27 มีนาคม 2547 22:33 น.

...ขออย่าคร่ำครวญ...( Don’t cry )

อัลมิตรา


..๏ เอื้อนเอ่ยเผยความข้างใน...............อัดอั้นตันใจ
สิ่งใดทำให้ตรอมตรม
บางสิ่งตอกย้ำความระทม....................อกไข้ใจขม
ดุจจมหล่มลึกร้าวรอน
แฝงเร้นพัวพันสัญจร...........................ห้ำหั่นบั่นทอน
รุ่มร้อนรุมเร้าหนาวนาน
ปรากฏในตาทรมาน............................โศกเศร้าร้าวราน
เปลี่ยนกาลวันแปรปิดบัง  ๚

..๏ ขออย่าชอกช้ำลำพัง........................หมายใจใคร่ฟัง
ด้วยยังห่วงหาอาทร
ขออย่าโศกาอาวรณ์.............................ร่ำไห้ใจคลอน-
แคลนคร่ำครวญก่อนเจรจา
ฉันรู้เธอเศร้าเหลือคณา........................สิงสู่อุรา
ทุกคราพาเจ็บปวดใจ
ฉันรู้ว่าเป็นเช่นใด................................ไม่พวงสงสัย
ด้วยเคยร่ำไห้เช่นกัน  ๚

..๏ อยากบอกเธอให้รู้ทัน......................บางสิ่งแปรผัน
เธอนั้นไม่เป็นเช่นเดิม
อยากบอกใช่ย้ำซ้ำเติม..........................ด้วยคงส่งเสริม
ให้เริ่มรับรู้สู้ไป
ขออย่าครวญคร่ำร่ำไร...........................ฉันนั้นมั่นใน-
ห่วงไยบ่ไร้ไมตรี
ยังคงเฝ้ารักภักดี....................................โอบอ้อมอารี
คนดี  อย่าช้ำคร่ำครวญ  ๚

..๏ เพรียกพร่ำแผ่วเพลินเชิญชวน-..........ชมฟ้านภามวล
ล้วนงามเกินคำบรรยาย
ยังมากเดือนพราวดาวพราย......................พริ้งเพริศเฉิดฉาย
ด้วยหมายบรรเทาเศร้าหมอง
เบื้องบนคงมีที่ปอง.................................คือสวรรค์เรืองรอง
ผุดผ่องต้องตาอัศจรรย์
พรั่งพร้อมเพลินสนุกสุขสันต์................คืนเปลี่ยนเวียนวัน
สิ่งนั้นคือสวรรค์ของเธอ  ๚

..๏ สิ่งใดทำให้ใจเผลอ...........................ผ่านประสบพบเจอ
ขอเธออย่าได้ใส่ใจ
คืนนี้  โศกาอาลัย...................................เศร้าจางห่างไกล
มิใกล้ย่ำยีบีฑา
เอื้อนเอ่ยเผยคำสนทนา........................หวานซึ้งตรึงตรา
จนกว่าลาจากพรากกัน
ฝากรอยจุมพิตโดยพลัน.........................ปรีดิ์เปรมเกษมสันต์
ก่อนฉันต้องขอจรลี  ๚

..๏ ขอย้ำคำย้อนกลอนกวี........................แด่เจ้าคนดี
อย่ามีทุกข์รุมสุมทรวง
เรื่องราวคราวหลังทั้งปวง-......................ความจำคำลวง
ดุจบ่วงร้อยรัดขัดใจ
สลัดสิ้นอย่าเหลือเยื่อไย.........................เพื่อร้างห่างไกล
อย่าได้ครุ่นคิดจิตหมอง
ฉันยังมุ่นหมายใฝ่ปอง...........................ใจเดียวเกี่ยวดอง
ใคร่คล้องไมตรีสิเนหา  ๚

..๏ ยังคิดถึงเธอเสมอมา..........................คำนึงตรึงตรา
เมื่อคราสองใจใกล้กัน
กำจัดวิตกโศกศัลย์..................................จงอย่าจาบัลย์
ฉันนี้ยังรักตลอดไป  ๚

( สร้อย )
..๏ ขออย่าครวญคร่ำร่ำไร........................ฉันนั้นมั่นใน-
ห่วงไยบ่ไร้ไมตรี
ยังคงเฝ้ารักภักดี.....................................โอบอ้อมอารี
คนดี  อย่าช้ำคร่ำครวญ  ๚

..๏ เพรียกพร่ำแผ่วเพลินเชิญชวน-	.......ชมฟ้านภามวล
ล้วนงามเกินคำบรรยาย
ยังมากเดือนพราวดาวพราย.......................พริ้งเพริศเฉิดฉาย
ด้วยหมายบรรเทาเศร้าหมอง
เบื้องบนคงมีที่ปอง.................................คือสวรรค์เรืองรอง
ผุดผ่องต้องตาอัศจรรย์
พรั่งพร้อมเพลินสนุกสุขสันต์................คืนเปลี่ยนเวียนวัน
สิ่งนั้นคือสวรรค์ของเธอ  ๚

..๏ สิ่งใดทำให้ใจเผลอ...........................ผ่านประสบพบเจอ
ขอเธออย่าได้ใส่ใจ
คืนนี้  โศกาอาลัย...................................เศร้าจางห่างไกล
มิให้ย่ำยีบีฑา
โปรดจำย้ำใจทุกครา..............................พร่ำพจน์รจนา
ปราศคำมุสาวาที
โปรดจงเข้าใจในวจี..............................ทุกสิ่งจริงมี
คืนนี้อย่าร่ำคร่ำครวญ  ๚

..๏ ขอเธอคลายช้ำกำสรวล....................เศร้าช่างดั่งตรวน-
รึงรัดมัดมวลสรรพางค์
แม้นเธอเดียวดายอ้างว้าง......................จงค่อยปล่อยวาง
คงสุขทุกอย่างดังใจ
ครั้นเมื่อยามอรุโณทัย...........................ปรากฏสดใส
สองทองอำไพงดงาม
พรุ่งนี้เธอจงพยายาม..............................ดังที่นิยาม-
แห่งความรักและไมตรี  ๚

	( สร้อย )
..๏ ยังคงเฝ้ารักภักดี.................................โอบอ้อมอารี
คนดี  อย่าช้ำคร่ำครวญ
เพรียกพร่ำแผ่วเพลินเชิญชวน-..............ชมฟ้านภามวล
ล้วนงามเกินคำบรรยาย
ยังมากเดือนพราวดาวพราย......................พริ้งเพริศเฉิดฉาย
ด้วยหมายบรรเทาเศร้าหมอง
เบื้องบนคงมีที่ปอง................................คือสวรรค์เรืองรอง
ผุดผ่องต้องตาอัศจรรย์   ๚

..๏ พรั่งพร้อมเพลินสนุกสุขสันต์..........คืนเปลี่ยนเวียนวัน
สิ่งนั้นคือสวรรค์ของเธอ
สิ่งใดทำให้ใจเผลอ...............................ผ่านประสบพบเจอ
ขอเธออย่าได้ใส่ใจ
คืนนี้โศกาอาลัย.................................เศร้าจางห่างไกล
อย่าได้ย่ำยีบีฑา
ด้วยรักมากจึงปรารถนา-........................ดียิ่งเสมอมา
ขอเธออย่าร่ำคร่ำครวญ    ๚ะ๛

				
26 มีนาคม 2547 22:25 น.

..๏ ข่มโศก

อัลมิตรา



...๏ นวลเอยไยหมกไหม้........รอยใจ 
เหตุนิวรณ์อาลัย....................ท่วมท้น 
สัญญาผูกพันนัย...................กลายเปลี่ยน 
คนต่อคนมักล้น....................เลื่อนล้ารอยคำ ๚

...๏ เผลอใจจึงโศกสิ้น...........ตรอมตรม
โรยร่างรินรดพรม.................สวาทกล้ำ
ใดฤๅอาบใจรม.....................นวลรื่น
ยกย่างเหยียบรอยช้ำ..............ซับสิ้นนัยนา ๚

...๏ หนีเอยจะใช่พ้น..............ถวิลนา 
เกาะเกี่ยวกอดกลมพา.............เหตุข้อง 
หนีฤๅหากวิญญาณ์................ตามติด 
กระหวัดอกใจคล้อง................นี่นี้อุปาทาน ๚

...๏ ตราบระวีส่องสิ้น.............ผืนนภา 
จวบศศิธรอำลา......................ภพแจ้ง 
มาตรร่างจ่มพสุธา..................กำหนด 
หากนยะหทัยแย้ง.................ข่มเศร้าได้ฤๅ ๚ะ๛ 				
24 มีนาคม 2547 22:29 น.

...๏ มากคนมากความ

อัลมิตรา


...๏ โลกกว้างใหญ่ฅนมากหลากชนเผ่า 
เกินคิดเดาลำดับนับกันไหว 
ต่างศรัทธาต่างจิตคิดกันไป 
คละเคล้าได้ปะปนฅนทั้งปวง 

ก็เพราะฅนผิดแผกจำแนกเกิด 
จึงเตลิดเรื่องราวยากเล่าล่วง 
ต่างมารุมสุมไฟไหม้แดดวง 
ไยมิห่วงรักษาค่าแห่งฅน 

หน้ากากที่เรียงรายคล้ายยิ้มเยาะ 
ดูเหมาะเจาะอย่างยิ่งอิงเหตุผล 
บ้างหัวร่อแต่ใจเศร้าเหงาชอบกล 
หรือฉ้อฉลแต่แสร้งดีมีทั่วไป 

มิอยากพบคบหา..แค่หน้ากาก 
ที่หลายหลากเหลือเกินเพลินสวมใส่ 
ถอดออกเถอะแล้วคุยกันอย่างเข้าใจ 
เผื่อจะได้ไมตรีอย่างที่เคย 

กลับมาซึ้งตรึงใจคล้ายเป็นเพื่อน 
แม้นปีเดือนผ่านไปใคร่เฉลย
อย่าเพียงแค่ผิดหนเดียวฉุนเฉียวเปรย
ดุจละเลยสัมพันธ์ของวันวาน 

กว่าจะกลับมาคืนชื่นสุขใหม่ 
คงทำใจยากเสมือนเพื่อนขับขาน 
หากต่างคนเปิดช่องจ้องคิดพาล 
เปรียบลมผ่านจากปากของมากชน 

นานาจิตคิดไปให้กังขา 
เที่ยวนินทาเสแสร้งแสดงผล 
จากความลับอับแจ้งแย้งให้ยล 
ก็เพราะฅนคาบข่าวเล่าแต่งเติม 

เห็นจิ้งจกตัวจ้อยห้อยข้างฝา 
ลือกันว่า..เป็นมังกรย้อนความเสริม 
จากหนึ่งปากสู่อีกปากจากจุดเดิม 
เรื่องจึงเพิ่มเพราะมากคนล้นมากความ ๚ะ๛ 				
18 มีนาคม 2547 00:11 น.

..๏ ระบำดอกหญ้า

อัลมิตรา


..๏  ทิวแถวแนวยอดหญ้า.............พลิ้วไปมาคราลมแรง
โอนกิ่งอิงก้านแซง.......................ระหว่างช่อแห่งใบเรียว
หวิวไหวไร้แรงต้าน....................ลมแผ่วผ่านเพียงครู่เดียว
โยกย้ายไม่ยึดเหนี่ยว..................ปล้องเปล่าเปลี่ยวก็ลู่ตาม  ๚

..๏  ดอกหญ้าคราปลิวไกล............สู่แดนใดใคร่ไถ่ถาม
เริงลมละลิ่วงาม............................สู่ฟ้าครามกระจายจร
จากต้นพ้นถิ่นทุ่ง.........................ลอยคละคลุ้งมุ่งแดนดอน
เหลือไว้แต่ต้นอ่อน.......................อีกกิ่งก้านต้านทานลม  ๚

..๏ โยกย้ายใบกวัดแกว่ง...............ดั่งแสดงได้งามสม
ลดหลั่นครั้นต้องลม.....................ให้เชยชมด้วยชอบใจ
เอียดเสียดเบียดเบียนบ้าง............ใบไขว้ขวางยังแกว่งไกว
สดับเสียงเยี่ยงกล่อมใคร..............คงหลงใหลในบทเพลง ๚

 ..๏ แมงปอล้อดอกหญ้า.................บินร่อนมาพาครื้นเครง
โฉบเฉี่ยวเลาะเลี้ยวเร่ง-.................กระฉับกระเฉงระเริงเรียง
หลากลักษณ์มากสีสรร..................บินเคียงกันลอยคู่เคียง
ปีกบางยังบินเฉียง........................เคว้งคว้างเลี่ยงเยี่ยงเพลิดเพลิน  ๚

..๏ ลมแผ่วยังเพรียกผ่าน...............แสนสำราญนั้นเหลือเกิน
ความงามยามกาพย์เกริ่น...............คงไม่เกินกว่าความจริง
ปล่อยใจให้ลอยล่อง......................แสนผุดผ่องสุดอ้างอิง
ความงามล้ำทุกสิ่ง..........................รื่นรมย์ยิ่งยากลืมเลือน ๚ะ๛



				
14 มีนาคม 2547 17:20 น.

กอดฉันอีกสักครั้ง

อัลมิตรา


..๏ ขอบคุณที่มีใจให้ได้พบ 
เพราะก่อนจบเรื่องราวเราเคยหวัง 
ขอทำใจไว้หน่อยบนรอยชัง 
อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้เจอ 

ใต้แสงเทียนเปลี่ยนไปไม่เหมือนเก่า 
ระหว่างเราเปลี่ยนไปได้เสมอ 
คงไม่มีค่าดีพอต่อใจเธอ 
ถึงได้เหม่อมองออกนอกสายตา 

ช่อดอกไม้รับไว้จากใจนี้ 
แทนไมตรีสัมพันธ์หมั่นรักษา 
ยิ่งใจหายได้รู้อยู่เพื่อลา 
ขอมองหน้าเธอไว้อีกไม่นาน 

คงคล้ายนะละครใกล้ตอนจบ 
เมื่อเล่นครบแล้วจะอวสาน 
ถึงฉันเพรียกเรียกร้องไม่ต้องการ 
แต่คงต้านเอาไว้ไม่ได้เลย 

หมดเวลานาทีที่เรียกร้อง 
ทุกอย่างต้องเปลี่ยนไปใช่อยู่เฉย 
ฉันยอมรับกับผลคนคุ้นเคย 
ถึงอยากเอ่ยเรื่องเราฉันเข้าใจ 

เก็บเรื่องราวคราวนี้ที่มีค่า 
ก่อนอำลากอดฉันนั้นได้ไหม 
ขอเพียงชิดนิดหนึ่งถึงค่อยไป 
กอดฉันไว้อีกสักหน..คนคุ้นเคย ๚ะ๛ 

				
Calendar
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟอัลมิตรา
Lovings  อัลมิตรา เลิฟ 0 คน
มาอีกรอบนะ พยายามจะเขียนกลอนที่นี่ แต่ยังใช้ไม่เป็น เห็นกลอนขุดบ่อล่อปลาแล้วคิดถึงอิม คิดถึงเรื่องเก่า ๆ จะสิบปีแล้วสินะที่เริ่มเขียนกลอนได้ เหมือนกลอนที่เคยอ่านหรือเขียนขึ้นใหม่นะ
คิดถึงจังอิม สบายดีหรือเปล่า