30 พฤศจิกายน 2546 23:48 น.

๏๏ หัวโขน ๏๏

อัลมิตรา

 
๏ โขนครอบทรงเครื่องพร้อม.....นาฏศิลป์
รามลักษณ์ยักษ์ลิงอินทร์............โอ่อ้าง
สำแดงอวดศักดิ์สถิร..................ยุทธศาสตร์
เชิดบทลอยบาทบ้าง..................ฆ่าล้างโรมรัน ๚

๏ หลงยศเหลิงเกียรติ์ก้อง.........โลกีย์
ยามเหล่าโขนดนตรี....................แต่งให้
หวังจักเพิ่มราศี..........................สูงส่ง
จึงเหนี่ยวจิตบอดใบ้...................บ่งข้ามลืมตัว ๚ะ๛  
				
28 พฤศจิกายน 2546 15:36 น.

หมอกหรือควัน..

อัลมิตรา


ประดุจม่านพรางไว้มิให้เห็น
ฤๅซ่อนเร้นตัวตนเกินค้นหา
หนาวกว่าหนาวปวดร้าวในอุรา
หมอกหรือควันบังตามิน่ายล

ยามอุษาอาทิตย์จรัสแสง
สายส้มแดงส่องใบในไพรสณฑ์
กลับลางเลือนเสมือนเช่นเร้นกายตน
ดูมืดมนดุจราตรีที่ผ่านคืน

ควันหรือหมอกหลอกบังหยั่งใจคิด
แสนอ่อนจิตระทมสุดข่มฝืน
สองแขนล้าสองขาเกินหยัดยืน
เปรียบรักชื่นแปรเปลี่ยนเวียนตามกาล

หมอกหรือควันฝันสลายคล้ายยากเห็น
รักซ่อนเร้นปิดบังครั้งเคยหวาน
ไม่ชัดเจนเช่นก่อนตอนวันวาน
จึงเขียนกานท์โปรดบอก..หมอกหรือควัน ..				
27 พฤศจิกายน 2546 23:20 น.

ขอบคุณที่ห่างไกล..

อัลมิตรา


..แม้นอยู่ใกล้แต่คล้ายเมินเหินห่าง
ทำตาขวางเหมือนใครให้ยาขม
คงเสื่อมรักสิ้นใยใจหมองตรม
ประหนึ่งลมผ่านมาแล้วลาไกล
 
...จำต้องลาไปก่อนยังย้อนนึก
เฝ้าตรองตรึกถึงคราวเราชิดใกล้
อาจจะเป็นเช่นฝันอันรำไร
ยามตื่นให้สร่างพลันอันตรธาน 

...เพียงรำพึงรำพันอกหวั่นไหว
ขอร่ำไรร่ำลาอย่างกล้าหาญ
ยังคำนึงคำนั้นในวันวาร
สุดซมซานซมซ่อขอลาที

...แสนท้อแท้ท้อถอยเศร้าสร้อยนัก
เมื่อตระหนักตระหนกอกป่นปี้
เกินเก็บกั้นเก็บกดรันทดมี
คงหลบหนีหลบหน้าแม้นอาวรณ์				
26 พฤศจิกายน 2546 18:12 น.

ชวนต่อกลอน ..ทำไมทำเมิน

อัลมิตรา

 
เธอทำไมทำเมินเหมือนเหินห่าง
อยู่ระหว่างระแวงเธอแหนงหน่าย
รักบาดใจบาดเจ็บเก็บกลั้นอาย
วันสุดท้ายสุดท้อขอลาที

..............................................................
..............................................................
..............................................................
..............................................................
				
18 พฤศจิกายน 2546 23:25 น.

อยากหยุดตะวันไว้ที่...ปลายฟ้า

อัลมิตรา


รัตติกาลห่อนไร้ดาวรายล้อม	
เพ็ญจันทร์ย่อมแจ่มจ้าเวหาหาว
สวยสล้างเรืองรองผ่องสกาว		
ยังเพริศพราวเพียงให้ได้เชยชม

กระพริบพร่างพราวพรายหลากหลายแท้	                
ชายตาแลยังงามวับวามสม
ประดับห้วงโลกหล้านภาพรหม		
ให้รื่นรมย์สมสุขทุกครั้งครา

ผู้ต่ำต้อยอยู่ใต้แสงพรายพร่าง	
ฤๅอวดอ้างยึดครองปองใฝ่หา
สูงเกินหมายเอื้อมโอบซบดารา		
เพียงไขว่คว้าเพ้อฝันสะท้านทรวง

ต้องเจียมตนทนหนาวรวดร้าวนัก	               
แจ้งประจักษ์ความจริงสิ่งใหญ่หลวง
ความเหมาะสมสรรพสิ่งจริงหรือลวง	                
ยากเกินทวงถามไถ่ให้ยืนยง 

ครั้นรุ่งแจ้งแสงฉายอุไรแล้ว	
คงไร้แววแสงงามตามประสงค์
เดือนดาวเลื่อนหลบเร้นเช่นให้ปลง	               
อย่าลุ่มหลงฝันใฝ่ให้เกินตน

คงหมดสิ้นแสงสายพิไลล้ำ		                
เกินพรอดพร่ำปรารถนาพาสับสน
หากดวงจิตคิดยื้อความดื้อปน		
ยังร้อนรนรุ่มหลงตรงฟ้าคราม 

ให้คงคืนวันไว้ไม่แปลงเปลี่ยน	
ยังพากเพียรอ้อนคำย้ำหวงห้าม
อย่าเคลื่อนคล้อยกลับกลายในนิยาม	               
ให้เป็นตามคำนี้ที่อ้อนวอน

แม้นต่ำต้อยเกินใจจะไขว่คว้า		
เพียงปรารถนาเชยชมภิรมย์ก่อน
เสี้ยวแห่งกาลผันแปรแม้บั่นทอน	               
คงอาวรณ์เกินรั้งยับยั้งใจ 

มาพบกันดุจกรรมนำเสกสร้าง
เคยเคียงข้างเคล้าคลอฉอเลาะใกล้
สวรรค์สาปเราพลัดพรากยากทำใจ 		
เหมือนอยู่ไกลเกินหยั่งดั่งฟ้าดิน

ความแตกต่างกั้นกลางระหว่างรัก                         
ดุจปฏักตอกย้ำยามถวิล
ขอโอบกอดอิงกายให้สมจินต์                             
ตราบสูญสิ้นสิเหน่หา...แล้วลาไกล ฯ



				
Calendar
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟอัลมิตรา
Lovings  อัลมิตรา เลิฟ 0 คน
มาอีกรอบนะ พยายามจะเขียนกลอนที่นี่ แต่ยังใช้ไม่เป็น เห็นกลอนขุดบ่อล่อปลาแล้วคิดถึงอิม คิดถึงเรื่องเก่า ๆ จะสิบปีแล้วสินะที่เริ่มเขียนกลอนได้ เหมือนกลอนที่เคยอ่านหรือเขียนขึ้นใหม่นะ
คิดถึงจังอิม สบายดีหรือเปล่า