31 สิงหาคม 2548 13:18 น.

* รัศมีดาวประกาย *

แก้วประเสริฐ


          * รัศมีดาวประกาย *

 งามเอ๋ยแม่งามเพียงหยาดฟ้า 
      ตะวันรอนอ่อนระยิบพริบไสว
โลมลูบไล้พฤกษาคราวสันต์
กระแสน้ำไหลล่องกระฉอกพลัน
เสียงกระชั้นมัจฉาพากันรุม

      อาหารโรยโปรยปรายจากมือแม่
ร่องรอยแท้ในน้ำใจที่ใฝ่สุม
ด้วยเมตตากรุณาสู่ปลาชุม
หวังโอบอุ้มมัจฉามาเรียงราย

      ประกายนี้จะมีได้ในฟากฟ้า
มวลดาราเจิดจรัสประภาสสาย
งามบรรเจิดเลิศลักษณ์ประจักษ์ใจ
ยามยลได้ให้คำนึงนึกถึงนาง

      ดุจสายฝนพรมพร่างกระจ่างจิต
ยิ้มแย้มปลิดสิ่งเศร้าที่หม่นหมาง
ใสบริสุทธิ์ดุจดารามาเรียงวาง
แม่สล้างสร้างโลกไว้เฉิดไฉไล

      งามจริงเอยแม่งามอร่ามนัก
ช่างน่ารักแย้มวจีที่สดใส
กังวานแผ่วแนวทุ้มสู่ดวงใจ
เป็นบุญไซร้ได้แลชะแง้คอย

      เพียงหยาดฟ้าสู่ดินถิ่นคนยาก
กลับมาพรากดวงใจยากได้สอย
ดุจจันทร์ดารามาสู่จนใจลอย
ยามเคลื่อนคล้อยดุจมัจฉาในวารี

       สลักเสลารูปกายคล้ายวีนัส
ยิ่งผูกมัดวิญญายามตาหยี
ประกอบด้วยรอยยิ้มพริ้มนารี
สั่นชีวีห้วงห่วงหาครารัญจวน

      รัศมีดาวประกายเรียงรายจรด
เร้ารึงรดซาบทรวงล้วนห่วงหวน
ดุจดอกไม้โชยกลิ่นหอมอบอวล
ดมดอมล้วนชวนระลึกตรึกใจจำ.

  ๙๙๙  แก้วประเสริฐ.  ๙๙๙
				
30 สิงหาคม 2548 13:05 น.

* เสน่หาอาลัย *

แก้วประเสริฐ


              * เสน่หาอาลัย *

     หลงในรูปริ้วรอยจนพลอยคิด
ติดชีวิตพิศวาสพาดสู่ฝัน
ล้วนสรรค์สร้างสิ่งรักประจักษ์กัน
ครั้นจากพลันฝากไว้ในอุรา

     กำซาบส่านผ่านห้วงสู่บ่วงลึก
รอยจารึกทิ้งไว้จิตใจหา
สุดรำพึงตลึงคิดติดยลมา
สรรค์ชีวาฝันใฝ่ฤทัยครอง

     สินีนาถผาดผุดดุจปุยนุ่น
แลละมุนกิริยามิมีสอง
สะเทิ้นสะทกตกใจยามได้มอง
ยิ่งเฝ้าปองหลงใหลในอรรถรส

     ยามรวมกลุ่มสุนทรีศรีสุดา
ดั่งสุมาลีแย้มมาฟ้ากำหนด
นวลลออผ่องพรรณจันทร์จรด
งามทรงกลดรัศมีที่พร่างพราย

     ช่างสลักเสลาเร้าหทัยใจหวนคิด
หวังฝากชีวิตคิดฝันนั้นสลาย
ดุจค้างคาวไร้คอนห่อนฤทัย
โอ้ดวงใจใยพลันนั้นเลื่อนลอย

     ยิ่งคำนึงพึงคิดจิตยิ่งวุ่น
ยากการุนหนุนเกื้อแม้แต่น้อย
สู้หันผินจินต์เทวษเหลือริ้วรอย
ใจละห้อยสิเน่หายามคราไคล

     นั่งทบทวนสายตาคราสบจ้อง
ถึงนวลน้องปั่นป่วนล้วนหาไหน
แสนวูบวาบซาบทรวงหน่วงหทัย
อีกเมื่อไหร่หนอเราจะเฝ้ามอง

     นึกถึงสายตาคราใดสุดให้ระริก
เหมือนเหยี่ยวจิกหัวใจแต่ใคร่สนอง
ฝังลงลึกแนบไว้แม้นใฝ่ปอง
เพียงได้ครองเคียงคู่เสน่หาอาลัย.

   ๙๙๙  แก้วประเสริฐ. ๙๙๙
				
29 สิงหาคม 2548 13:19 น.

* นิราศลำพญา *

แก้วประเสริฐ


                 * นิราศลำพญา  *
    
   ..๏ ชันษาครบรอบมาพากำหนด
งานฉลองคล้ายวันเกิดด้วยเลิศรส
ด้วยวัยหมดจดพ้นภัยใคร่สนอง

      ล้วนลำนำคำถ้อยร้อยคำหวาน
แสนซาบซ่านผ่านฤดีจิตมิหมอง
หยาดน้ำค้างพร่างพรมลมละออง
ตะวันส่องบรรเจิดจ้าคราได้ยล

      อุษาสางสว่างแล้วเจ้าแก้วเอ๋ย
ล่วงจะเลยวันเวลาที่ข้าสน
รีบอาบน้ำทำธุระผ่องกมล
จรดลเดินทางสู่กลางคงคา

      แต่งตัวเสร็จไหว้พระหาของขวัญ
นี่เป็นวันร่วมพลคนเคยหา
แสงสีทองผ่องผุดสาดส่งมา
ในอุราปลื้มฤทัยในงานวันเกิด

      รวมพหลพลพยุหะมิได้ขาด
ครบถ้วนประกาศศักดามาบรรเจิด
ฤกษ์ครบถ้วนทุกขบวนล้วนดีเลิศ
ดนตรีเชิดในรถพามาสราญ
      รถออกวิ่งตรงไปแล้วเลี้ยวซ้าย
เข้าปีนป่ายออกขวาพาสุขสันต์
สองข้างทางต้นรักเรียงเคียงคู่กัน
คำจำนรรจ์ล้วนจัดสรรคำเย้าแหย่

     หนึ่งศูนย์สองสามนำหน้าพาเร็วรี่
ห้าเก้าหนึ่งเก้าเร้าฤดีนี่ก็แน่
ตะบึงตะบอนร่อนไล่สองตาแล
ไม่ยอมแพ้พร้อมกันพลันสุขหทัย

      ทั้งลุ่มลึกตรึกห้วงตวงความสุข
ตลาดน้ำลำพญาปลุกคนเหลือหลาย
ริมฝั่งน้ำท่าจีนคนมากมาย
ซื้อและขายของดีดีที่อร่อย

      ในที่วัดจัดที่ไว้ได้กว้างขวาง
ล้วนเสริมสร้างทางบุญมิให้กร่อย
ใครใคร่ซื้อหรือทำบุญเพื่อหนุนรอย
ศาสนาร้อยรวมน้ำใจเมื่อใครทำ

      ต่างมุ่งเข้าวันทาศาสนะศาสน์
เพื่อนำขจัดอวิชชามิเติมซ้ำ
สิ้นเสร็จกิจจิตมีบุญหนุนนำ
ใจเลิศล้ำสนองคุณการุนเรา

      เสียงจ๊อกแจ๊คจอแจที่แห่กล่อม
ตลาดน้ำร่ำร้องน้อมฝากของเขา
พวกเราซื้อของที่ชอบประกอบเอา
เพื่อนำเข้าทานในเรือต่างเอื้อกัน

     ล่องลำน้ำท่าจีนผณินละล่อง
ด้วยเรือจองของวัดที่จัดสรร
แก่ผู้ที่ท่องน้ำชมธารแต่ละวัน
เป็นเรือสำปั้นไปได้ด้วยหลักแจว

      ริมฝั่งน้ำท่าจีนมีที่กล่าว
เป็นเรื่องราวคนเก่านมนานแล้ว
ต้นสมัยรัตนโกสินธุที่เพริศแพรว
คนจีนแจวเรือมาอยู่สู่ท่านี้

      แม่น้ำนี้อีกนัยหนึ่งเขาเรียกว่า
นครชัยศรีธาราธารเกษมศรี
ล้วนชาวบ้านขนานนามว่านี้
เป็นแม่น้ำนครชัยศรีที่ว่ามา

      สองริมฝั่งสายธารไหลเอื่อยล่อง
ผักกระเฉดผักบุ้งครองสองฝั่งฝา
เป็นอาชีพของคนที่เห็นมา
อีกทำนาบัวบานนั่นโรงสี

      ลมโชยพัดใส่ในเรือที่ล่อง
ไอน้ำต้องสู่เรือจนเกษมศรี
เสียงเฮฮาหยอกเย้าเหล่านารี
ไพเราะดีเพลิดเพลินเจริญใจ

      ผ่านคุ้งน้ำท่ามกลางระหว่างทัศนา
นกปากกระทุงบินมาดูสดใส
บ้างเกาะกิ่งต้นไม้เฉิดไฉไล
ไม่ทันไรถึงหน้าวัดบางภาษี

      อันวัดนี้นามเดิมว่าบางนกกระทุง
อาจจะรุงรังไปไม่เฉิดฉวี
เปลี่ยนนามใหม่บางภาษีเห็นดี
ตามที่มีทางการนั้นให้มา

      เรือจอดสนิทชิดขอบกรอบของวัด
ต่างนำจัดสังฆทานที่จัดหา
นางฟ้านำลูกเอมจากธารา
พวกเราพากันสู่บุญที่คุ้นเคย

      ที่วัดนี้หน้าท่าปลาเหลือหลาย
ทั้งมากมายหลายพันธุ์สุดเฉลย
มีอาหารปลาจำหน่ายสิบบาทเอย
ช่วยวัดเลยซื้อเลี้ยงเหล่าหมู่ปลา

      ด้านหลังศาลาสวนสัตว์จัดเลี้ยงไว้
นกลิงชะนีนับได้มากนักหนา
ขี้โมโหหงุดหงิดผุดผ่องชื่อลิงมา
ล้วนเรียกหาตามอารมณ์ของตัวมัน

      เดินเลียบเรียงเลี่ยงชมภายในวัด
ที่ท่านจัดสวยงามกว่ามาเสกสรร
ดุจทิพย์วิมานริมธาราอันเบิกบาน
มานั่งฝันอยู่ศาลาหาชมวิว

      ครั้นเสร็จสิ้นสมควรเวลาเที่ยว
ต่างเกาะเกี่ยวหวนกลับหัวใจพลิ้ว
ชุ่มชื่นฉ่ำแสนสำราญรานทุกข์ปลิว
เรือนำละลิ่วกลับคืนสู่วัดลำพญา

      เดินทางกลับมาอยู่สู่พุทธมณฑล
ในบริเวณยลร่มรื่นชื่นนาสา
นั่งพักผ่อนสนทนาพักกายา
เสียงที่มาพระท่านสวดปริตรมงคล

      ครบถ้วนกระบวนความตามที่กล่าว
บุญทานเล่าเฝ้าสรรค์มิสับสน
เอมของพ่อก่อบุญไว้ในกมล
สิ่งเลิศล้นพ้นวิบัติขจัดขจาย

      ก่อกำเนิดเพริศพริ้งสิ่งความสุข
ย่อมจะปลูกสิ่งวิไลอันเฉิดฉาย
เป็นเนื้อนาบุญเลิศเฉิดไฉไล
หาสิ่งใดเทียมเทียบเปรียบลูกเรา

      สิ้นเสร็จพลบตะวันรอนที่ผ่อนพัก
ต่างล่ำลาความรักที่ผูกเข้า
กาลข้างหน้าเจอกันในวันเบา
ดวงใจเฝ้ารอวันนั้นพลันมาเอย.๚ะ๛

    ๙๙๙  แก้วประเสริฐ. ๙๙๙
       ๒๙  สิงหาคม  ๒๕๔๘
                ๑๓.๐๕ น.				
27 สิงหาคม 2548 12:39 น.

* วันเกิดเอมทะเลใจ *

แก้วประเสริฐ


          *   วันเกิดเอมทะเลใจ *

   *  กระแสวันผันเปลี่ยนวกเวียนเฝ้า
ใจหลงเคล้าคอยวันอันสดใส
ยี่สิบแปดสิงหาอยู่ไม่ไกล
พรุ่งนี้ไซร้ได้ฤกษ์มหามงคล

     อนุสาวรีย์ดินแดนแคว้นชัยชนะ
การพบปะจะบังเกิดมิสับสน
เริ่มต้นสู่การเดินทางมิมืดมน
เพื่อเข้ายลลำพญาน่าเบิกบาน

      ล่องลำน้ำงามชมนครชัยศรี
สร้างชีวีนี้ให้เกษมศานต์
ฉลองวันเกิดทะเลใจให้สราญ
ฤทัยพลันซาบซ่านพล่านฤดี

     อันวันนี้นักขัตฤกษ์เบิกเดือนเก้า
ชีวิตเขาก้าวสู่ทางเกษมศรี
จงรุ่งเรืองสุขสันต์ทุกทิวาราตรี
มีชีวีพ้นทุกข์ภัยชั่วนิรันดร. *

      ๙๙๙  แก้วประเสริฐ. ๙๙๙
				
26 สิงหาคม 2548 14:02 น.

* สายใยสายสวาท *

แก้วประเสริฐ


         *  สายใยสายสวาท  *

    * แลสายน้ำไหลวนดูชลเชี่ยว
สายคดเคี้ยวปั่นป่วนคิดหวนถึง
ยามสายบัวหักไปฝากใยตรึง
ล้วนสุดซึ้งกลึงกลมเป็นปมเกลียว

     นกไร้ถิ่นบินไปสู่ไกลโพ้น
ยังพลิกวนหวนกลับมิลับเลี้ยว
พายุลมโหมสะบัดเพียงครั้งเดียว
รักแน่นเหนียวผูกใจมิคลายคลอน

     แปลกแต่จริงยิ่งคิดจิตละห้อย
สิ่งหยดย้อยเคลือบไว้ให้สะท้อน
สายสวาทมอบพิศจิตอาวรณ์
กลับร้าวรอนดุจจันทร์ตะวันลา

     ยามตัดบัวมิเหลือใยแทบใจขาด
สายสวาทขาดสิ้นปิ่มโหยหา
ทิ้งเบื้องหลังฝังลึกให้ตรึกตรา
รักสิเน่หาพาหลงสู่ตรงใจ

     กระแสน้ำไหลไปมิไหลย้อน
ความอาวรณ์สุขสมภิรมย์ไว้
เกี่ยวกวัดมัดแน่นสู่ภายใน
หยั่งลงใจม้วนไปดุจสายชล

     สายเจ้าเอ๋ยสายใยสายสวาท
งามพิลาสปราศจากสิ่งสับสน
หากมืดมนยิ่งกว่าจะทานทน
สิ้นเป็นคนสิ้นหัวใจคงตายเอย.*

   ๙๙๙   แก้วประเสริฐ.  ๙๙๙
				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟแก้วประเสริฐ
Lovings  แก้วประเสริฐ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟแก้วประเสริฐ
Lovings  แก้วประเสริฐ เลิฟ 0 คน
สวัสดีค่ะคุณลุง จำหนูได้ไหมเอ่ย