27 กันยายน 2549 14:12 น.

*** บทสุดท้าย ***

แก้วประเสริฐ


                          บทสุดท้าย

     ขอลับกลับขอบฟ้า          สิ้นวาสนามาเสกสรร
จำเนียรเขียนอ่านกัน         ย่อมมีวันอันจากลา
     ลาก่อนมิลาลับ               ยากจะกลับนับหวนหา
สิ้นสุดซึ่งปัญญา                  เหลือเวลามารำพึง
     ไตรรัตน์อันจัดจ้าน        เก่าก่อนนั้นพลันหวนถึง
สิ่งปองลองคำนึง                 คงจะถึงซึ่งแก่นกาล
     ลาแล้วแก้วตาเอ๋ย         แม่รำเพยเคยประสาน
ผิดพลาดสิ่งใดพาล              เมตตาฉันโปรดอภัย
     ก่อนเก่าเฝ้าขีดเขียน    เพื่อร่ำเรียนเปลี่ยนนิสัย
โกรธง่ายก็หายไป              คงเหลือไว้ใจเยือกเย็น
     พี่น้องดุจผองเพื่อน       แม้นลาเลือนก็เหมือนเห็น
แต่ก่อนห่อนลำเค็ญ           ดุจดั่งเช่นผงเข้าตา
     สุจิปุริชอบ                     หมั่นประกอบกันเถิดหนา
ผิดถูกอย่านำพา                 กาลเวลามาไตร่ตรอง
    ปองแล้วแนวสิ่งพลาด     ค่อยค่อยวาดจัดสนอง
แก้ไขสมใจปอง                  สิ่งเรืองรองผ่องอำไพ
     ลาแล้วแนวพิลาศ          คลื่นเก่าปราศสิ่งสดใส
คลื่นใหม่อันไฉไล               เพริศพริ้งพรายในโพเอ็มเอย.     
     
                  ************

               ลากลับสรวงดวงมณีที่เฉิดฉาย
       เคยพริ้มพรายคล้ายตะวันวสันต์ผ่อง
       หยาดความงามยามพฤกษาวนาปอง
       ละเรืองรองต้องเหมันต์อันเลือนราง

               เย็นยะเยือกเกลือกลงตรงอุระ
       ลิ้มผัสสะวจนะสะอื้นคืนรุ่งสาง
       ฟ้าปิดฉากจากแล้วสู่แก้วปรางค์
      แม้นอ้างว้างกลางฤดีก็พลีใจ

               โพยมคะนองต้องวิชชุอัสสุเปิด
       นฤคหิตเจิดเกิดประกายไร้สดใส
       ฟ้าเปลี่ยนสีมณีหมองละอองคลาย
       อจินไตยไร้ปัญญาสู่พาเพลิน

               ดั่งพฤกษาคราสิ้นฝนก็จนจิต
       ยากประดิษฐ์บุบผาพาขวยเขิน
       มีแต่เหี่ยวอับเฉาเคล้าส่วนเกิน
       เหลือดำเนินลาล่วงยังห่วงคอย

               ค่อยลำเลียงเพียงกวินที่จินต์ซึ้ง
      สิ่งคำนึงตรึงใจมิใช่น้อย
      บัดนี้ต้องลาลับเพื่อดับรอย
      สิ้นคำถ้อยร้อยวจีนี้ขอลา.
      
                 ***  แก้วประเสริฐ. ***    
				
26 กันยายน 2549 10:07 น.

** อนาถนัก **

แก้วประเสริฐ


                อนาถนัก

     ฝนจะตกฟ้าร้องคนท้องลูก
ล้วนพันผูกสิ่งซึ้งรำพึงหา
ยามมีรักจักมองแล้วจ้องตา
แม้จะลาฝากถ้อยเพื่อร้อยใจ

     พอมีเมียละเหี่ยจนเพลียจิต
ยังใฝ่คิดติดหญิงเพื่ออิงไว้
อยู่หน้าผัวหยดย้อยมิถอยไป
พอห่างไกลไฮโซแล้วโผบิน

     ยามเสน่หาเดินหน้าข้าตามหลัง
เดินตัววางดั่งหงส์หรือทรงศีล
ทำแง่งอนฉะอ้อนจนร้อนจินต์
บ้างดีดดิ้นจินตนามองหารัก

     แรกผักต้มขมหวานสุดซ่านจิต
มาดแม้นผิดเป็นถูกเหมือนผูกหลัก
อยู่กับเหย้าเฝ้าเรือนสะเทือนนัก
วัวควายหักคอกหนียังมีอารมณ์

     นี่นะหรือคือรักคิดจักหลง
ยังงวยงงพร่ำเพ้อละเมอขม
ผันแปรเปลี่ยนเวียนดับสลับปม
เหลือสิ่งชมเพียงไว้แค่ในเงา

     รักกับชังพังผุประทุเชื้อ
ขาดสิ่งเอื้อเจือตรงดุจลงเขา
คิดก่อนทำน้ำหนักก็จักเบา
ควรคอยเฝ้าเอาไว้ใส่ใจปอง.

   ***  แก้วประเสริฐ. ***
				
23 กันยายน 2549 14:43 น.

** บุบผานารี **

แก้วประเสริฐ


               บุบผานารี

     หอมระรวยชวยกลิ่นโรยรินสี
เคล้ามาลีที่สรรค์ช่างหรรษา
รัดรึงลงตรงอุระดุจจักพา
ประทุมมางามวับประทับใจ

     ดั่งพฤกษามาลีซุ้มประทุมมาศ
ดารดาษสัตตบงกชจรดไสว
หลากสีสันอันวิจิตรยิ่งพิศวิไล
ช่อพฤกษ์ในระยับแวววับอนงค์

     ยามเพ่งพิศจิตกวัดยิ่งมัดซึ้ง
แลตลึงซึ่งเทวียามพลีระหงส์
นวยนาดวางกระจ่างทั้งเอวองค์
สวยดำรงตรงประดับเข้าจับฤดี

     ด้วยฤทธิ์อนงค์ทรงกฤดานุภาพ
ยากบำราบฉาบไว้ในโฉมศรี
หากเทพไท้เทวัญมาสรรค์ชีวี
ก็ยอมพลีเพื่อร่างนางอรทัย

     ดรุณียิ่งเผยเหมือนเย้ยฟ้า
มวลดาราบนนภาหาแจ่มใส
แม้แต่โสมโน้มแสงแฝงวิไล
ยังเอียงอายหนีลับกลับเมฆินทร์

     เพียงแค่ปองตรองอยู่เข้าสู่จิต
ยิ่งใฝ่คิดวิปริตช่างดีดดิ้น
หอมกลิ่นนางวางไว้ในกวิน
สุดถวิลจินตนาการพลันรัญจวน.

    ***  แก้วประเสริฐ. ***
				
18 กันยายน 2549 12:09 น.

** สิ้นเสน่หา **

แก้วประเสริฐ


               สิ้นเสน่หา

     ฟ้าบรรเจิดเลิศแสงทุกแห่งที่
กลั่นวจีวิปโยคเฝ้าโศกศัลย์
แม้นเรียงร้อยบทถ้อยสร้อยรำพัน
มาเสกสรรหันสร้างยังร้างไกล

     ยิ่งพินิจพิศดูปองสู่รัก
แสนช้ำนักหักลงที่ตรงไศล
มากีดกั้นบั่นสุขเป็นทุกข์ไป
โอ้ไฉนใจเราช่างเฝ้าตรม

     จะยิ้มสู้สิ่งเศร้าก็เหงาจิต
ยิ่งพินิจคิดปองต้องขื่นขม
ปมในรักหักไว้ทำให้ระทม
แสนระบมชมฟ้านัยน์ตาปรอย

     ดุจมีดคมหั่นเนื้อแล่เถือหนัง
เลือดรินหลั่งไหลรินมิสิ้นถอย
กลั่นอักษรเจือไว้ด้วยใจลอย
สิ่งที่คอยรอยช้ำสุดจำทน

     สารพัดจัดให้เพื่อได้ประจักษ์
สู้ทนนักหักลอยเหมือนคอยฝน
หวานเพียงลมขมขื่นมิชื่นกมล
เข้าแฝงปนชลนทีฉาบสีเจือ

     สิ้นเสน่หาพาใจสุดให้คิด
หนึ่งชีวิตผลิตไว้ช่างร้ายเหลือ
เปลี่ยวหัวใจไขว่คว้ายากหาเจือ
สุดเอื้อเฟื้อหนึ่งเดียวก็เหี่ยวใจ.

       ***  แก้วประเสริฐ. ***
				
15 กันยายน 2549 11:40 น.

** เดียวดาย **

แก้วประเสริฐ


        **  เดียวดาย  **

     สายลมแผ่วพลิ้วชื่นระรื่นล้วน
นกร้องชวนขับขานประสานเสียง
สำเนียงแว่วแจ้วหวานซาบซ่านเคียง
เคล้าโลมเรียงหฤหรรษ์ยากพรรณนา

     หวนรำพึงถึงนุชแสนสุดคิด
ฝากใจจิตคิดถึงรำพึงหา
ขอบฟ้าไศลกั้นไว้ยากได้มา
สะท้อนอุราพาไปสุดให้ครวญ

     แสนคำนึงถึงเสียงเฝ้าเรียงร้อย
หวานหยดย้อยถ้อยวจีไม่มีสรวล
ดุจนกน้อยคอยรักคล้ายจักชวน
เฝ้ารัญจวนหวนหายามคลาไคล

     มองขอบฟ้าคราใดสุดให้หวิว
ระริกพลิ้วปลิวกวัดจะมัดไฉน
สิ่งระรื่นชื่นจิตยามคิดไป
ถูกหวั่นไหวก่อนเก่าเข้าเฝ้าครอง

     เหลือสายลมบ่มไว้กับใจนึก
ที่ผลึกตรึกปลงแล้วบ่งสนอง
ดุจสายใยพันผูกกับหูกจำลอง
ส่งเข้าคล้องต้องคลายละลายลง

     สิ่งเหลือไว้ในพรั่นจนสั่นไหว
แต่ต้องคลายแล้วละจุดประสงค์
ปล่อยชีวิตคิดฝันเพียงหันตรง
หวังยืนยงเปล่าเปลี่ยวช่างเดียวดาย.

       ***  แก้วประเสริฐ. ***
				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟแก้วประเสริฐ
Lovings  แก้วประเสริฐ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟแก้วประเสริฐ
Lovings  แก้วประเสริฐ เลิฟ 0 คน
สวัสดีค่ะคุณลุง จำหนูได้ไหมเอ่ย