31 มีนาคม 2553 11:56 น.

นิทานกลางแดด

เรไร


ผมมีเรื่องปั่นป่วนให้ชวนหัว
อาจดูมั่วไปหน่อยไม่ถ่อยเถื่อน
หนีความจริงไปนิดใช่บิดเบือน
อยากชวนเพื่อนพรรคพวกพร้อมมาล้อมวง

มีนิทานคุยเฟื่องถึงเรื่องเก่า
เก็บมาเล่าเป็นนิยามตามประสงค์
เพื่อนจงคิดถึงเหตุเจตจำนงค์
อย่าเพิ่งงงเพื่อนเก่าจะเล่านิทาน

กาลครั้งหนึ่ง
ขอกล่าวถึงสองคนบนถิ่นฐาน
คนรูปหล่อเนี๊ยบจัดเป็นรัฐบาล
คนหน้าเหลี่ยมฝ่ายค้านสะท้านสภา

เกิดมีการชุมนุมประชุมใหญ่
ขึ้นเครื่องบินบินไปในเวหา
ต่างนิ่งนึกถึงเล่ห์ใช้เจรจา
จึงช่วยคิดปรึกษาหาหนทาง

ฝ่ายรูปหล่อคุยเฟื่องว่าเปรื่องปราญ์ช
จะช่วยชาติพ้นวิบัติที่ขัดขวาง
นโยบายสวยเด่นมิเว้นวาง
จะขอสร้างอภิมหาประชานิยม

นำโครงการยิ่งใหญ่ไทยเข้มแข็ง
เขียนแสดงใส่กระดาษวาดสุขสม
แล้วโปรยลงจากฟ้ามาให้ชม
เพื่อสังคมพ้นทุกข์สุขสบาย

อีกฝั่งหนึ่งถูกย่ำโดนหยามหมิ่น
กลัวสูญสิ้นกิตติศักดิ์จักเสียหาย
จึงเอาแบงค์สีแดงแกล้งโปรยปราย
กระจัดกระจายทั่วถิ่นแผ่นดินทอง

เพื่อหวังให้ประชาชีได้มีสุข
ลืมความทุกข์ยากจนเลิกหม่นหมอง
เพื่อทุกคนหญิงชายได้ครอบครอง
เป็นเจ้าของรวยทรัพย์นับอนันต์

ทั้งสองคนแยกข้างต่างคุยเฟื่อง
แสดงความปราชญ์เปรื่องเหมือนเรื่องขัน
สองนักบินรำคาญแท้ แหม๊พวกมัน
ช่างสำคัญตัวเองไม่เกรงใจ

คำสนทนาขี้โม้จึงโต้แย้ง
ตะหลบตะแลงฉ้อฉลทนมิไหว
เขาจะสร้างสุขล้นเพื่อคนไทย
แล้วคิดจะถามไหมใครต้องการ

สองนักบินตั้งสติและวิเคราะห์
ถ้าให้เหมาะสุขยั่งยืนเป็นพื้นฐาน
เพียงเราถีบสองคนพ้นอากาศยาน
คงสำราญทั่วหล้าประชาชน

จบเรื่องราวเรื่องเล่าเพียงเท่านี้
เพราะอาจมีเรื่องใหญ่โตโกลาหน
อาจมีสีเหลืองเลือดแดงระแวงตน
จะร้อนรนเพราะสิ้นคิดติดตะราง

				
17 มีนาคม 2553 19:20 น.

๏..อคติ๔

เรไร


๏..ลึกลับดูยากแท้......หยั่งถึง
ในจิตคิดคำนึง...........ยากรู้
ใจตนจิตใจจึง............กำหนด
ชังชอบรักเกลียดผู้.....หนึ่งได้เชียวหรือ

๏..คือฉันทาคติให้........ชอบพอ
คนที่เก่งสอพลอ...........ยกปั้น
เอนอียงจิตเคล้าคลอ....เคียงคู่
ตาบอดถูกปิดกั้น..........รับรู้ชั่วดี

๏..มีโทสาคติแล้ว..........มิเห็น
ดีเลิศเพียรบำเพ็ญ.......หมดแล้ว
ความดีที่เคยเป็น..........สูญหมด
ความเกลียดชังปิดแก้ว..เนตรเนื้อด้วยชัง

๏..เหมือนดั่งเขลาโง่ไร้....ปัญญา
ขาดสติพิจารณา...............ถ่องแท้
หลงรูปรสด้วยโมหา.........-คติ
วิเคราะห์มูลเหตุแก้..........ยากยั้งจิตตน

๏..ภคยคติเกิดได้.............ด้วยเกรง
หวาดหวั่นถูกเข่มเหง........ใส่ร้าย
เพราะจิตคิดไปเอง...........ผวาหวาด
ความเที่ยงธรรมสุดท้าย....ลบแล้วลืมเลือน

๏..เหมือนชังหรือรักให้.....จิตตน
ลืมหมดทุกเหตุผล............กล่าวอ้าง
ลุ่มหลงอยู่วังวน................อคติ
หากพิจารณาบ้าง..............เมื่อนั้นแลเห็น
				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟเรไร
Lovings  เรไร เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟเรไร
Lovings  เรไร เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟเรไร
Lovings  เรไร เลิฟ 0 คน
คุณเรไร คนเดิมใช่หรือไม่ ศศร ผู้จากไปหลายปีก่อน คิดถึงเพื่อนๆ เมื่ออ่านกลอน มาเปิดย้อน Thaipoem ยากกว่าเดิม 555