29 มิถุนายน 2548 21:35 น.

เราก็บาป

พี่ดอกแก้ว

หลากหลายคนลืมมองตนสำรวจตัว 
มีปัญหาก็มั่วสร้างเหตุผล 
เพราะคนนั้นคนนี้ที่ทำตน 
โทษแต่คนอื่นผิดปิดความอาย 

หลากหลายคนขุดค้นเรื่องชาวบ้าน 
นินทาอย่างสำราญกับสหาย 
เห็นความผิดของเขามีมากมาย 
เที่ยววุ่นวายเรื่องราวสาวไส้กัน 

หลากหลายคนพร่ำบ่นว่าผู้อื่น 
ทั้งหยิบยื่นข้อหาโทษมหันตร์ 
พูดตำหนิติเตียนอย่างเมามัน 
มีตนเองเท่านั้นที่แสนดี 

นั่นเป็นการมองไปในวิบัติ 
ไกลจากสัจจธรรมนำสุขศรี 
เรื่องคนอื่นจะดีหรือไม่ดี 
หากคิดมองเรื่องนี้ต้องวางใจ 

เพราะวจีที่กล่าวถึงราวเรื่อง 
ไม่ประเทืองปัญญาพาผ่องใส 
เป็นวจีทุจริตสร้างวัฏฏ์ภัย 
ส่อเสียดไปเพ้อเจ้อเผลอแต่งความ 

ขณะที่ว่าเขามัวเมาบาป 
เราพึงทราบเราก็บาปและน่าหยาม 
เราไม่ใช่คนดีที่งดงาม 
เพราะถ้อยความบ่งใจไร้ปัญญา 

พระท่านสอนให้สังวรระวังกรรม 
ใครกระทำชั่วดีมีตัณหา 
เขาต้องได้รับผลสมราคา 
ไม่เกี่ยวกับวาจาของผู้ใด 
				
27 มิถุนายน 2548 13:08 น.

เปลี่ยนมุมมอง

พี่ดอกแก้ว

ดอกกุหลาบเต็มพุ่มดูกลุ่มสวย 
กลิ่นหอมรวยรินมาพาเคลิ้มฝัน 
เดินเข้าใกล้ไม้หอมพร้อมรำพัน 
ถึงความงามเฉิดฉันท์และกลิ่นอวล 

ยามอยู่ห่างต้นพรางปิดส่วนด้อย 
เพียงนิดน้อยก็มิเคยเห็นในสวน 
จึงปักใจว่าดีที่ทั้งมวล 
ไม่ถี่ถ้วนในจิตพิจารณา 

แล้วชมชื่นตื่นตาว่างามนัก 
สรรเสริญศักดิ์ราชินีแห่งพฤกษา 
จวบจนทางประชิดติดเข้ามา 
จึงเห็นว่ามีส่วนด้อยไม่น้อยเลย 

กิ่งบางกิ่งเกะกะระรานยื่น 
ดอกบางดอกไม่ชื่นดูชาเฉย 
อีกบางดอกมีหนอนเข้าซ้อนเชย 
เมื่อเข้าใกล้จึงเผยเห็นส่วนพราง 

เช่นเดียวกันสัมพันธ์ในมิตรผอง 
ส่วนดีต้องโดดเด่นและกว้างขวาง 
ประทับจิตเชื่อมใจไม่เจือจาง 
เพราะเริ่มแรกอยู่ห่างมุมส่วนตัว 

บางคนไม่หนักแน่นจึงแคลนเคลื่อน 
เมื่อพบด้านลบเลือนมืดสลัว 
สำคัญผิดคิดตัดเยื่อใยบัว 
เพราะพบด้านมัวซัวที่ซ่อนตา 

แต่บางคนหนักแน่นไม่แคลนคบ 
แม้กระทบเรื่องร้ายให้โทสา 
ให้อภัยให้โอกาสตลอดมา 
เพราะรู้ว่าไม่มีใครไม่พลาดความ 

เหมือนกุหลาบกองามยามใกล้ชิด 
บางครั้งหนามสะกิดให้เข็ดขาม 
บางดอกเฉาเน่าไปไม่งดงาม 
คนที่รู้นิยามก็เบาใจ 

แต่บางคนทนไม่ได้ในส่วนเสีย 
ไม่ไกล่เกลี่ยส่วนดีที่สวยใส 
มีดอกงามเต็มช่อล้อลมไกว 
แต่ใส่ใจดอกเน่าเฝ้าคร่ำครวญ 

ทางจึงตันวันลาเดินมาถึง 
เพราะติดตรึงภาพด้อยคอยกำสรวล 
มองผิดมุมกลุ้มใจไม่ทบทวน 
ความสัมพันธ์จึงซวนเซล้มลง
				
20 มิถุนายน 2548 19:07 น.

ใกล้แล้ว

พี่ดอกแก้ว

ฉันยืนอยู่ตรงไหนก็ไม่รู้ 
อดทนสู้เดินมาหาจุดหมาย 
ผ่านร้อนแดดแผดเผาทั่วร่างกาย 
รับหยาดสายฝนรินชุ่มอินทรีย์ 

มีรอยแผลมากมายให้มองเห็น 
บ้างลวดลายดูเด่นเป็นแนวสี 
ความเข้มจางบางหนาพาดกายี 
ในใจมีขมเฝื่อนเกลื่อนห้องใจ 

ล้าเหลือเกินเดินทนบนทางเท้า 
บางโค้งมีหนามยาวแกว่งวูบไหว 
ไม้บางต้นให้ผลเป็นพิษภัย 
ทางขรุขระทอดไกลให้ตรากตรำ 

ฉันยืนนิ่งติงใจใส่คำถาม 
จะพบความหิวโหยหรืออิ่มหนำ 
ทางข้างหน้าอีกยาวไหมในระกำ 
ฉันจะทำได้ไหมถึงปลายทาง 

มองเหลียวหลังชั่งใจให้ครุ่นคิด 
ผ่านมาแล้วชีวิตการแผ้วถาง 
พ้นมาแล้วมากมายกับหลุมพราง 
ยังหยัดร่างไม่ล้มถมทางดิน 

ตัดสินใจไปต่อขอสู้ตาย 
มุ่งไปสู่เป้าหมายแม้โหดหิน 
เพราะการก้าวแต่ละก้าวของชีวิน 
คือเข้าใกล้เขตถิ่นของปลายทาง 

วันนี้อาจไม่ใกล้จุดหมายนั้น 
แต่ก็ใกล้กว่าวันเริ่มก้าวย่าง 
ศรัทธาและความเพียรที่ไม่จาง 
ทำความห่างหมดไปได้สักวัน				
15 มิถุนายน 2548 16:44 น.

ทำดี

พี่ดอกแก้ว

ทำเช่นนี้เพราะดีที่นิยม
ตรงกับรสสังคมสมสมัย
ทำไปแล้วเขาว่าดีกว่าเรื่องใด
รีบทุ่มใจเทจิตคิดทำการ

ทำเช่นนั้นท่านว่าถูกใจท่าน
เป็นเรื่องดีที่ฉันต้องหมั่นสาน
ไม่ขัดใจผู้ใหญ่ในการงาน
จึงบันดาลความดีที่เขาชม

ทำเช่นโน้นโอนอ่อนผ่อนเชือกสาว
ไม่แข็งกร้าวขืนใครให้ต้องขม
ลอยตามน้ำตามไปไม่ช้ำตรม
เขานิยมว่าดีที่ถูกควร

ทำเช่นนี้เพราะดีถูกใจมิตร
ถนอมจิตรักใคร่ไร้กำสรวล
แม้นเสแสร้งแกล้งทำตามคำชวน
เขาว่าล้วนเรื่องดีที่ควรทำ

ทำเช่นนั้นเพราะฉันคิดว่าดี
ใครไม่ชอบก็หนีอย่าล่วงล้ำ
เรื่องส่วนตัวส่วนตนคนจะทำ
มีสิทธิก่อกรรมทำการงาน

เรื่องทำดีมีมากหลากบรรทัด
ใดจักวัดเกณฑ์ไว้ให้เป็นฐาน
ดีทางโลกเปลี่ยนไปแต่ละกาล
ตอนนี้ดีแต่ไม่นานก็ไม่ดี

ทำเช่นไหนได้ดีมีประโยชน์
พ้นจากโทษพบสุขทุกวิถี
คือทำแล้วไม่มุ่งสุขโลกีย์
ทำความดีเพื่อผลดีไม่มีภัย				
10 มิถุนายน 2548 08:51 น.

นักฝัน

พี่ดอกแก้ว

ความสุขอยู่ที่ไหนจะไปหา 
พระสอนว่ามรรคผลดลสุขสันต์ 
เป็นสุขอันสถาพรไร้กัปกัลป์ 
จึงมุ่งมั่นไปพบสบสุขจริง 

เริ่มร่ำเรียนเขียนอ่านการศึกษา 
รู้บทธรรมล้ำค่าคุณใจสิงห์ 
รู้ว่าจิตนั้นไวเหมือนดั่งลิง 
ไม่หยุดนิ่งยิ่งศึกษาตำราตาม 

พอนานไปใจรวนทวนเป้าหมาย 
ความสุขกลายมาอยู่ที่ซักถาม 
โต้ตอบปริยัติจนลุกลาม 
บ้างตีความของสูงจูงลงดิน 

บ้างวิจัยไขธรรมย้ำภูมิรู้ 
แตกสาขาจากครูแล้วโผผิน 
พูดถึงเรื่องอริยะจนชาชิน 
วิจัยสิ้นนิพพานมานานปี 

เหมือนนักฝันฟุ้งเฟื่องในเรื่องดาว 
จินตนาการเพริศพราวสร้างแสงสี 
พูดถึงเรื่องหลุมดำกลางสุรีย์ 
วิเคราะห์แต่ทฤษฎีความน่าจะเป็น 

ครั้นฝนตกกลับงันงกกลัวฟ้าฝน 
เที่ยวพร่ำบ่นฝนฟ้าที่ครึ้มเห็น 
ลืมไปหมดทฤษฎีความน่าจะเป็น 
ภูมิความรู้หลบเร้นกับเรื่องจริง 

เพราะไม่ฝึกระลึกรู้อยู่เบื้องต้น 
มองข้ามเรื่องกุศลในบางสิ่ง 
ไม่ปรับร่างสร้างฐานเพื่อพักพิง 
และทอดทิ้งการปฏิบัติขจัดมาร 

เมื่อเกิดภัยปัจจุบันพลันหวีดร้อง 
น้ำตานองกลุ้มใจไร้กล้าหาญ 
รำพันโทษดินฟ้าว่ารุกราน 
ก็เพราะไร้ประสบการณ์ปฏิบัติธรรม 

ความสุขจึงอยู่ไกลไปไม่ถึง 
เพราะติดตรึงหลุมพรางอย่างน่าขำ 
เริ่มเสียเถิดเรื่องใกล้ตัวที่ควรทำ 
คือเริ่มนำสติผลิที่ใจ 				
Calendar
Lovers  1 คน เลิฟพี่ดอกแก้ว
Lovings  พี่ดอกแก้ว เลิฟ 1 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟพี่ดอกแก้ว
Lovings  พี่ดอกแก้ว เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟพี่ดอกแก้ว
Lovings  พี่ดอกแก้ว เลิฟ 0 คน
สบายดีค่ะ ขอบคุณมากค่ะที่ยังไม่ลืมกัน
คิดถึงพี่ดอกแก้วจัง สบายดีมัยคะ ------namsai----