30 มกราคม 2549 12:26 น.

สุดแสนที่จะซึ้ง

แก้วประเสริฐ


                สุดแสนที่จะซึ้ง

       เปรียบชีวิตใดใดคล้ายเวหาส
หรือภาพวาดจิตรกรมักซ่อนหา
ล้วนจิตเสริมเติมแต่งสุดพรรณนา
บ้างฝากไว้โชคชะตามานำทาง

       มีสิ่งหนึ่งพึงประจักษ์มักสุดซึ้ง
ใฝ่คำนึงผูกพันนั้นยากห่าง
เข้าจอแจแส่หามิละวาง
เป็นตารางขึงไว้ในใจตน

       บวกกับโลภโกรธหลงพะวงไว้
ดั่งเรือพายในอ่างสร้างสับสน
วกวนเวียนเพียรหาจนวกวน
มิอาจพ้นหนีห่างกระจ่างใจ

       สิ่งนั้นหรือคือรักมักชอกช้ำ
สร้างรอยย้ำเติมแต่งแฝงมืดไว้
ดั่งสุริยันต์จันทรายามคลาไคล
มักเมฆบดบังให้ได้หมองมัว

       มีสิ่งหนึ่งพึงสร้างวางกำหนด
ช่างหมดจดถ้อยคำนำหลีกชั่ว
สร้างคุณธรรมเข้าเสริมเติมแต่งตัว
พ้นเกลือกลั้วรั้วดำซ้ำแต่งดี

       แปลกแต่จริงทุกสิ่งใดในวิถี
หากไม่มีทุกข์เคล้าเข้าเต็มปรี่
ยากพบสุขแท้จริงสิ่งที่มี
ว่าชีวีหมดรสชาติอนาถจริง

       หวังชีวิตพ้นผ่านสรรค์หาซึ้ง
พ้นสิ่งตรึงพันใจในทุกสิ่ง
ตามระบบแนวทางสร้างประวิง
ค้นความจริงอิงสอนผ่อนด้านดำ

       สุดแสนที่จะซึ้งเมื่อพึงพบ
ช่างเลิศลบพบทางกระจ่างล้ำ
ปราศหมดทุกข์มิสุขผูกไว้นำ
หมดเวรกรรมนำสร้างวางนิพพาน.

            *  แก้วประเสริฐ. *
				
25 มกราคม 2549 11:31 น.

มัลลิกานารี

แก้วประเสริฐ


                มัลลิกานารี

       พระพายโชยพัดพลิ้วระลิ่วหวน
เมื่อทบทวนชวนคิดติดตรึงฉัน
มัลลิกาเอ๋ยเคยเห็นเด่นทุกวัน
ล้วนแปรผันนั้นเปลี่ยนด้วยเสี้ยนใจ

       ยามอ้อยอิ่งลิงโลดน่าโชติช่วง
คู่ที่ควงหนุ่มฟ้อหล่อผ่องใส
ยามร่ายรำบนเวทีนี้ไฉไล
วางท่าไว้แพรวพราวราวนางฟ้า

       กรับฉิ่งฉับประโคมโหมระนาด
เสียงกลองขลุ่ยซอปี่พาทย์ร่ำหา
เสนาะขับลำนำยามเยื้องมา
ฟ้อนงามตาด้วยท่ามัจฉาแปลง

       บัดนี้เล่าเฝ้าชะแง้มิแน่จิต
อดีตติดความหลังดังถูกแฝง
มัลลิกาซูบผอมย่อมอ่อนแรง
ยากจะแข่งกับเขาเคยเฝ้าชม

       เขาเปลี่ยนร่างนางไว้จึงได้เศร้า
คงปวดร้าวท่าแสดงแห่งขื่นขม
เป็นนางรองหมองไหม้ใจระทม
เฝ้าอกตรมหม่นหมางครั้งรุ่งโรจน์

       นี่แหละหนอชีวิตเราก็เท่านี้
ยากจะหาดีแท้แม้สิ่งโปรด
ยามมีสุขคลุกเคล้าเฝ้าแต่โลด
สิ้นช่วงโชติโกรธชะตาหาโทษตัว

       เปรียบมัลลิกานารีแม่ศรีสมร
นางอรชรฟ้อนรำงดงามไปทั่ว
เขาก็ชมเสริมสร้างไม่หมางมัว
พอเปลืองตัวมั่วโลกีย์ศักดิ์ศรีคลาย

      อนาถแท้เจ้าเอยจากเคยเห็น
เป็นดาวเด่นแลลับนับเลือนหาย
ก่อนจบฉากจากลามาผ่อนกาย
แต่หัวใจยังคำนึงถึงมัลลิกา.

         *  แก้วประเสริฐ. *
				
23 มกราคม 2549 22:08 น.

น้ำตาใจในวาสนา

แก้วประเสริฐ


               น้ำตาใจในวาสนา

       หยาดเทียนหยดพรั่งพรูดุจพู่ห้อย
รินไหลย้อยรอยช้ำคล้ายร่ำหา
น้ำตารักเปรียบเทียนเวียนอุรา
พลิกวาสนาดั่งฟ้าเปลี่ยนอารมณ์

       แสงเจิดจ้าพร่าพร่างสว่างสีสันต์
ดั่งรุ้งตะวันวิจิตรพินิจขื่นขม
เลือนลบร้างห่างสิ้นถิ่นภิรมย์
เฝ้าอกตรมขมชื่นสะอื้นทรวง

       แผลหัวใจฝากอยู่สู้ชะตาชีวิต
ที่ลิขิตหม่นหมางครั้งเฝ้าหวง
แสบสุดซึ้งตรึงไว้ในทั้งปวง
อนาถดวงล่วงลงคงหมุนเวียน

       ฉวัดเฉวียนวกกลับนับสิ่งได้
น้ำตาคล้ายเทียนหลั่งยังมิเปลี่ยน
แฝงผนึกตรึกลงหลงพากเพียร
เป็นบทเรียนอารมณ์ข่มใจปอง

       ใยสวาทพลาดรักยามหักเห
ล้วนโลเลเหหามาใฝ่สนอง
หยาดรินหยดลดหลั่งครั้งยังมอง
เพียงครรลองหมองหม่นปนน้ำตา

       อกเอ๋ยอกอกเราเฝ้าละห้อย
เพียรจะร้อยคอยรักมักเบี่ยงหา
ดุจแสงน้อยลอยลับมิกลับมา
สิ้นเวลาสิ้นหัวใจเขาได้เมิน

       น้ำตาใจประจักษ์มักเปลี่ยนสิ้น
ล่วงโรยรินหยาดมาพาให้เขิน
ดุจเทียนน้อยย้อยไว้เมื่อได้เผชิญ
ไฟเผาเกินเผอิญดับกับใจเทียน.

           *  แก้วประเสริฐ. *
				
22 มกราคม 2549 12:01 น.

แย้มบุปผา

แก้วประเสริฐ


                   แย้มบุปผา

       ตะวันรอนอ่อนแสงแฝงระเรื่อ
ยามเย็นเมื่อเดินเล่นเด่นพฤกษา
ตลอดแนวแถวสวนล้วนลานตา
อีกนานาพันธุ์ไม้ดอกออกไฉไล

       ระรวยรินกลิ่นหอมดารดาษ
รุกขชาติแมกไม้ไทยไฉไลสดใส
รสสุคนธ์เสาวรสจรดเรียงราย
คัดเค้าผายขาวตูมเป็นสุมเครือ

       การเวกเผยกลีบเย้ากรรณิการ์
ต้นวาสนาประชันพลันแดงระเรื่อ
กำจายเล่าเคล้าเหลืองเมลืองเจือ
ช่อมาลีเอื้อเมื่อน้ำค้างมาพร่างพรม

       ดอกกุหลาบเคล้าสีมีหลากหลาย
ขาวแดงพรายเหลืองชมพูดูงามสม
กลิ่นหอมแข่งมะลิขาวเร้าอารมณ์
ดอกแก้วข่มลดาวัลย์ช่อนั้นสกาว

       พวงชมพูห้อยระย้าคละเคล้าหมด
เล็บมือนางจรดลงต่ำแดงล้ำขาว
ชะลูดช้างเฝ้าชะแง้แลพริ้งพราว
ชบาน้าวโน้มสีสันต์อันมากมาย

       ล้วนทั้งสีมีกลิ่นและสิ้นหอม
ดอกพะยอมงามยิ่งสิ่งทั้งหลาย
ต่างผลิดอกออกผลดูเรียงราย
เดินเลาะไปให้คำนึงถึงนารี

       เปรียบหญิงสาวคราวรุ่นดุจไม้แย้ม
กลิ่นหอมแซมเจิดจรัสดั่งรัศมี
มิใฝ่พะวงความสาวเคล้าโลกีย์
ดุจไม้นี้สิ้นหอมย่อมลาโรย

       หากมาดแม้นดำรงคงไว้ศักดิ์
ถนอมตัวมิมั่วรักจักไม่ระโหย
เกียรติ์ระบือลือลั่นดั่งลมโชย
กลิ่นหอมโรยโปรยทั่วพื้นปฐพี

       จวบตะวันลาลับกลับทิวไม้
จันทร์เพ็ญฉายเด่นสกาวเฝ้าสุขี
อิ่มเอมรสพฤกษาพันธุ์ฉันท์ราตรี
เอื้อสรรค์ชีวีสุขสราญเบิกบานหทัย.

            *  แก้วประเสริฐ. *
				
20 มกราคม 2549 11:09 น.

เดือนสว่างกระจ่างเขื่อน

แก้วประเสริฐ


                เดือนสว่างกระจ่างเขื่อน 

       จันทร์พร่างกระจ่างฟ้าดาราฉาย
รอบเรียงรายขุนเขาเนาเขื่อนศรี-
นครินทร์ปิ่นกษัตริย์เทพเทวี
กาญจนบุรีแพน้อยลอยมากมาย

       โอ้ชาวกวีนักกลอนจะผ่อนพัก
ร่วมสำนักมักสรรค์หามามากหลาย
ทั้งบทกวีกานท์กลอนร่อนเรียงราย
เปรียบดั่งคล้ายสำนักตักศิลา

       ต่างร่วมเรียงเคียงข้างดั่งฉันท์มิตร
ที่สนิทจิตรักใคร่ได้หรรษา
แลกเปลี่ยนสิ่งต่างต่างพลางทัศนา
น้ำไหลพาแพน้อยล่องลอยไกล

       ดุจสระโบกขรณีที่แมนสรวง
งามทั้งปวงล่วงเคียงเรียงศรีไศล
หอมกลิ่นเคล้าบุปผาร้อยมาลัย
ประหนึ่งไซร้ร่วมเทวินทร์ปิ่นอมร

     เดือนกระจ่างกลางน้ำงามสมทบ
วับวาวพบแสงจรัสประภัสสร
ระยิบระยับน้ำสายที่ไหลจร
ล้วนสะท้อนถึงใจคนได้ชม

     โอ้ยอดหญิงมิ่งนารีแม่ศรีสมร
อีกเหล่าอมรนักกลอนวอนสร้างสม
สร้างตำนานอันเกริกไกรเพื่อให้ภิรมย์
ขอเชิญอภิรมย์ชมเขื่อนเดือนจันทร์เพ็ญ.

            *  แก้วประเสริฐ. *
				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟแก้วประเสริฐ
Lovings  แก้วประเสริฐ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟแก้วประเสริฐ
Lovings  แก้วประเสริฐ เลิฟ 0 คน
สวัสดีค่ะคุณลุง จำหนูได้ไหมเอ่ย