29 พฤศจิกายน 2548 08:08 น.

แก้ไข

พี่ดอกแก้ว

เพียงหยิบยื่นที่มีดีที่สุด 
มิเคยหยุดการให้ใฝ่ถนอม 
ความรู้สึกจริงแม้มิแปรปลอม 
หวังหล่อหลอมให้สวยด้วยตั้งใจ 

บำรุงต้นปรนปุ๋ยพรวนคุ้ยดิน 
ตั้งใจรินความหวังที่สดใส 
ให้เติบโตแข็งแรงถึงก้านใบ 
ผลิดอกช่อวิไลได้สมบูรณ์ 

แต่สิ่งใดจะได้อย่างใจเรา 
หวังให้สุขแผ่เงากลับสิ้นสูญ 
ลมอาจโถมโหมแรงทวีคูณ 
ความสูญเสียเพิ่มพูนในทันควัน 

หวังจะให้ดอกสวยด้วยสันสี 
กลับถูกหนอนย่ำยีจนเสียขวัญ 
จึงมิอาจกำหนดกฎป้องกัน 
เพื่อให้ทุกสิ่งอันเป็นอย่างใจ 

เมื่อเคราะห์ร้ายกรายถึงตรึงตัวแล้ว 
ต้องกล้าแกล้วหาทางเข้าแก้ไข 
หากกิ่งโค่นโอนหักเสียหายไป 
แต่งต้นใหม่ตัดทิ้งกิ่งอ่อนแอ 

หากดอกเน่าเฉาช่อหรืององุ้ม 
ปลิดจากพุ่มทิ้งไปไม่แยแส 
อย่าเสียดายในสิ่งที่ผันแปร 
จมอยู่แค่อดีตฝันอันดั้งเดิม 

ใช้กิ่งหักหมักใบไปพร้อมดอก 
แยกเรื่องออกมาทำปุ๋ยเพื่อสร้างเสริม 
ลำต้นดียังมีให้แต่งเติม 
ช่อดอกใหม่พร้อมเพิ่มและผลิบาน 

เรามิอาจได้ทุกสิ่งสมดั่งใจ 
เพราะเงื่อนไขมีมากหลากสถาน 
จึงต้องปรับปรุงใจให้เชี่ยวชาญ 
ทิ้งวันวานรับวันใหม่ด้วยใจทรนง 				
25 พฤศจิกายน 2548 08:51 น.

๏ ลม ๏

พี่ดอกแก้ว

ลมพยักทักช่อล้อดอกไม้
แล้วทักทายกิ่งใบไหวพฤกษา
ฉับพลันนั้นสวนขวัญฟื้นชีวา
ด้วยกระแสลมพาให้เปลี่ยนแปลง
 
ลมเย้าหยอกบอกน้ำตามธารสาย
อย่าเหือดหายแห้งไปโลกระแหง
สัมผัสผิวปลิวคลื่นระรื่นแรง
ลมแทรกแซงผิวน้ำหลามไหลไป
 
ลมล่องลอยคอยดูหมู่เมฆา
เข้าโอบพาหมอกเลือนให้เคลื่อนไหว
ท้องฟ้าพลันเปลี่ยนภาพอย่างฉับไว
เพราะสายลมเปลี่ยนไปเมฆเปลี่ยนตาม
 
ลมหายใจไม่นิ่งวิ่งเข้าออก
คือสัญญาบ่งบอกถึงสนาม
ว่าชีวิตมีอยู่คู่โลกงาม
ยังไม่ถึงแก่ความมรณา
 
หากผู้ใดปล่อยใจให้ท้อแท้
ทิ้งชีวิตชุ่มแช่กับปัญหา
เหมือนก้อนหินจมลงใต้คงคา
หาได้เป็นลมพาให้ฟื้นชนม์
 
อย่าเฉยชาหลั่งน้ำตาอยู่อย่างนั้น
เคลื่อนไหวพลันเปลี่ยนฤดีหนีสับสน
สั่งความหวังขับเคลื่อนเลื่อนกมล
ดั่งลมบนพัดพาเมฆาลอย
 
หากชีวิตสิ้นไร้การไหวเคลื่อน
ก็แม้นเหมือนมรณาเพราะความหงอย
มีลมอยู่ไม่รู้ใช้เหมือนไก่ได้พลอย
ชีวิตที่นิดน้อยไร้ค่าพลัน
				
22 พฤศจิกายน 2548 18:44 น.

ลมหนาว

พี่ดอกแก้ว

เส้นฝนจางจากฟ้าถึงหน้าหนาว 
ใบไม้กราวเพราะลมเข้าพรมเสียง 
แดดอุ่นอ่อนตอนเช้าหมอกเข้าเคียง 
พรางตัวเรียงเลือนสายคล้ายมายา 

ความงดงามยามหนาวเข้าบังฝน 
ปลุกชีพชนชื่นใจในพฤกษา 
สดสีสันดอกดวงพวงผกา 
ละลานตาตรึงใจในยามวัน 

คราเย็นย่ำค่ำเยือนเรือนหนาวเหน็บ 
ผิวเนื้อเจ็บรวดร้าวกายหนาวสั่น 
ไร้ความสวยพฤกษามาลีพรรณ 
ยิ่งดึกนั้นหนาวเฉียบและเยียบเย็น 

ผืนผ้าห่มกันลมชำแรกผิว 
ปลายไฟปลิวก่อกองให้มองเห็น 
ขับไล่หนาวคราวแรมจนแจ่มเพ็ญ 
สายลมเย็นเป็นโทษให้โอดครวญ 

ไม่แน่นอนสักหนบนความหนาว 
คุณและโทษแต่ละคราวช่างผันผวน 
บางคนสุขกับลมพรมเนื้อนวล 
บางคนต้องครางครวญหนาวเสียดกาย 

เมื่อลมหนาวเริ่มแผ่กระแสล่อง 
หลายคนต้องทรมานลมผ่านสาย 
หลายคนทนความเย็นได้สบาย 
หลายคนกลับต้องตายในค่ำคืน 

ลมสายเดียวนี่ไฉนไยต่างผล 
แต่ละคนต่างรู้สึกที่ฝึกฝืน 
มีปะทะรู้ลมอย่างกลมกลืน 
มีล้มครืนจับไข้ไยต่างกัน 

อาจเป็นเพราะความต่างของร่างกาย 
จึงทนได้และไม่ได้เกณฑ์จัดสรร 
อาจเป็นเพราะการเตรียมอย่างครบครัน 
จึงผ่านลมสายนั้นได้ต่างไป 

หากเปรียบไปก็ไม่ต่างจากความทุกข์ 
ที่รานรุกชีพชนคนแดนไหน 
ทั้งเรื่องเศร้าเจ็บโศกและโรคภัย 
พบเหมือนกันแต่ต่างไปตรงใจทน 				
20 พฤศจิกายน 2548 07:36 น.

ระวัง

พี่ดอกแก้ว

ว่างใช่ไหมเสียงใสร้องไถ่ถาม
เริ่มถ้อยความทักทายให้คลายเหงา
และต่อเนื่องเรื่องสัพเพเฮฮาเบา
แล้ววกเข้าเรื่องสำคัญให้หวั่นใจ
 
เขายิ้มหวานบอกสงสารเสียจริงหนอ
จึงต้องขอบ่งแจ้งแถลงไข
เพื่อให้ฉันกระจ่างสว่างนัยน์
ต้องรู้ไว้ว่ามีคนเขาบ่นมา
 
ยังไม่ทันเตรียมใจไว้ฟังถ้อย
เรื่องใหญ่น้อยจู่โจมเข้าโถมถา
ความสบายใจที่เคยมีมา
ก็ถึงคราสูญสิ้นเมื่อยินความ
 
ฟ้าสวยใสในสายตากลับมาหมอง
ทางสีทองราบเรียบกลับเพียบหนาม
มิตรสัมพันธ์ผันไปไม่งดงาม
ความทุกข์ลามรินรดสุขหมดพลัน
 
คนเล่าความแถมท้ายเห็นใจว่า
ไม่อยากมาเล่าอะไรให้เสียขวัญ
แต่ด้วยรักหวังดีเพราะเพื่อนกัน
ไม่อาจเห็นเธอนั้นถูกนินทา
 
ได้แต่ตอบขอบใจเขาไปก่อน
แต่ในใจร้าวรอนเสียหนักหนา
เห็นเขายิ้มอิ่มเอมเปรมปรีดา
ทั้งสายตาแจ่มใสไร้กังวล
 
เมื่อเขาจากไปไกลจึงได้คิด
ไม่หลงติดเรื่องให้ใจสับสน
เรื่องติฉินบ่นมากจากปากคน
ธรรมดาเสียจนเกิดทุกวัน
 
เราอาจพลั้งพลาดไปใช่ดีเลิศ
เขาอาจเกิดอารมณ์ที่หุนหัน
ไม่ได้หมายทำลายสายสัมพันธ์
การบ่นนั้นเพื่อคลายระบายไป
 
แต่คนฟังผู้อมิตรคิดแบ่งแยก
อาจแจงแจกถ้อยสู่ผู้อ่อนไหว
ความบาดหมางจึงเกิดขึ้นทันใด
พร้อมรอยยิ้มสุขใจในเสี้ยมการณ์
 
ระวังใจอย่าหลงไปกับเรื่องเก่า
ผ่านไปแล้วอย่าเอามาย้ำขาน
ทำลายสุขปัจจุบันจนแหลกลาญ
ตกเป็นเหยื่อฟุ้งซ่านอย่างโง่งม				
17 พฤศจิกายน 2548 10:47 น.

ความทรงจำ

พี่ดอกแก้ว

ความจดจำทำให้ห้องใจรก
จนเพ้อพกสับสนปนหัวหาง
ต้องจัดแยกหมวดไปให้ถูกทาง
ที่ไม่ดีก็ล้างโละทิ้งไป
 
ใช้เนื้อที่ของใจอย่างสมค่า
ด้วยสติปัญญาสว่างไสว
พร้อมอดทนรายเรียงเป็นรั้วใจ
เสริมช่องว่างกว้างใหญ่ด้วยเมตตา
 
จัดชั้นวางกุศลที่พ้นผ่าน
ให้หยิบอ่านใกล้ใจไม่ต้องหา
เพราะเป็นการเน้นย้ำเจตนา
ให้พูนค่าบุญกรรมที่ทำดี
 
ความทรงจำนำทางที่สร้างทุกข์
อย่าไปคลุกคลึงเคล้าจนเศร้าศรี
เร่งรำลึกแต่สิ่งที่ดีดี
ทดแทนที่หมองหม่นให้พ้นพลัน
 
แต่ถ้าหากทำได้เพื่อไร้เรื่อง
และไม่เปลืองเนื้อที่สร้างเงื่อนขันธ์
คือกำหนดรู้ไปให้เท่าทัน
ปัจจุบันตรงนี้มีอะไร
 
ไร้ทรงจำนำพามาต่อเรื่อง
ให้ขุ่นเคืองชื่นชอบแล้วหวั่นไหว
รู้ว่ามีผ่านมาแล้วผ่านไป
จึงไม่เหลืออะไรให้จดจำ
 
ใจจักวางจากความเป็นตัวตน
ไร้อดีตปะปนจนเนืองหนำ
สิ้นเปรียบเทียบกับใครในเรื่องกรรม
ยุติการหมุนซ้ำวัฏฏะภัย				
Calendar
Lovers  1 คน เลิฟพี่ดอกแก้ว
Lovings  พี่ดอกแก้ว เลิฟ 1 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟพี่ดอกแก้ว
Lovings  พี่ดอกแก้ว เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟพี่ดอกแก้ว
Lovings  พี่ดอกแก้ว เลิฟ 0 คน
สบายดีค่ะ ขอบคุณมากค่ะที่ยังไม่ลืมกัน
คิดถึงพี่ดอกแก้วจัง สบายดีมัยคะ ------namsai----