26 มิถุนายน 2547 15:17 น.

รักร้างแรมลา

แก้วประเสริฐ


       แว่วสำเนียงหรีดหริ่งเรไรแล้ว        
เสียงเจื่อนแจ้วแผ่วเสนาะไพเราะหา
เจ้าของเลี่ยงเบี่ยงซ่อนมิได้มา
ยากจะคว้ามาชมเพียงลมโชย

       พระพายพัดพากลิ่นรวยรินไว้
เคล้าดอกไม้ชวนให้ดวงใจโหย
เคยเคียงข้างร้างจิตเชยชิดโปรย
สุดจะโรยรักเราเคล้าเคลียคลอ

       หวนคำนึงเพียงนิดคิดยิ่งเศร้า
ด้วยจากเขาไปแล้วแม่แก้วหนอ
เหลือแต่เฝ้าเร้าอารมณ์จนพอ
อย่าได้ขอหนีเราตามเขาไป

       เป็นเพื่อนไว้เชยชิดคิดแช่มชื่น
เคยร่ำรื่นห้วงจิตสนิทเอาไว้
มีเพียงกลิ่นของเจ้าเร้าหัวใจ
จนหทัยหายเศร้าเคล้าราตรี

       หยาดน้ำค้างพร่างพรมบนดอกไม้
วับวาวให้คล้ายเพชรแสงสดศรี
จากดวงดาวพราวแข่งแห่งรัศมี
ดูเป็นที่เพลิดเพลินจำเริญตา

       แล้วค่อยเดินชมพิศสนิทใกล้
ดอมดมไอหอมหวนชวนนาสา
นึกถึงน้องปองรักที่แรมลา
สุดจะคว้ามาได้แนบอกทรวง.

                    แก้วประเสริฐ.				
23 มิถุนายน 2547 12:39 น.

เสียดายสุดจะเดียวดาย

แก้วประเสริฐ


       ช่างเสียดายนงนุชสุดสายสวาท
ยามนวยนาดเยื้องย่างดุจนางหงส์
ทรงรูปร่างอ่อนช้อยรอยเผ่าพงศ์
มารยาทอนงค์คงไว้ได้ในนางรำ

       ดั่งผนังอุโบสถอวดลวดลายรูป
ที่เขาลูบวาดไว้ให้งามล้ำ
ซ้ำอัปสรโยนแก้วแล้วเหาะรำ
เทพชักนำดำเนินไปในพยุหะคีรี

       ด้วยบัดนี้พี่ต้องหมองใจหม่น
ด้วยเพราะคนที่รักจักหลีกหนี
ลี้สู่ฟากฟ้าแห่งใดในธานี
สุดจักที่ใจต้องครองอกตรม

       นึกถึงวันเคยเฝ้าเคล้าจู๋จี๋
สองเคยที่พลอดพร่ำร่ำเหมาะสม
ลมเอ๋ยพัดเคยได้ไออุ่นดม
บัดนี้ตรมรักพี่ที่เฝ้าครวญ

       โอ้ชีวิตวาสนาคราตกต่ำ
แสนระกำไว้ให้ใจร่ำหวน
ล้วนไม่ได้ร่ำรวยด้วยกลับชวน
แม่เนื้อนวลหลบลี้หนีเข้ากรุง

       ยืนทอดจิตคิดคำนึงพึงหันจาก
เขามาพรากรักเอาเจ้าหอมฟุ้ง
จรุงใจเคยเริงร่ามาปรับปรุง
จิตหมายมุ่งเข้ากรุงพุ่งติดตาม.

                           ........................................

             รักมากจิตครุ่นซึ้ง               คนึงหวน
ชวนใคร่ครวญถึงนวล                     ไป่ตื้น
ฝืนใจที่เคยผวน                              หวานชื่น          เชยชิด
ติดใฝ่หายากฟื้น                              เร่งเร้ารุดกรุง   ตามนาง.

                                     แก้วประเสริฐ.

                      ...................................................				
21 มิถุนายน 2547 08:51 น.

วันบรมครูสุนทรภู่

แก้วประเสริฐ


            สองหกมิ.ย.สู่หล้า               เลิศกุมาร      พลันกำเนิด
จันทร์ที่มะเมียเปิดกาล                  ห่อนรู้
ในสารว่าศกวาร                            เกิดก่อ         บรมครู
อาจารย์สู่โลกผู้                              เก่งกล้า       เชิงกลอน

             ปวงยกไปสู่ให้                   กวีเอก         ของโลก
เรียงร่ายกวีกานท์อเนก                  สู่ฟ้า
อภัยมณีสื่อเป็นเฉก                        ยกสู่           คนไทย
อนุสรณ์ภู่มอบปวงหล้า                     ว่าไว้เมืองแกลง.                      

       ขอน้อมไหว้คุณครูสุนทรภู่
ผู้เรียนรู้เชี่ยวชาญอักษรศรี
เชิงกลอนแปดลือลั่นสนั่นเวที
ฝากบทกวีไว้ให้แก่คนไทย

       จันทร์เดือนแปดขึ้นหนึ่งค่ำมะเมีย
ตัวเลขเฉลี่ยได้ฤกษ์กำหนดให้
กำเนิดกุมารยี่สิบหกมิถุนาไว้
ปีศกไซร้สองสามสองเก้าที่จำ

       นามบิดามารดาไม่ได้ปรากฏ
แต่บางบทพบบิดาชาวบ้านกร่ำ
อำเภอแกลงแขวงระยองจังหวัดนำ
ชาวบ้านร่ำเรียกร้องฉลองคุณ

       สร้างอนุสาวรีย์ไว้เพื่อเคารพ
ใช้น้อมนบด้วยชื่อที่เกื้อหนุน
เป็นกวีเอกของโลกที่การุน
มีบุญคุณแก่เหล่าชาวไทยไว้

       หนังสือรักอภัยมณีสะท้านภพ
นิยายจบบทกลอนใครได้ไม่
นิราศอิเหนาภูเขาทองเกรียงไกร
อีกทั้งได้แต่งกลอนสอนนารี

       ยี่สิบหกศกนี้ที่มาถึง
โปรดคำนึงบรมครูผู้สดศรี
สุนทรภู่ยิ่งใหญ่ได้ในบทกวี
ขอเทิดนี้ที่ก้องโลกสนองคุณ.

                    แก้วประเสริฐ.				
20 มิถุนายน 2547 12:26 น.

ราตรีกลิ่นแก้ว

แก้วประเสริฐ


       ยามค่ำคืนดึกดื่นยืนครุ่นคิด
ปล่อยให้จิตล่องลอยสู่ฟ้ากว้าง
นภาใสไร้เมฆาใจอ้างว้าง
แสงดาวช่างสร้างสิ่งละลานตา

       ระยิบพริบแสงให้งามสดใส
ดูวิไลดาวน้อยใหญ่สุดสรรหา
ถึงจะเหงาเศร้าสร้อยในวิญญา
แลท้องฟ้าทำให้สบายอารมณ์

       หอมดอกกลิ่นราตรีเคล้าดอกแก้ว
ลมโชยแผ่วพลิ้วมาช่างเหมาะสม
เย็นชื่นจิตห้วงหทัยใจภิรมย์
ที่จิตตรมขมขื่นล่องลอยไป

       โอ้นภาช่างวิไลดั่งใยแก้ว
เพริศพริ้งแพร้วงามนักมองเห็นได้
ท้องฟ้าคล้ำสลับดาวระรื่นใจ
เคล้าดอกไม้กลิ่นแก้วแล้วราตรี

       คิดถึงหญิงอันเป็นสุดที่รัก
อยากจักนำดาราแห่งแคว้นศรี
มาเรียงร้อยเป็นมาลัยให้นารี
อุบะมีดอกราตรีแก้วแก่นาง

       น้ำค้างพรมมากแล้วแก้วราตรีเอ๋ย
ได้ชิดเชยกลิ่นเจ้าเคล้าแก่ร่าง
แม้นนภาดาวพรายช่วยให้ทาง
คงไม่ร้างห่างนางดั่งที่เคย.

                     แก้วประเสริฐ. 				
19 มิถุนายน 2547 15:22 น.

นวลอนงค์

แก้วประเสริฐ


       ยามเล็งพิศแผ่วพลิ้ว                  เพริศพราย
นางย่างเดินกรีดกราย                      ร่างน้อง
นัยเนตรส่งตาชาย                            ดูน่า            ชวนชม
หากแม่เคียงกายต้อง                        แน่แท้คนมอง

       เพียงหันพบแหย่เจ้า                ขึงโกรธ      จริงเจียว
จักซ่อนงามยามพิโรธ                      ดั่งฟ้า
หากนางร่าเริงโลด                          โชติช่วง       ยามยล
ยากยิ่งหญิงในหล้า                          ยั่วสู้ความงาม

       นางเดินชมช่อไม้                     เกสรดอก	
ดอมดมกลิ่นหอมนอก                       เร่งเร้า
อบอวลอุ่นไอออก                             แรกรุ่น         นวลอนงค์
ใจครุ่นคิดหลงเจ้า                           น่าอุ้มแนบทรวง

       อยากทำความใคร่รู้                   จักนาง
แสนห่างจักเลือนราง                        ยิ่งแท้
อกพลันหม่นอกจาง                          ยากแน่       จริงแฮ     
ใจไป่สุดจะแก้                                  แน่งน้อง แนบกาย.

                             แก้วประเสริฐ.				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟแก้วประเสริฐ
Lovings  แก้วประเสริฐ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟแก้วประเสริฐ
Lovings  แก้วประเสริฐ เลิฟ 0 คน
สวัสดีค่ะคุณลุง จำหนูได้ไหมเอ่ย