29 พฤศจิกายน 2548 11:35 น.

* หนุ่มบาว**สาวปาน*

แก้วประเสริฐ


                * หนุ่มบาว**สาวปาน*

     ระเห็จร่อนซวนเซเหสู่ร้าน
ความจัดจ้านพล่านพลุ่งฟุ้งจริงหนอ
เลือกที่นั่งฟังเพลงบรรเลงคลอ
สาวเจ้ารอเสริฟอาหารจานเมนู

     หยิบเหล้าไวท์มาคลึงตะลึงโลด
แสงไฟโชติสาดส่องต้องร้องฮู้
หนุ่มหน้าเหน้าสาวซ่าส์ร่ายน่าดู
ร่างอีหนูผ้าห้อยเพียงน้อยนิด

     เจ้าหนุ่มบาวสาวร่างพลางคลึงเคล้า
สาวปานเอาร่างแนบแอบเกี่ยวชิด
กระบิดกระบวนเต้นไปคล้ายงูบิด
ไส้เดือนติดผงขี้เถ้าสุดเร้าอารมณ์

     เสียงเพลงหวานผสมร๊อกค์เข้าตอกย้ำ
กระหึ่มนำพร้อมไฟฉายเหมาะสม
อีกหนุ่มสาวจับคู่เต้นเป็นวงกลม
สิ่งอภิรมย์ตอกไวท์หลายแก้วเรา

     นั่งคนเดียวเปลี่ยวฤทัยไม่มีเพื่อน
มองแชเชือนดูไปยิ่งใจเศร้า
กระดกไวท์ฟังเพลงเง็งซึมเซา
เขาโลดเร้าแต่เราเศร้าเหงาหทัย

     เหมือนฟ้าดินเห็นใจในสิ่งนี้
หลับตาปี๋ใจสั่นสะท้านหวั่นไหว
เจ้าหนุ่มบาวสาวปานมาเมื่อไร
ยิ้มเผล่ไผนั่งโต๊ะเราเขาเฝ้ามอง

     มารยาทชายชาตรีที่ร่างแก่
เขาเหลียวแลตัวเราจึงเฝ้าสนอง
ยิ้มมาดเท่ห์เก๋ไก๋ใจคิดปอง
มือประคองเหล้าไวท์จ่ายทุกคน

     มองพินิจพิจารณาว่าหญิงล้วน
แต่งตัวชวนล้วนแฝงแหล่งให้สน
เป็นชายหนึ่งหญิงสาวเคล้าเจือปน
สร้างสิ่งจนคนเห็นเด่นละออ

     ส่งคำถามงามสงวนแม่นวลน้อง
เธอเฝ้ามองแย้มยิ้มพริ้มจริงหนอ
สงวนคำพูดที่ฉันถามจนนั่งรอ
กระดกคอดื่มไวท์ใจแทบวาย

     เสียงแหบพร่าหวัดดีค๊าพาใจร่วง
เหมือนเชือกบ่วงดึงศรีษะจนหน้าหงาย
โถกระเทยร่างหญิงพริ้มเพริศพราย
แทบจะตายหงายตกโต๊ะโล๊ะลาจร.

         *  แก้วประเสริฐ. *
				
28 พฤศจิกายน 2548 12:52 น.

หนุ่มนาคอยสาว

แก้วประเสริฐ


            หนุ่มนาคอยสาว

     ลมโชยพลิ้วมวลกลิ่นกระถินเคล้า
อบอวลข้าวเร้าหทัยชายริมทุ่ง
ยอดไหวระลอกบอกเวลาใฝ่ผดุง
แสงทองจรุงปรุงผ่านละลานตา

     ริมคันนาแฝงไว้ต้นใจโศก
กิ่งไหวโยกโปรยดอกที่ออกหนา
สีทองส่องเคล้าม่วงเฝ้าลวงตา
ดูแสนพร่ายามกระทบสบตาชาย

     เสี้ยวหนึ่งวกลงผ่านจากซ่านห้วง
คิดจะทวงสัญญากลับมาหาย
ท้องนาเอ๋ยมอบไว้ซิใยกลาย
สิ่งแฝงไว้หายลับไม่กลับคืน 

     นกยางว่อนร่อนลงเข้าเคียงคู่
ทั้งสองดูหยอกเย้าหนุ่มเหงาสะอื้น
เมื่อไหร่หนอรักฝากไว้ได้ยั่งยืน

ท้องนาตื่นแล้วหลับพลิกกลับทวน

     ลมหนาวเข้าฝนร้างเวิ้งว้างเร้า
แทรกซึมเอาหนุ่มเศร้าเฝ้ากำสรวล
นัยน์ตาลอยคอยหาแม่ลำดวน
เมื่อไหร่หวนคืนอยู่เข้าสู่เมลือง

     ตะวันรอนอ่อนแรงจะแฝงไม้
ริมทุ่งไซร้อาบไว้แสงสีเหลือง
พระธุดงค์ทรงกลดหมดจดประเทือง
ฉาบรุ่งเรืองเปลื้องกิเลศเศษหัวใจ

     หนุ่มรอสาวเคล้าหัวใจหวังได้สุข
พระเปลื้องทุกข์ปลดไว้เพื่อให้ใส
ด้วยหัวใจต่างกันนั้นมากมาย
โอ้เหตุไฉนแตกแยกดูแปลกจริง

     กลิ่นดินไอสาบควายกระจายฟุ้ง
ยังเคล้าผดุงซ่านไม้แฝงใจยิ่ง
ระคนอวลเศษกักฝากรักระวิง
หอมหวนยิ่งทุกสิ่งอิงท้องนา.

        *  แก้วประเสริฐ. *
				
27 พฤศจิกายน 2548 12:14 น.

ใจเอ๋ยใจ

แก้วประเสริฐ


                ใจเอ๋ยใจ

   *  แสงระยิบพริบพราวดุจราวโศก
ไหวเอนโยกโบกสะบัดระบัดไหว
เทียนครั้งนิ่งพริ้งเพริศดูเฉิดไกล
โลมลูบไล้สิ่งต้องดูหมองตรม

     รัตติกาลค่ำนี้สุดที่กล่าว
โอ้เดือนดาวเฝ้าดูเพื่อสู่สม
กลับหลบลี้หนีหายดุจสายลม
โมหะจมสู่ภวังค์เหมือนครั้งคอย

     สำเนียงแผ่วแว่วนกกลางคืนร้อง
ช่างสอดคล้องหัวใจยามใช้สอย
ลอยละลิ่วพลิ้วพล่านวันล่องลอย
ทั้งละห้อยปรอยไว้แต่ไร้คืน

     หมอนเคยอยู่อู่อาศัยใยมาจาก
ไหลรินพรากค้างพรมดูตรมฝืน
สะอื้นฟกอกช้ำยากกล้ำกลืน
ความระรื่นปนระทมผสมใจ

     ใจเอ๋ยใจใยพล่านกระชั้นชิด
แสงดาวปิดเดือนดับไร้วับใส
มวลเสน่หาพาเพลินล่วงลับไกล
ความเกรียงไกรนี้หนอพะนอรัก

     นึกถึงเจ้าเฝ้าวอนสะท้อนจิต
คลอเคียงชิดกลับจางมาร้างหัก
เหลือเพียงเงาเข้าบ่วงสู้หวงนัก
ฤทัยจักมักสู่ไว้เพียงสายลม

     มองดูสิ่งเจ้าพะนอขอลาก่อน
โฉมบังอรฝากไว้ด้วยใจขม
ลมสวาทพาดสู่ห้วงจนล้วงตรม
ความระบมฝากลงไว้ในค่ำคืน

     อนิจจาคืนนี้ที่มืดมิด
ช่างปิดสนิทดวงหทัยสุดให้ฝืน
สายลมโกรกโบกสลัดรักยั่งยืน
ต้องสะอื้นมาพรากแล้วจากไกล.ฯ

             *  แก้วประเสริฐ. *
				
25 พฤศจิกายน 2548 11:40 น.

ความสิ้นสุดในมิสิ้นสุด

แก้วประเสริฐ


           ความสิ้นสุดในมิสุดสิ้น

     ราคะเอ๋ยเคยภิรมย์สมสู่คิด
เพียงน้อยนิดใหญ่ยิ่งแล้วจริงหรือ
ทุกสิ่งแอบแนบสนิทหลงปรนปรือ
สิ่งนั้นคือเป็นทาสประหลาดเรา

     อีกความรักทั้งชังดูขังกรอบ
แม้รอบคอบกับพังดั่งคนเขลา
ห้วงตัณหาหลงผิดจิตมืนเมา
สิ่งยั่วเย้าราวละครย้อนแสดง

     นอกเข้าในใจออกของดวงจิต
ตามมาติดเพิ่มลงตรงแอบแฝง
กลับมัดตรึงดึงชั่วเข้าพลิกแพลง
แสร้งอ่อนแรงแฝงอยู่สู่ร้อนรน

     ดุจกายนั้นแรกแย้มแซมด้วยฝัน
สร้างภาพนั้นบรรเจิดเลิศสิ่งล้น
ถึงสิ้นสุดหยุดลงคงเวียนวน
ยังเจือปนยากคลายสลายลง

     นี่แหละหนอมิสิ้นตามดินฟ้า
คอยเวลาเปลี่ยนไปคล้ายเป็นผง
คงเหลือไว้ในวิญญาณอันมั่นคง
เฝ้ายืนยงสรรค์อยู่คู่สิ่งกรรม

     ดูสิ้นสุดมีใยไร้สิ้นสุด
เข้ายื้อยุดฉุดสร้างวางกรอบซ้ำ
ตัณหานำกรรมอยู่สู้ครอบนำ
สิ่งลึกล้ำเติมแต่งแฝงอารมณ์

     ราคะตัณหากามาละบ่มแล้ว
ย่อมเพริศแพร้วแนวทางอันสู่สม
ขจัดสู่ห้วงล่วงรู้สิ่งภิรมย์
ย่อมนิยมเข้าอยู่หมู่เทวดา

     ตะวันขึ้นย่อมมีที่ล่วงลับ
รุ่งขึ้นกลับย้อนอยู่สู่กลับหา
ราคะย่อมยอกย้อนสะท้อนมา
วาสนาขึ้นอยู่คู่กับกรรม.

        *  แก้วประเสริฐ..*
				
22 พฤศจิกายน 2548 12:34 น.

มรณภัยในสติ

แก้วประเสริฐ


                 มรณภัยในสติ

     ลมพัดโชยโปรยพลิ้วระลิ่วไหว
ระบัดใบไม้ล่วงหล่นวนเวียนว่อน
กระแสคลื่นซัดทรายไหลจากจร
ยากจะย้อนกาลเวลาพากลับคืน

     ดุจชีวิตมนุษย์นี้ที่คละคลุ้ง
ยากใฝ่ผดุงสรีระไว้ให้สดชื่น
เฝ้าตบแต่งทุกสิ่งอิงยั่งยืน
หวังระรื่นคืนสู่กู้หวนมา

     กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนทุกสิ่ง
โน้มแอบอิงสิ่งนอกสู้ใฝ่หา
ตัดเติมแต่งแฝงเสริมเติมกายา
พอล่วงมาส่งใจให้วุ่นวาย

     ดุจเกสรบุบผามวลมาลี
ยามที่มีกลิ่นเคล้าเฝ้ากระหาย
ดั่งหนุ่มสาวยามรุ่นกรุ่นหทัย
ยิ่งเปลี่ยนไปดุจน้ำพริกติดคาชาม

     สติแตกแยกสู่ผู้มัวหมอง
มิไตร่ตรองพอใกล้ใจครั่นคร้าม
จนมรณภัยเข้าอยู่สู่ลุกลาม
นึกถึงธรรมก็สายจนวายปราณ

     ล้วนเป็นสิ่งแน่นอนสะท้อนชีวิต
ย่อมจะปลิดลิดรอนยากประสาน
หลงละเมอเพ้อพกจนทรมาน
มัวเมาฝานฝันสิ่งทิ้งความจริง

     อนิจจาร่างกายคนเรานี้
คิดให้ดีทรงได้ในธาตุยิ่ง
ธาตุทั้งห้าแจ้งไว้มิได้อิง
ไม่ระวิงระแวงภัยใกล้ตัวเรา

     อย่าคิดว่าฉันนี้เหมือนคนบ้า
จำแนกมาเตือนสติด้วยโฉดเขลา
ไร้ปัญญามาเขียนไว้ดุจดั่งเงา
มรณภัยเข้ามาเยือนเตือนหัวใจ.

           *  แก้วประเสริฐ. *
				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟแก้วประเสริฐ
Lovings  แก้วประเสริฐ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟแก้วประเสริฐ
Lovings  แก้วประเสริฐ เลิฟ 0 คน
สวัสดีค่ะคุณลุง จำหนูได้ไหมเอ่ย