราเขาต่างวิถี
ห้ามใจตนให้พ้นเพลิงย่ำยี
เพียงห้ามได้เท่านี้ที่ใจเรา				
22 ตุลาคม 2548 09:18 น.

ถามใจตน

พี่ดอกแก้ว

เขาถามฉันมีฝันเหลือบ้างไหม 
ฉันย้อนเขาทำไมจึงไถ่ถาม 
เขาตอบว่าฝันของเขาไม่งดงาม 
ฉันสืบความตามประเด็นเป็นเช่นไร 

เขาตอบว่ามีแต่ความผิดหวัง 
เริ่มกี่ครั้งผลร้างสร้างหวั่นไหว 
อุปสรรคมากล้นจนกลุ้มใจ 
ไม่มีใครคอยช่วยด้วยหวังดี 

เห็นใครอื่นยิ้มชื่นระรื่นฝัน 
มุ่งสร้างสรรค์ในทางอย่างสุขี 
ต่างจากเขาช่างขมขื่นชีวี 
ทุกนาทีมีแต่รออย่างท้อทรวง 

ฉันตอบเขาอย่าเศร้าจนเสียขวัญ 
การโศกศัลย์เสียเวลามาใหญ่หลวง 
อย่าเที่ยวขอรอใครในฤกษ์ดวง 
ความสำเร็จทั้งปวงอยู่ที่ตน 

อุปสรรคคือบันไดไปสานฝัน 
แต่ละขั้นที่ขวางระหว่างหน 
เป็นขุมทองของผู้รู้ฝึกชนม์ 
หากข้ามพ้นก็คือทรัพย์ประดับใจ 

ฝันยิ่งใหญ่ยิ่งเสี่ยงภัยในพงหนาม 
คงต้องถามใจตนเชื่อตนไหม 
หากไม่เชื่อก็ล้มเหลวในทันใด 
หากเชื่อมั่นตนไซร้ไม่ควรกลัว 

ทำสิ่งใดความมั่นใจสำคัญยิ่ง 
ความเกรงกริ่งคือผู้ร้ายหลากหลายหัว 
คอยหลอนหลอกบอกทางอย่างมืดมัว 
ความไม่เชื่อมั่นตัวจึงสิ้นทาง 

ฉันไม่มีฝันใดไปแบ่งเขา 
มีเพียงคำเบาเบาไม่ถากถาง 
การไม่เชื่อมั่นตนคือหลุมพราง 
ทำลายฝันให้ร้างอย่างง่ายดาย 
				
Calendar
Lovers  1 คน เลิฟพี่ดอกแก้ว
Lovings  พี่ดอกแก้ว เลิฟ 1 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟพี่ดอกแก้ว
Lovings  พี่ดอกแก้ว เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟพี่ดอกแก้ว
Lovings  พี่ดอกแก้ว เลิฟ 0 คน
สบายดีค่ะ ขอบคุณมากค่ะที่ยังไม่ลืมกัน
คิดถึงพี่ดอกแก้วจัง สบายดีมัยคะ ------namsai----