26 กันยายน 2551 15:57 น.

ผู้กล้า

พี่ดอกแก้ว

ประสบการณ์ผ่านหนามความเหน็บหนาว 
ก่อพลังให้ทุกก้าวไม่หวั่นไหว 
รวบรวมจิตอดทนฝึกฝนใจ 
สร้างพลังภายในให้แกร่งตน 

กล้าเหลียวหลังหวนมองกองขวากหนาม 
ที่ก้าวข้ามผ่านได้สำเร็จผล 
กล้ามองดูรอยแผลจากทุกข์ทน 
ไร้คำบ่นยามรักษาทายาธรรม 

กล้าขบคิดเหตุผลจนแตกฉาน 
ตั้งใจอ่านบทชีวิตที่ไม่ขำ 
เขียนไว้ตอนอดีตทรามยามก่อกรรม 
กลายเป็นหนามตามย้ำในเส้นทาง 

กล้าเขียนบทกำหนดฉากชีวิต 
เนรมิตทางใหม่ให้ไร้หมาง 
ชำแหละปวงอุปสรรคกลบหลุมพราง 
ใช้เมตตาเสริมสร้างทางให้ดี 

กล้าอภัยกล้าให้โอกาสคน 
กล้าฝึกฝนผู้ร่วมทางวิถี 
กล้าสละสุขตนเพื่อความดี 
กล้าพาผู้อื่นมีสุขปลอดภัย 

คือผู้กล้านำชนให้พ้นยาก 
เป็นดุจเรือข้ามฟากชลเชี่ยวไหล 
คือผู้กล้าแกร่งกล้าที่จิตใจ 
มิได้ใช้ปากกล้าพาหลงลม 

คือผู้กล้านำอดีตมาสร้างเสริม 
แล้วต่อเติมทางใหม่ให้งามสม 
ใช้ดอกไม้ปูทางสร้างผืนพรม 
นำความดีมาผสมผสานใจ 

คือผู้กล้าควรค่าน่ายกย่อง 
กล้าหวนมองดูตนอย่างแจ่มใส 
กล้าช่วยเหลือผู้อื่นด้วยน้ำใจ 
และคำนี้มีสิทธิ์ใช้ที่ตัวเรา 
				
19 กันยายน 2551 18:09 น.

ศิลปะ

พี่ดอกแก้ว

จากความงามของจิตประดิษฐ์ร้อย 
เป็นท่วงถ้อยกวีที่เรียงขาน 
ชวนผู้เสพขมขื่นและชื่นบาน 
ศิลปะแห่งการประพันธ์กรอง 

จากความคิดสร้างสรรค์บรรเจิดจิต 
นิรมิตเครื่องใช้ในทั้งผอง 
เป็นรูปแบบเรือนบ้านที่น่ามอง 
คือศิลป์ของนักสร้างช่างฝีมือ 

จากความฝันมุ่งมั่นเป็นปึกแผ่น 
ทุกถิ่นแคว้นศิโรราบให้ยึดถือ 
ต้องเชี่ยวชาญบริหารและฝึกปรือ 
นั่นก็คือศิลปะการครองคน 

จากบทธรรมนำถ้อยร้อยเรียงพจน์ 
ให้ปรากฏสำเร็จในเบื้องผล 
การเผยแผ่เริ่มขึ้นที่ใจตน 
ดัดกมลสันดานงานศิลป์ธรรม 

เจียรนัยใจสวยด้วยปัญญา 
สร้างเมตตาให้จิตติดแน่นหนำ 
ท่วงทำนองต่อไปของรอยกรรม 
คือเผยธรรมถ่ายทอดปลอดพิษภัย 

ความงดงามยามเผยเอ่ยธรรมพจน์ 
ต้องหมดจดสิ้นหมองมากผ่องใส 
ปลูกรากฐานผู้ฟังให้ฝังใจ 
คำนึงในปวงบุญหนุนละทราม 

ต้องรู้นำใจคนให้พ้นทุกข์ 
ทั้งปลอบปลุกตักเตือนเบือนคำหยาม 
สอนให้รู้ค่าบุญขึ้นทุกยาม 
มอบถ้อยความเสริมใจให้เพียรดี 

ทำชีวีผู้ที่ทำบุญน้อย 
ให้เพิ่มบุญบ่อยบ่อยในวิถี 
มุ่งเพิ่มบุญละบาปอาบฤดี 
คือศิลปะที่พาชีวิตพ้นพิษกรรม. 
				
10 กันยายน 2551 15:10 น.

ไร้คุณค่า

พี่ดอกแก้ว

วันเวลาพาอัตตาให้โตเขื่อง 
วิเคราะห์เรื่องแจงแจกอย่างแตกฉาน 
เพราะเรียนรู้ด้วยตนจนเชี่ยวชาญ 
มีความบานเบิกใจในความเพียร 

อิ่มเอมใจไปกับความสำเร็จ 
ดั่งมีเพชรประดับอยู่เหนือเศียร 
ภาคภูมิกับความรู้ที่เล่าเรียน 
มั่นใจกับแสงเทียนที่ถือครอง 

คิดว่าแสงแรงกล้ากว่าแสงใด 
เชื่อในความสว่างไสวไม่เป็นสอง 
ยึดอยู่ในมุมแคบที่จับจอง 
ไม่เคยมองรอบตนจนชัดตา 

หากหันหน้าออกมาจากมุมอับ 
อาจรู้รับความมืดรอบทิศา 
ได้รู้จักความสว่างนอกกะลา 
รู้จักแสงเจิดจ้ากว่าแสงตน 

ความเย่อหยิ่งยึดมั่นท่านให้ละ 
ไม่เอะอะอ้างตำราท้าเหตุผล 
ยกถ้อยคำวาทะอริยะชน 
มายกตนข่มใครไม่เหมาะกาล 

ความอวดดื้อถือดีที่มีอยู่ 
ท่านให้รู้วางไปไม่สืบสาน 
เพราะเป็นเรื่องกิเลสในสันดาน 
อาจก่ออคติพาลผู้มีคุณ 

ความมั่นใจในตนจนล้นหลาก 
หากมีมากต้องเมามายจนหัวหมุน 
กลายเป็นผู้หยิ่งผยองในผองทุน 
ไม่รับการอดุดหนุนจากผู้ใด 

ล้วนเป็นเรื่องของอัตตาที่ล้นปรี่ 
เหมือนแก้วน้ำไม่มีช่องว่างไหน 
ให้ผู้อื่นเติมความรู้เข้าสู่ใจ 
จึงสิ้นไร้คุณค่าคราน้ำเต็ม 				
4 กันยายน 2551 18:56 น.

น่าชื่นชม

พี่ดอกแก้ว

กล้าไม้งามพบความเอาใจใส่ 
ได้เติบใหญ่ไร้แมลงแฝงใบสวย 
รับแดดแสงผสมลมรื่นรวย 
ชื่นฉ่ำด้วยสายน้ำความดูแล 

จึงงดงามต้นใบในสวนชื่น 
ผลดกดื่นดูดีไม่มีแผล 
ครั้นวิกฤติโถมถาพาปรวนแปร 
เกิดความแย่เพราะแล้งพลันแห้งกาย 

ใบร่วงโรยโปรยพลิ้วปลิวเกลื่อนพื้น 
ลำต้นยืนรอวันล้มสลาย 
สายแดดกล้าเจิดจ้าลำแสงพราย 
ดุจอาวุธแรงร้ายเข้าฟาดฟัน 

บางต้นล้าอำลาไปจากสวน 
โดยได้ด่วนทิ้งซากพรากจากฝัน 
เพราะไร้แกนแก่นที่สมบุกสมบัน 
เป็นพืชพันธุ์ไร้ซึ่งความอดทน 

ครั้นวิกฤติผ่านพ้นจนคืนชุ่ม 
เกิดปมปุ่มแตกตามาพบฝน 
จากต้นที่มีคุณภาพอาบรากตน 
จึงเป็นพันธุ์ที่คนนิยมจริง 

ยามสมบูรณ์นั้นไม่อาจพิสูจน์พันธุ์ 
ยามวิฤกติแปรผันน่าเกรงกริ่ง 
จึงพิสูจน์คุณภาพได้แท้จริง 
ว่าพันธุ์ใดควรทิ้งควรชื่นชม 

ดุจดังคนถึงคราวร้าวรานจิต 
แต่อดทนจนพิชิตความขื่นขม 
ฟื้นใจสู่ความสว่างล้างหมองตรม 
น่าชื่นชมคุณภาพที่อาบใจ 				
1 กันยายน 2551 07:30 น.

ข้าพเจ้าสุขใจในเส้นทาง

พี่ดอกแก้ว

ข้าพเจ้าสุขใจไร้หมองหมาง 
ได้เดินไปบนทางตามที่ฝัน 
มีโอกาสช่วยเหลือและแบ่งปัน 
ทั้งสร้างสรรค์ใจตนให้พ้นภัย 

ข้าพเจ้าพบคนต่างกิเลส 
ก่อภัยเภทล้นหลามตามนิสัย 
จึ่งมองดูด้วยความที่เข้าใจ 
ว่าเป็นภัยเฉพาะตนคนสร้างกรรม 

ข้าพเจ้าถูกเหมาเป็นผู้ร้าย 
เขามาป้ายสีใส่ไม่อิ่มหนำ 
ข้าพเจ้าดูสีที่ป้ายทำ 
รู้เป็นวิบากกรรมสร้างผลงาน 

ข้าพเจ้าเข้าใจไม่เอาเรื่อง 
รู้ว่าเปลืองเวลาในสังสาร 
เขาคือเขา เราคือเรา ต่างสันดาน 
พบแล้วผ่านไม่รั้งผูกฝังใจ 

ข้าพเจ้าสงสารผู้พาลนั้น 
หากผลกรรมตามทันอนาคตสมัย 
ต้องเจ็บร้อนเพราะกรรมที่ทำไป 
คงยิ้มได้แค่ตอนนี้ที่ปัจจุบัน 

ข้าพเจ้าพบสิ่งไม่ดีงาม 
จึงตั้งใจหลีกทรามไม่สังสรรค์ 
แยกเส้นทางด้วยความรู้เท่าทัน 
เพื่อไม่พบสิ่งนั้นในชีวี 

ข้าพเจ้าสุขใจในเส้นทาง 
แม้นมีหลุมบ่อบ้างในวิถี 
ก็มุ่งมั่นเดินไปด้วยความดี 
เพราะปลายทางสายนี้แสนงดงาม 
				
Calendar
Lovers  1 คน เลิฟพี่ดอกแก้ว
Lovings  พี่ดอกแก้ว เลิฟ 1 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟพี่ดอกแก้ว
Lovings  พี่ดอกแก้ว เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟพี่ดอกแก้ว
Lovings  พี่ดอกแก้ว เลิฟ 0 คน
สบายดีค่ะ ขอบคุณมากค่ะที่ยังไม่ลืมกัน
คิดถึงพี่ดอกแก้วจัง สบายดีมัยคะ ------namsai----