29 มีนาคม 2548 14:04 น.

อนาถหนอชีวิต.

แก้วประเสริฐ


                อนาถหนอชีวิต.

       บูรพาทิวาเพริศเลิศแจ่มใส
โลมลูบไล้ท้องนภาหล้าเจิดจ้า
แสงสีทองผ่องอร่ามจรดตา
มวลพฤกษาร่าเริงเคล้าดนตรี

       กิ่งไม้สบัดระบัดใบเสียงซ่าซ่า
นกในป่าร้องกันลั่นจู๋จี๋
น้ำตกไหลจ๊อกจ๊อกสู่นที
มัจฉารี่เวียนว่ายเคล้าวนมา

       ยืนเพ่งพิศพินิจตรองกรองคิด
เอาดวงจิตตั้งลงตรงนาสา
ภาวนาคำพจน์พุทธวาจา
พิจารณาสังขารอันเปลี่ยนไป

       อนิจจังทุกขังแล้วอนัตตา
เรือนร่างมาประกอบไม่สดใส
เกสาขนล้วนหงอกหาจับใจ
นักขาไซร้ใยงอกดูน่าชัง

       ทันตาเล่าเฝ้ามองช่างรอนร้าว
ตะโจเล่าแห้งเหี่ยวคุดคู้ขัง
เป็นกระเกล็ดเม็ดผื่นไม่จีรัง
สิ่งที่หวังไม่สมอารมณ์ปอง

       เป็นเด็กผ่านหนุ่มสาวแล้วผู้ใหญ่
ล้วนแต่ไม่ประสงค์กลับสนอง
คืออนิจจังสสารพลันเข้าครอง
สร้างหม่นหมองต้องไว้กับกายเรา

       เข้าเหตุผลทุกขังมักร้อนจิต
ยืนนั่งคิดนอนตรองยากจะเฝ้า
สร้างจัดโน่นแต่งนี่มิบางเบา
เล่นทำเอาว้าวุ้นกรุ่นโศกทรวง

       พอกาลผันหมุนเปลี่ยนเวียนสลาย
แล้วกลับกลายเป็นอื่นสู่ลุล่วง
ไม่ของเราเขาอื่นเป็นกลลวง
ซึ่งเป็นบ่วงห่วงมัดเรียกอนัตตา

       ดุจใบไม้ทะยานสูงพ้นจากพื้น
ยังล่วงคืนสู่พสุธามากองหนา
เปรียบมนุษย์แวดล้อมด้วยเงินตรา
ถึงเวลาจะตายยากนำไป

       นี่แหละหนอความจริงสิ่งแน่แท้
อย่ามัวแลหลงใหลไปเสียได้
สร้างภายนอกลึกล้ำเข้าข้างใน
เอาจิตใจให้กระจ่างสว่างธรรม.

        ๙๙๙   แก้วประเสริฐ.   ๙๙๙ 				
29 มีนาคม 2548 13:58 น.

ละอองพร่างฟ้า

แก้วประเสริฐ


                 ละอองพร่างฟ้า

     ..๏  ยามอรุณแสงทองผุดผ่องฟ้า
หมู่ดาราล่องลอยคล้อยเหลี่ยมเขา
ม่านหมอกเมฆเคลียคลอล้อดั่งเงา
ระยับพราวพร่างสีที่ขอบนภา

        ละอองรุ้งพวยพุ่งวนปนน้ำค้าง
สุดสล้างงดงามอร่ามหล้า
วับวาวแววพร่างพรายไล้นัยน์ตา
ทิวทัศน์วนาภิรมย์สมอารมณ์

       ลมเย็นโปรยหอมหวนล้วนกฤษณา
เหล่าสกุณาขับขานลั่นอาศรม
ผีเสื้อบินเริงร่าน่าภิรมย์
ยิ่งเคล้าชมร่มรื่นชื่นจิตใจ

       ผ้าสีทองรอนริ้วปลิวคล้ายคลื่น
ความฉ่ำชื่นระรื่นจิตผุดผาดใส
ภิกษุหนุ่มร่างสันทัดนวยนาดไป
พระท่านได้โปรดสัตว์ลัดเลี้ยวจร

       หวนคำนึงถึงทางหลงพะวงรัก
ที่มันชักใจไปดุจสิงขร
เป็นห่วงนอกกลอกกลับไม่แน่นอน
สุดสะท้อนอารมณ์ต้องข่มคิด

       อนาถหนอตัวเราเฝ้าเพียรอยู่
กลับถูกกู่เหหันคล้ายวิปริต
เห็นผ้าเหลืองเรืองวิไลให้วิจิตร
เข้าสถิตละลายห้วงบ่วงของมาร

       อัตตาหิอัตตโนนาโถ
อีกมากโขไม่เป็นซึ่งแก่นสาร
ตัวของเราเป็นที่พึ่งจึงสราญ
อีกสังขารอันไม่แท้แน่จริงเรา

       ขอเขียนโคลงกลอนนี้เพื่อฝึกเล่น
ฝึกเพียรเป็นปัญญาแก้โง่เขลา
สร้างจินตนามาไว้เพื่อตรองเอา
แล้วผูกเข้าเอาไว้เพื่อไตร่ตรอง

       ทิวาลอยเลื่อนสูงมุ่งจรัสฟ้า
มวลนภาหล้าสว่างพ้นจากเศร้า
ให้เบิกบานผ่านห้วงช่วงมึนเมา
จะขอเอาพุทธธรรมล้ำเลิศครอง.๚ะ๛

         ๙๙๙   แก้วประเสริฐ.   ๙๙๙				
28 มีนาคม 2548 16:09 น.

โลมฟ้าเพียงดิน

แก้วประเสริฐ


                                      โลมฟ้าเพียงดิน 



       ..๏ยลโฉมหยาดพร่างฟ้า...............ฤาดิน   แม่เอย
งามดั่งหงส์เหิรบิน...............................เยี่ยมฟ้า
จิตป่วนฤทัยกวิน.................................สุดคลั่ง   จริงแฮ
สวยอร่ามมิหาญกล้า............................เอ่ยน้องปองสมร ฯ             

             วอนรักสุดไขว่คว้า..................นงเยาว์   
แนบกลิ่นกายทำเอา.............................คลั่งไคล้
หอมยากเอ่ยมธุรสเรา..........................มอบแด่   นางเอย
ไฉนยิ่งหลงใหลไซร้.............................สู่เจ้างามสงวน ฯ

             ลมหวนโชยผ่านพลิ้ว...............คนึงครวญ
ซาบซ่านรักรัญจวน..............................เปี่ยมล้น
จิตแสนป่วนโหยหวน............................ไหวหวั่น   มากนา
หอมกลิ่นอบอวลซึ้ง...............................เร่าร้อนตลึงแล ฯ

             บุหลันลอยกระจ่างฟ้า.............โลมดิน   
แสงสว่างสุดระริน.................................ทั่วหล้า
เปรียบดุจดั่งชีวิน..................................นวลส่ง   ขจรฤา
มอบรักบรรเจิดจ้า.................................ผ่านฟ้าแดนสรวง ฯ

             โถใยรักสั่นพลิ้ว........................จิตใจ   เจียวนา
แนบแน่นฤทัยใน....................................อ่อนล้า
พึงคิดซ่านจิตไป.....................................ลอบพร่ำ   ถึงแม่
ฝันใฝ่อันเจิดจ้า.......................................ห่อเหี่ยวฤทัยแด ฯ

          มวลกฤษณาแห่งหล้า.....................ราตรี
โชยช่างเปรมฤดี.....................................ยิ่งแท้
ไฉนใยป่วนชีวี.........................................ยากก่อ   สุขแฮ
กระเจิ่งแนวรักแม้.....................................เบิ่งห้วงกำจาย ฯ

          กายทรุดลงอ่อนล้า.........................ตรึกปอง
ยากผ่อนฤทัยหมอง..................................ป่วนร้าว
นงนุชเอ่ยทำนอง.....................................รักพี่   ฤาลวง
เปรียบบ่วงผูกมัดน้าว...............................ห่อนเร้าสุมทรวง ฯ 

             นางเอยขอมุ่งเจ้า.......................ทางใจ
ยากที่หาหญิงใด.....................................ใฝ่ข้า
เพียงคิดก่อเกิดไป...................................มอบแม่   จริงนา
ขอส่งดวงหทัยล้า.....................................แด่น้องตลอดกาล.๚ะ๛ 

                               ๙๙๙   แก้วประเสริฐ.   ๙๙๙
				
26 มีนาคม 2548 14:54 น.

คืนนี้....เหงาจังเลย.

แก้วประเสริฐ


                           คืนนี้....เหงาจังเลย.

     ..๏  เก็บความเหงาสู่เคล้า..........ดวงดาว
หยิบส่งเดือนลงราว.........................จิตห้วง
กายวางพร่างสุดพราว.....................กลางสู่   เมฆินทร์นา
ยากที่ภิรมย์ล้วง...............................อยู่คู่สัมพันธ์เอย.๚ะ๛   

                             ********************                         

      ..๏ เก็บความเหงาเคล้าดาวสู่ฟากฟ้า
เอาดารามาฝากกลางใจฉัน
หยิบเดือนสู่ลงห้วงดวงจิตพลัน
กายานั้นมอบกลางระหว่างนภา

           ยากภิรมย์ชมชื่นคืนสวาท
ยามคิดวาดภาพนั้นสุดหรรษา
เอาความเหงาฝากสู่คู่จันทา
รอวาสนามาอยู่คู่สัมพันธ์

          เพียงนิดหนึ่งติดตรึงพึงพันผูก
แม้นจะถูกหรือผิดคิดเพียงฝัน
โอ้ความเหงาเล้าโลมชั่วนิรันดร์
กระแสนั้นย้อนยอกจนสุดหมอง

          น้ำหยดใสหยาดเป็นเช่นน้ำค้าง
เย็นสล้างกระจ่างห้วงเราสอง
พันผูกรสหมดสมัครมาพักครอง
ครั้นมาตรองร้องว่าอ้าดวงใจ

          พระพายพัดส่งกลิ่นสุดหอมหวล
ล้วนอบอวลสวนฤทัยยากผ่องใส
เหลือเงารูปจูบหวานซ่านภายใน
สร้างเป็นใยรุมเร้าเฝ้าวิญญาณ์

          ค่ำคืนนี้เหงาจังเลยอกเอ๋ย
แลชมเชยเดือนดารากลางเวหา
บ้างริบหรี่บ้างสดใสเหมือนอุรา
ดุจตัวข้าเพียงร้างกลางอารมณ์๚ะ๛                            .

            ๙๙๙   แก้วประเสริฐ.   ๙๙๙				
24 มีนาคม 2548 16:12 น.

คำนึงรักสล้างจันทร์

แก้วประเสริฐ


                  คำนึงรักสล้างจันทร์

          ค่ำคืนนี้มีจันทร์นั้นเป็นเพื่อน
ดวงดาวเลื่อนเกลื่อนลอยคล้อยเวหา
แสงเย้ายวนนวลพร่างกระจ่างตา
แสนสิเน่หาอกสะท้านพล่านอารมณ์

          บ่มความคิดพิจารณามวลสาเหตุ
ล้วนเช่นเฉกอุทยานที่สร้างสม
ลมโชยพลิ้วหอมหวนชวนภิรมย์
รักเคยตรมลอยคว้างร้างโรยลา

          ช่างเถอะนะชีวิตนี้แค่มีฝัน
ทิ้งรำพันขื่นขมมิหวนหา
เหลือเพียงนี้โดดเดี่ยวเคล้าอุรา
มินำพามายืนดมชมความงาม

          อร่ามแท้แม่เอ๋ยเพียงค่อนเสี้ยว
หมู่ดาวเกี้ยวเรียงรายคล้ายเฝ้าถาม
จันทร์คงตอบบอบช้ำที่ต่ำทราม
เข้าลวนลามจนฉันนี้มีครึ่งดวง

          ดุจฟากฟ้าแวววับจับแสงสี
ก็ยังมีดินเคล้าเฝ้าโลมสรวง
จนปั่นป่วนรวนร้าวไปทั้งทรวง
เกิดเป็นห่วงบ่วงคล้องสุดทรมาน

          กลิ่นมาลีพิกุลแก้วแพรวเพริศพริ้ง
พุดงามยิ่งดอกแก้วแพร้วประสาน
ช่อชงโคเกาะกลุ่มพุ่มตระการ
หอมพลุ่งพล่านสู่ชั้นฟ้าราชิกา

          ราตรีนี้แพรวพรรณสะท้านนัก
เข้าโลมรักมักคิดจิตสิเน่หา
ทั้งไม้ดอกหอมหวนชวนลานตา
แก้วนิดาหนาอารมณ์นี้สุขจริง

          ยิ้มให้ตัวมัวยิ้มพริ้มตานิด
ส่งห้วงจิตติดฟ้าไปทุกสิ่ง
อีกดินนั้นเสกสรรสุดประวิง
ปล่อยใจนิ่งคงฝันอนันต์กาล.

          ๙๙๙   แก้วประเสริฐ.   ๙๙๙
				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟแก้วประเสริฐ
Lovings  แก้วประเสริฐ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟแก้วประเสริฐ
Lovings  แก้วประเสริฐ เลิฟ 0 คน
สวัสดีค่ะคุณลุง จำหนูได้ไหมเอ่ย