31 สิงหาคม 2547 16:32 น.

ถิ่นกำเนิดมนุษย์สัตว์

แก้วประเสริฐ


	ถิ่นกำเนิดมนุษย์สัตว์
         อันมนุษย์สัตว์ผุดไว้ให้จำแนก
โดยแบ่งแยกแตกนั้นได้สี่สาย
อยู่ที่ทำกรรมเวรในบั้นปลาย
ดุจกระจายเมล็ดพืชเพื่อสืบพันธุ์
         เป็นสถานเกิดให้ได้สัตว์มนุษย์
ที่ถูกฉุดสู่แคว้นแดนประหาร
ตามลิขิตเวรกรรมที่ทำกัน
ด้วยก่อนั้นพลันบังเกิดรูปนาม
         อัณฑชะจะพามามิได้เลือก
ชำแรกเปลือกแห่งฟองแล้วร้องตาม
เป็นสัตว์บางจำพวกทุกเขตคาม
เป็นผลกรรมตามสนองเมื่อก่อนตาย
         ชลาพุชะนั้นแปลกชำแรกไส้
มดลูกได้ให้เกิดสัตว์ทั้งหลาย
รวมทั้งมนุษย์สุดแยกแล้วกลับกลาย
ในบั้นปลายคล้ายคลึงจึงละเมิด
         สังเสทชะนั้นเล่าชอบเถ้าไคล
ที่สัตว์ตายเน่าเหม็นเป็นที่เกิด
อาหารกินล้วนมองเป็นของเลิศ
ช่างประเสริฐเลิศยิ่งกว่าสิ่งใด
         โอปปาติกะสถานวิญญาณเกิด
ถิ่นกำเนิดเทวดามนุษย์สุดแจ่มใส
รวมสัตว์นรกหมกไหม้ไม่วิไล
เปรตทั้งหลายบางพวกมาขอกิน
         ตามเวรกรรมทำมามักพาให้
ชีวิตได้ไปยังถิ่นเป็นนิจสิน
ใครสร้างดีถิ่นที่มีข้อจินต์
ชั่วโศกสิ้นทั้งกายมลายไป
         ท่านทั้งหลายได้อ่านมาถึงนี่
คิดชีวีว่าตายจะไปไหน
จะเลือกแคว้นแดนดินกันอย่างไร
วินิจฉัยจิตใจให้ตรองดู
         นรกดิรัจฉานนั้นเปรตวิสัย
สิ่งวิไลในมนุษย์มิอดสู
เทวดานั้นสถานที่น่าเอ็นดู
เป็นคติผู้ที่สัตว์นัดกันไป.                              

                 ๙๙๙   แก้วประเสริฐ.   ๙๙๙				
29 สิงหาคม 2547 16:07 น.

ดินแดนแห่งพุทธะ

แก้วประเสริฐ


       ท่องเที่ยวไปดินแดนแคว้นพุทธะ
รับธรรมะมาไว้ให้ผ่องใส
เพื่อละล้างหมางหม่นอยู่ภายใน
ผูกพันใจเพื่อสว่างล้างมลทิน
       คำจารึกที่สอนบางตอนกล่าว
อีกเรื่องราวลงไว้คนได้ถวิล
ที่แวะมาเยี่ยมเยือนเป็นข้อจินต์
ถึงเหตุสิ้นหนทางอับปางตน
       ว่าควรมีสติไว้เฝ้าในจิต
มิปล่อยคิดวกวนจนสับสน
เมื่อทำอะไรอย่าให้ได้ปะปน
อย่าปล่อยตนหลงไปจนได้เพลิน
       สัมปชัญญะมีไว้กับใจเสมอ
มิพลั้งเผลอหายไปจนได้เขิน
ควรให้สติเข้าช่วยด้วยดำเนิน
สร้างแนวเดินไขว่คว้าหาหนทาง

       เมื่อสัมปชัญญะสติผลิมาเกิด
แสนเลอเลิศสิ่งใดย่อมไม่ขวาง
กนิษฐ์สมาธิเมื่อเกิดเพริศแพร้ววาง
เป็นทางสว่างทำให้ได้ปัญญา
       จะประกอบสิ่งใดก็ได้ผล
หากจรดลคนเขาย่อมปรารถนา
ด้วยมีสติเข้าควบคุมทุกเวลา
ทุกสิ่งพาสำเร็จเสร็จทุกประการ
       เมื่ออ่านจบหัวใจให้แช่มชื่น
ให้ระรื่นนำมาคิดจิตประสาน
ย่างซ้ายขวาสติไปให้เบิกบาน
จิตสำราญพลันคลายทุกข์ที่มี
       จึงขอฝากเอาไว้จงให้คิด
โปรดทำจิตคิดตรองไม่หมองศรี
ทำสิ่งใดให้ระลึกถึงทุกที
ก็เป็นที่สมมาดตามเจตนา.          

                 ๙๙๙   แก้วประเสริฐ.   ๙๙๙				
27 สิงหาคม 2547 14:09 น.

โอ้นี่หรือชีวิตหนอ

แก้วประเสริฐ


         ความหมุนเวียนเปลี่ยนไปในโลกนี้
ยากสุดที่มีใครทำให้หาย
มันแปรเปลี่ยนเวียนผันแล้วละลาย
มีอาจกลายยืนยงคงกระพัน
         กระแสธารผ่านชีวิตจงได้คิด
มันวิปริตจิตจนยากเกษมสันต์
เดี๋ยวมีสุขเคล้าทุกข์อยู่ทุกวัน
มิอาจกั้นห้ามไว้ให้คงทน
         อันรูปพักตร์ลักขณาหาใช่เหตุ
ซึ่งเป็นเจตจำนงคงสับสน
รวยหรือจนไม่พ้นกันทุกคน
ความสวยล้นพ้นกาลผ่านเวลา
         หากมาหวนทวนคิดถึงแก่นแท้
เหตุผันแปรแน่จริงกันเถิดหนา
แล้วจะต้องร้องว่าอนิจจา
ล้วนมันมาแปรเปลี่ยนเวียนตามกาล
         ด้วยร่างกายเรานี้มีธาตุห้า
น้ำดินพาลมไฟให้ประสาน
โดยรวมร่างสร้างไว้ตามต้องการ
เพื่อวิญญาณพลันอาศัยได้ครอบครอง
         เกิดเป็นรูปและนามตามกำหนด
จะปรากฏหมุนเวียนเพียรสนอง
ก่อเวทนาสัญญาสังขารตรอง
วิญญาณต้องรองรับให้กับนาม
         แล้ววนเวียนเปลี่ยนไปในทางโลก
เพื่ออุปโลกน์วกวนจนน่าขาม
สร้างดีชั่วมั่วกันกับความงาม
ไม่นึกความสูญสลายละลายไป
         ทุกสิ่งในโลกนี้ไม่มีแท้
อนิจจังแปรผันสุดหวั่นไหว
ทุกข์แทรกมาร้อนรุ่มสุดกลุ้มใจ
อนัตตาได้มาดับกับชีวา

         สิ่งเกิดขึ้นตั้งอยู่แล้วสูญหาย
มักเปลี่ยนกลายสลายไปเสียแล้วหนา
ด้วยมันเกิดแก่เจ็บตายทุกเวลา
ไม่นำพาว่าคนรวยหรือจน
         สิ่งว่าสวยรวยจนหรืออัปลักษณ์
อยู่ที่จักสร้างไว้ที่ให้ผล
คือเวรกรรมนำชักแสดงตน
ประกอบจนเมื่อตายวายชีวัน
         ร่างกายนั้นพลันเน่าส่งกลิ่นเหม็น
เท่าที่เห็นหลบหน้าหาเกษมสันต์
ด้วยขึ้นอืดหนองไหลไปทั้งทวาร
รูปร่างพลันเปลี่ยนไปไม่คงที่
         ขอท่านได้ไตร่ตรองลองคิดเถิด
มันต้องเกิดเราแน่แม้สุขี
จงพิจารณาหาทางเท่าที่มี
อย่าได้รีรอไว้ให้เสียการ
         ความประมาทพลาดพลั้งแห่งชีวิต
นั้นย่อมปิดทางไว้ไม่สนุกสนาน
ความหมุนเวียนไปทุกฤดูกาล
จะพบพานทุกข์สุขตามกฎกรรม
         มีสิ่งเดียวที่ให้ได้ตัวรอด
พร้อมทั้งปลอดรอดอบายอย่าได้ขำ
มีศีลสมาธิปัญญาพามรรคทำ
พ้นกรรมนำไปสู่พระนิพพาน.              

                ๙๙๙   แก้วประเสริฐ.   ๙๙๙				
25 สิงหาคม 2547 17:22 น.

โอ้พระคุณน้ำนมแม่

แก้วประเสริฐ


                                                     โอ้พระคุณน้ำนมแม่
		๑๑๑   แม่นี้มีบุญคุณอันใหญ่หลวง
		แม่เฝ้าหวงห่วงลูกแต่หลังเมื่อยังนอนเปล
		แม่เราเฝ้าโอระเห่...กล่อมลูกน้อยนอนเปล
		ไม่ห่างหันเหไปจนไกล...ฯลฯ..........................   

       สำเนียงแผ่วแว่วหวานผ่านทำนอง
ด้วยสอดคล้องไพเราะจับใจฉัน
ทั้งเนื้อเพลงเสียงร้องคล้องจองกัน
ความหมายนั้นเข้าผนึกลึกหทัย
       เป็นความจริงยิ่งคิดจิตยิ่งรู้
ค่าคุณผู้ให้กำเนิดเลิศผ่องใส
น้ำนมแม่แม่เลี้ยงด้วยหัวใจ
ยากที่ใครจะเทียบเท่าเฝ้าดูแล
       ความฝังจำติดคิดย้อนสู่อดีต
ช่างแนบสนิทติดหทัยคล้ายดวงแข
ส่องแสงสว่างพร่างพรายในดวงแด
ยามเมื่อแม่โอบกอดฟอดแก้มเรา
       เมื่อคราวเจ็บเหน็บหน่วงล่วงละเมิด
แม่หน้าเริดเชิดป้องภัยจากเขา
เฝ้ารักษาลูกไว้ไม่บางเบา
ตัวแม่เล่าเฝ้าทนทุกเพลา
       ยามลูกป่วยด้วยหนาวไข้เข้าแทรก
แม่กอดแบกอุ้มไว้ไม่กังขา
ดวงตาแม่ซึมเศร้าเคล้าน้ำตา
กลัวลูกยามาด่วนดิ้นสิ้นชีวี

        โอ้แม่จ๋าพระคุณแม่แม้แผ่นฟ้า
อีกน้ำมหาสมุทรแผ่นดินถิ่นสุขี
มิอาจเทียบเปรียบน้ำนมแม่มี
แม้ชีวีที่ได้นมเพียงหยดเดียว
       มาบัดนี้ซิหนอคนส่วนมาก
แม่ลำบากเรื่องแม่ไม่แลเหลียว
พระคุณแม่ห่างไกลใจจริงเจียว
วัตถุเหนี่ยวสร้างไว้ได้เข้าครอง
       พอจวนจะตายให้ร่ำไห้แม่จ๋า
แต่ไม่พาเมียจ๋ามาสนอง
พอยามดีแม่นี้มักเป็นรอง
ประกาศก้องร้องว่าเมียดีนัก
       จิตมนุษย์คดเคี้ยวแสนเบี้ยวคุด
มิอาจฉุดหยุดลากช่างขลุกขลัก
ไม่เหมือนใจแม่นี้ที่มีรัก
มั่นคงนักยากหาเข้ามาแทน

       ไม่เคยบ่นตัวว่าข้าเหนื่อยยาก
แม้นลำบากหากลูกได้สุขแสน
พลอยยินดีที่ลูกไม่คลอนแคลน
ก็สุดแสนปลาบปลื้มลืมผ่านมา
       ชนอริยะควรคิดจิตสำนึก
โปรดรำลึกตรึกตรองกันเถิดหนา
ใครเล่าในแผ่นดินถิ่นรามา
จะล้ำค่ากว่าคุณแม่นั้นไม่มี
       เสียงเพลงแผ่วแว่วไกลให้พินิจ
ดวงใจจิตคิดตรองกระจ่างศรี
มองหาใครในโลกนี้ที่มี
ยากสุดที่ดีเท่าค่าน้ำนม.

                    ๙๙๙   แก้วประเสริฐ.   ๙๙๙				
22 สิงหาคม 2547 12:01 น.

สวนพฤกษาพาชื่น

แก้วประเสริฐ


       ความว้าเหว่แทรกเข้าเร้าในจิต
สุดหวนคิดอื่นใดในวิถี
จิตร้อนรุ่มสุมลึกห้วงชีวี
ยากจะมีใครเห็นความเป็นไป

       พลางย่างเท้าก้าวเดินให้เพลินจิต
ปล่อยชีวิตลอยล่องใจผ่องใส
สู่ยังสวนพฤกษาชาติดาษวิไล
แสนจะให้สำราญเบิกบานอารมณ์

       ความนึกคิดมีไว้ได้แช่มชื่น
พาระรื่นตื่นคลายได้เหมาะสม
อารมณ์ได้ผ่อนคลายหายระทม
กระแสลมโชยผ่านซ่านวิญญาณ

       มัณฑนาหลากสีมีให้เห็น
อีกทั้งเช่นมะลิวัลย์พลันสร้างสรรค์
ดอกพุดแก้วนมแมวแย้มตระการ
ลำดวนพลันประชันแข่งแย่งประลอง

       ชมนาดช่อมาลีพิกุลแก้ว
สวยเพริศแพร้วโชยกลิ่นไม่มีสอง
กระดังงาพาคัดเค้าไม่เป็นรอง
การเวกต้องสนองกลิ่นเร้าอุรา

       กล้วยไม้เล่าเฝ้าเคล้าเจ้าดอกปีบ
ประชันกลีบระรื่นชื่นนาสา
อีกแว่นดอยสวยสดจรดนัยน์ตา
ช่างนำมาพาสุขเมื่อลมโชย

       ผีเสื้อเร้นหมู่ผึ้งซึ่งบินหา
เกสรมาพากลิ่นให้สุดโหย
น้ำหวานหอมดอมต้นไม่ร่วงโรย
โกสุมโปรยความหอมมิกลับกลาย

       โกมุทเล่าเฝ้ารออยู่ในสระ
มัจฉาคละหลากพันธุ์นั้นแหวกว่าย
บ้างเบ่งบานตูมเห็นเช่นคลับคล้าย
สายน้ำไหลใสสะอาดลาดเทลง

       อารมณ์รื่นฟื้นตื่นขึ้นเหมาะเจาะ
ช่างจำเพาะคิดใคร่ได้ลงสรง
ในสระใหญ่เพื่อให้จิตใจปลง
ละอนงค์ให้สนานสำราญใจ

       แล้วเปลื้องผ้าพันกายลงในน้ำ
ว่ายแหวกดำผุดรุดดุจปลาไหล
ฉวัดเฉวียนเวียนวนจนเสียไกล
จนถึงใกล้กอบัวมัวหลงเพลิน

       กลิ่นหอมอ่อนโชยรินกลิ่นโกมุท
แสนพิสุทธิ์ดุจดังจะเหาะเหิน
ช่างหอมหวนชวนจิตจนเหลือเกิน
สุดเพลิดเพลินเกินเวลามาช้านาน

       เอื้อมมือคว้าดอกไว้ได้สามดอก
แล้วว่ายออกให้ใจได้กระสัน
คิดหมายใคร่นำไว้ในแจกัน
ถวายไม้นั้นแด่องค์พระปฏิมา

       มองปลาเล็กเล็กใหญ่ว่ายเวียนรอบ
เหมือนจะบอกว่าไว้ในภาษา
ขอโปรดด้วยช่วยแผ่ความเมตตา
ด้วยเจตนามาร่วมในผลบุญ

       จิตซาบซ่านผ่านลึกในทรวงอก
ให้สะทกสะท้านใจใคร่เกื้อหนุน
หมู่มัจฉามาหวังสร้างผลบุญ
พึงช่วยหนุนบุญเกื้อแก่พวกมัน

       ชำระล้างร่างกายใสสะอาด
หยิบผ้าคาดสวมใส่ให้เกษมสัน
เคยรันทดหมดหายไปจากกัน
จิตใจนั้นช่างบริสุทธิ์ผุดผาดยิ่ง

      พลันสาวเท้าก้าวเข้าสู่เคหา
นำบัวมาไหว้พระให้สุขใจจริง
สมาธินิ่งอิงหมอนก่อนพักพิง
บุญทุกสิ่งมิ่งมงคลผลความดี

       จงได้มีที่หมู่คนสัตว์ทั้งหลาย
เพื่อได้คลายความทุกข์เป็นสุขี
อดีตก่อนเก่าเคยสร้างร้างไมตรี
อย่าได้มีเวรกรรมซ้ำอีกเลย.

                 ๙๙๙   แก้วประเสริฐ.   ๙๙๙				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟแก้วประเสริฐ
Lovings  แก้วประเสริฐ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟแก้วประเสริฐ
Lovings  แก้วประเสริฐ เลิฟ 0 คน
สวัสดีค่ะคุณลุง จำหนูได้ไหมเอ่ย