30 พฤศจิกายน 2549 22:31 น.

ใต้แสงดาว

เรไร


ในคืนค่ำจันทร์แรมแต้มเวหา
ดวงดาราแวววับมีนับล้าน
หลากแสงสีมากมายในจักรวาล
รัตติกาลค่อนคืนดาษดื่นดาว

ในสายลมพัดพลิ้วทิวไม้ไหว
กิ่งก้านใบโอนเอนเล่นลมหนาว
เสียงเสียดสีนิ่งฟังยิ่งดังกราว
ทิวมะพร้าวแกว่งไกวตามสายลม

กลางหาดทรายพรายฟองละอองคลื่น
เสียงครืนครืนคลื่นเห่ทะเลถม
เหมือนนำความกลืนกล้ำช้ำระทม
ให้ทุกข์ตรมโถมทับจนยับเยิน

เพราะวันชื่นคืนหวานได้ผ่านพ้น
จึงหมองหม่นโอ้เอ๋ยอกกระหกระเหิน
สู่เส้นทางสายเก่าที่เขาเมิน
จำต้องเดินเปล่าเปลี่ยวเพียงเดียวดาย

ใต้แสงดาวในเสียงคลื่นช่างขื่นขม
คืนนี้ตรมหดหู่อยู่มิหาย
อยากทิ้งใจโศกสะอื้นกลางผืนทราย
แล้วฝังกายล้าแรงใต้แสงดาว
				
22 พฤศจิกายน 2549 15:07 น.

จงปล่อยวาง

เรไร

โลกนี้ยังสดใสกว่าใจคิด
ความพลาดผิดเกิดทั่วอย่ามัวหมอง
ก็คงมีจาบัลย์ตามครรลอง
น้ำคงนองท้วมท้นล้นขอบตา

อันทุกข์ถมตรมตรอมอย่ายอมแพ้
อาจผันแปรเผลี่ยนไปในวันหน้า
อยู่ที่เราสัมผัสแรงศรัทธา
ปรารถนาสิ่งใดให้ตัวเอง

จะจ่อมจมกับอดีตที่กรีดลึก
ความรู้สึกร้าวระทมใครข่มเหง
อยู่อย่างจิตสะท้านเพราะหวั่นเกรง
กลัวต้องเคว้งต้องคว้างอย่างเมื่อวาน

เหมือนมีแอกแบกใส่ไว้บนบ่า
ลืมแล้วว่าความสุขสนุกสนาน
คิดแต่ตัวทุกข์ท้อทรมาน
มิปล่อยผ่านเศร้าสลดกลับจดจำ

โลกนี้ยังสดใสกว่าใจคิด
ขอเพียงปิดประตูสู่ความช้ำ
เอาความฝันที่มีคอยชี้นำ
แล้วเหยียบย่ำบนโลกแห่งโชคชะตา
				
21 พฤศจิกายน 2549 18:19 น.

จะได้ไหม

เรไร

บางสิ่งค้างคาใจฉันใคร่รู้
ทนหดหู่เงียบเหงาเฝ้าคิดถึง
นั่งเหม่อลอยเช้าค่ำคอยคำนึง
เพ้อรำพึงมีไหมใครตอบความ

สมมุติว่าเราสองจะครองรัก
เพื่อประจักษ์แจ้งใจอยากไต่ถาม
พอจะเป็นสิ่งหวังดั่งนิยาม
เพียงตอบตามความคิดในจิตตน

หากว่าฉันกลัดกลุ้มใจรุ่มร้อน
เอื้ออาทรได้ไหมเป็นสายฝน
ที่ชุ่มเย็นฉ่ำชื่นรื่นกมล
คลายร้อนรนโศกศัลย์ได้บรรเทา

หากในยามค่ำคืนแสนขื่นขม
อกระทมโดดเดี่ยวเพราะเปลี่ยวเหงา
เป็นได้ไหมดุจเพื่อนเสมือนเงา
ที่คอยเฝ้าเคียงอยู่เป็นคู่ครอง

หากเมื่อสายลมหนาวได้พราวพัด
โบกสะพัดเหน็บหนาวร้าวหม่นหมอง
เป็นอ้อมกอดหัวใจที่ใฝ่ปอง
เหมือนเราสองโอบฝันปันอุ่นไอ

หากวาระสุดท้ายในชีวิต
เธอจะปิดตาสองของฉันไหม
ขอเพียงหลั่งน้ำตาด้วยอาลัย
ก่อนทิ้งให้ร่างฉันคืนสู่ผืนดิน
				
19 พฤศจิกายน 2549 15:33 น.

ไม่เหมือนเดิม

เรไร


ด้วยมีเรื่องขำขำมาอำเพื่อน
อย่าแชเชือนเมินเฉยเลยสหาย
มาล้อมวงพักผ่อนนอนสบาย
จะขยายนิยามความให้ฟัง

ฉันพาสู่แดนอื่นน่าตื่นเต้น
เมืองสเปนมีเรื่องราวแต่คราวหลัง
คือกีฬาใช้กายใช้กำลัง
เห็นสักครั้งกับตัวสู้วัวกระทิง

ภัตตาคารร้านใหญ่ใกล้สนาม
ระบือนามรสเลิศประเสริฐยิ่ง
คือจานเด็ดมีน้อยอร่อยจริง
อันเดียวของกระทิงยิ่งน่าทาน

เมื่อกระทิงพ่ายแพ้แน่ถูกฆ่า
เอาเนื้อหนังมังสาเป็นอาหาร
คนเข้าคิวต่อแถวแล้วตั้งนาน
ที่หน้าร้านมากมายหลายสิบคน

มีชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งเคยลิ้ม
ไม่ได้ชิมครั้งใดให้สับสน
มาเข้าคิวแต่เช้าเฝ้าอดทน
นั่งกังวนคอยคะนึงเกือบครึ่งวัน

พนักงานเดินมาพร้อมอาหาร
ที่ต้องรอให้ผ่านการแข่งขัน
การสู้วัวมีชีวิตเป็นเดิมพัน
รับประกันของดีมีหนึ่งเดียว

พอเริ่มลิ้มชิมรสรันทดนัก
แค่ได้ตักรู้สึกนึกเฉลียว
ไม่เหมือนเดิมเปลี่ยนรสหมดเลยเชียว
อันนิดเดียวน่าทุเรศเพราะเหตุใด

จึงร้องเรียกพนักงานวานเฉลย
มิเหมือนเคยฉันงงจึงสงสัย
ทั้งรสชาติมันเลี่ยนดูเปลี่ยนไป
นี่กระทิงอะไรใคร่รู้ความ

พนักงานจึงแถลงการแข่งขัน
ก็คือวันคนพ่ายในสนาม
วัวกระทิงชนะสง่างาม
อย่ามาถามทำซื่อว่าคืออะไร?????				
9 พฤศจิกายน 2549 20:55 น.

หรือว่าลืม

เรไร

จะมีไหมสักนิดเคยคิดถึง
จะคำนึงวันเก่าของเราไหม
จะยังมีพอเหลือสักเยื่อใย
จะลืมไปลืมแล้วหรือแก้วตา

ลืมหรือยังซอเก่าที่เฝ้าสี
ลืมดนตรีบรรเลงเพลงฝันหา
ลืมแล้วเพลงออดอ้อนก่อนนิทรา
ลืมแล้วว่าวันนี้ยังมีกัน

หรือเจ้าลืมบทกวีที่ฉันเขียน
หรือว่าเอียนคำละเมอคอยเพ้อฝัน
หรือเบื่อแล้วถ้อยพจน์บทประพันธ์
หรือว่ามันเก่าเชยไม่เคยมอง

ยังรออยู่ตรงนี้ตรงที่เก่า
ยังคอยเฝ้ายอมทนแม้หม่นหมอง
ยังคงรอด้วยใจที่หมายปอง
ยังรอร้องเพลงของเราให้เจ้าฟัง
				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟเรไร
Lovings  เรไร เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟเรไร
Lovings  เรไร เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟเรไร
Lovings  เรไร เลิฟ 0 คน
คุณเรไร คนเดิมใช่หรือไม่ ศศร ผู้จากไปหลายปีก่อน คิดถึงเพื่อนๆ เมื่ออ่านกลอน มาเปิดย้อน Thaipoem ยากกว่าเดิม 555