29 กันยายน 2547 15:40 น.

พ่ายแพ้

เรไร



ฉันมันคนอ่อนแอ                    คอยพ่ายแพ้ใจตัวเอง

ยามไหนใครข่มเหง                 กับไม่เกรงกลัวผู้ใด

จะเป็นโชคชะตา                     ลิขิตท้าหาหวั่นไหว

ย่อยยับแต่หัวใจ                      เป็นอย่างไรหนอตัวเรา

พินาศไปเสียสิ้น                     หวังถวิลไว้ใจเหงา

เหลือรอยแห่งความเศร้า         คอยรบเร้าเปล่าเปลี่ยวใจ

เมื่อไหร่ถึงชนะ                       วางละลงปลงตรงไหน

จึงพ่ายแพ้เรื่อยไป                  วันได้ชัยเมื่อไหร่กัน

หรือจนวิปโยค                       วันสิ้นโศกโลกดับขันธ์

คงชนะเข้าสักวัน                    ก่อนชีวันจะบรรลัย .


                      
คราระทมขมร้าว             ข้างใน

ความพ่ายแพ้หัวใจ          ที่ท้อ

หามีใครทำให้                  ใจเจ็บ

รนหาที่ใช่ไหม                 โถใจ เจ้ากรรม .


@@@@@@@@@@@@@@@@

         ยังคงแพ้ไป ใจตัวเอง

@@@@@@@@@@@@@@@				
29 กันยายน 2547 09:49 น.

อ่อนแอ

เรไร



อ่ อ น แ อ    อ่ อ น แ รง    อ่ อ น ใจ
อ่  อ น ไ ห ว    อ่ อ น ล้ า    อ ก เ อ๋ ย
แ อ บ อิ ง   อุ่ น ไ อ    อ ก เ ค ย
อ่ อ น เ ล ย    อุ ร า    อ ด ช ม

เ อ่ ย อ อ ก    เ อื้ อ น ม า    อ า ว ร ณ์
อ อ ด อ้ อ น   อ้ำ อึ้ ง   อารมณ์
อุ ร า   อ่ อ นล้ า    อ ก ต ร ม
แ อ บ อ ม   อ ดี ต   อิ ด โ ร ย

แ อ่ น อ ก   เ อื้ อ ม เ ห ง า   เ อ า ไ ว้
เ อ่ ย ใ น   อ อ ก ม า   อ้ า โ ห ย
เ อ ก อุ   อ นึ่ ง    โ อ ด โ อ ย
โ อ้ ย โ อ้ ย   เ อื้ อ น ค ร บ   อ บ อ ว ล
				
27 กันยายน 2547 21:20 น.

.. กอดลม .. ห่มน้ำค้าง

เรไร


นี่ก็ใกล้ วสันต์ จะผันผ่าน
ฤดูกาล ปลายฝน เป็นต้นหนาว
อยากจะเรียง บทถ้อย ร้อยเรื่องราว
บนถนน ทอดยาว คราวผ่านมา

เข้าเดือนสิบ ลมหนาว พราวพัดพลิ้ว
สะบัดปลิว ใบไม้ไหว ไปช้า ช้า
เพลงพระพาย โชยแว่ว ผะแผ่วมา
เก็บเสื้อผ้า สู่สิงขร จรลี

ไปรับลม ชมน้ำค้าง กลางยอดหญ้า
ดูพฤกษา นานาพันธ์  อันหลากสี
เดินลัดเลาะ ในป่าเปลี่ยว เขียวขจี
ถึงราตรี  ดูดาว กระเซ้าจันทร์

มากอดลม ห่มน้ำค้าง กลางคืนหนาว
หลบใต้เงา เฝ้ามอง จ้องฟ้านั่น
อาจจะเห็น กระต่าย ที่หมายจันทร์
อยู่กลางฝัน กลางเถื่อน ใต้เดือนดาว

จะเก็บฟืน ก่อไฟ ให้ไออุ่น
แล้วนอนหนุน ผิงไฟ ให้หายหนาว
จนเมื่อแสง สุริยัน พลันทอดเงา
ถึงรุ่งเช้า คงรื่นรมย์ สมดังใจ

จะเก็บภาพ ความทรงจำ นำกลับมา
ใส่อุรา มาเติม เผดิมไว้
เพื่อให้ยั้ง ยืนอยู่ สู้ต่อไป
ว่างเมื่อไหร่ จะคืนสู่ ภูกระดึง

@@@@@@@@@@@@@@@@@

    อยากไปกอดลม ห่มน้ำค้าง ที่กลางภู ฯ

@@@@@@@@@@@@@@@@@				
27 กันยายน 2547 09:08 น.

..ห ล บ..

เรไร


นึกอะไร ไม่ออก บอกใครได้
ฝันแทบตาย หายหมด ที่จดจำ
อยากจะเขียน เวียนหัว มัวงึมงำ
เจ็บระกำ ทำเซโซ เราโง่ไป

อยากขอหยุด สักพัก เหนื่อยนักหนา
ขอเวลา พักเดี๋ยว จะได้ไหม
ขอไปอยู่ ผู้เดี่ยว ไม่เกี่ยวใคร
จะได้ไหม อย่ากวนใจ ให้กังวล

ขอหลบไป สักที สามสี่ชาติ 
หลบความปรารถนาดี ที่สับสน
ความอาทร ซ่อนไว้ ในเล่ห์กล
หรือฉ้อฉล กลลวง ในดวงใจ

จะขอไป ให้กรรม ตามลิขิต
ตามแต่จิต คิดจำ ทำเอาไว้
จะขอไป ในที่ ไม่มีใคร
ลมหายใจ ไม่ดับ จะกลับมา


@@@@@@@@@@@@@@@@

          แล้วจะไป...ที่ไหนดี

@@@@@@@@@@@@@@@@				
25 กันยายน 2547 13:19 น.

มันตายไปแล้ว

เรไร



มันได้ก่อเกิดมา                ตรงอุราพาไหวหวั่น
มาเยือนเตือนทุกวัน         เพิ่มสุขสันต์สนั่นทรวง
มากระเซ้าเย้าแหย่            ในดวงแดสุดหวงห่วง
หรือแค่มาหลอกลวง        น้ำตาร่วงหยดรดใจ
ความรักเป็นเช่นนี้            เมื่อยามมีก็ดีใจ
ยามรักพรากไปไกล          ไม่หาใครมาทดแทน
ยามชังก็หวังเศร้า             ไม่มีเขาอกสั่นแขวน
อยู่ไปอย่างแกนแกน          ทนทุกข์แสนทรมา
ตราบไว้จนสิ้นโลก            ทิ้งรอยโศกจนสุดหล้า
ความรักเคยชักพา             มรณาจนสิ้นใจ 				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟเรไร
Lovings  เรไร เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟเรไร
Lovings  เรไร เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟเรไร
Lovings  เรไร เลิฟ 0 คน
คุณเรไร คนเดิมใช่หรือไม่ ศศร ผู้จากไปหลายปีก่อน คิดถึงเพื่อนๆ เมื่ออ่านกลอน มาเปิดย้อน Thaipoem ยากกว่าเดิม 555