25 กันยายน 2550 15:12 น.

** เก็จแก้ว **

แก้วประเสริฐ


                **  เก็จแก้ว  **

     แสงระยิบเพริศพรายประกายแพร้ว
วนเวียนแจ้วสถิตห่วงล่วงเฉิดฉิน
ละอองย้อนต้องนุชผุดอาจิณ
ประเทืองถวิลเปล่งใสประกายยวง

     นพรัตน์สาดสว่างกลางเยาวเรศ
โลมไล้เนตรเจิดจ้าดาราสรวง
ปิ่นที่ปักแวววับกับพุ่มพวง
พลิกผันปวงนฤเบศดุจเก็จมณี

     ยิ่งตะวันคราพลบประสบใส
ลูบกระจายวนเวียนเปลี่ยนฉวี
สุดกลืนกล้ำฤทัยใคร่เทวี
ผันเปรมปรีดิ์ส่งสล้างกลางหทัย

     ภูษาน้อยระบัดยามพัดผ่าน
หอมตระการอบร่ำล้ำเปล่งใส
กลิ่นเย้ายวนชวนผนึกตรึกห้วงใน
เปล่งประกายฉายเนตรเฉดดารา

     นาถอนงค์เยื้องย่างสร้างระหงส์
พักตร์ส่งยิ้มประกายให้หรรษา
ยิ่งมธุรสพริ้มเปรยเฉลยวาจา
ล้วนเสน่หาคำคมภิรมย์เปรย

     ประพาฬแสงรวีศรีใสสด
เสมือนปลดหฤทัยจะใคร่เฉลย
ตะลึงแลปรางค์นางมิร้างเลย
แสนจะเย้ยเหล่าสตรีที่ลานตา

     เก็จปิ่นแก้วแวววับจับทรวงเนตร
เหล่านฤเบศจับจ้องแลมองหา
ปทุมมาศไหวสั่นหวั่นพระอุรา
เลียบเรียงมาเพื่อหวังสร้างภิรมย์

     พอแสงลับดับสุริยันพราก
ปิ่นแก้วจากนฤบาลพานขื่นขม
เกิดสำเนียงแซ่ซ้องหาระงม
สิ้นอารมณ์ดั่งตะวันพลันเลือน.

     ***  แก้วประเสริฐ.  ***
				
21 กันยายน 2550 18:07 น.

** อนิจจา **

แก้วประเสริฐ


         **  อนิจจา  **

     ฟ้าสีครามวิจิตรพิศเพียงแผ่ว
ขอบฟ้าแก้วเรืองรองผุดผ่องใส
ระวีส่องพิลาสสาดแสงไกล
ยังฝากไว้ซ่อนเด่นเร้นละลาน

     ปานประหนึ่งฤทัยที่ไร้รส
มัวจ่อจดฝากไว้คล้ายประสาน
งดงามสิ่งไหลหลงดงตระการ
ดังตำนานจินตนาแววพร่าลง

     ดุจเอนโอนพลิ้วไปคล้ายลมพัด
เหมือนเซซัดหมุนวนระคนผง
ฟุ้งกระจายลอยล่องละอองพง
ดวงใจคงแลลับยากกลับมา

     สิ่งอยากได้วิไลคล้ายแนบเงา
สร้างปวดร้าวโกรธามาผันหา
หวังในสิ่งอิงหวั่นจนพรั่นอุรา
ฤทธิ์เสน่หาฝากไว้ไกลฟ้าดิน

     ความอยากปองสรรค์หามาเศร้าจิต
จงใจคิดเปลี่ยนแปลงแฝงมิสิ้น
จนท้วมท้นปนจริตปลิดล่วงริน
คงขาดวิ่นจนทุกข์เข้าปลูกทรวง

     อันจิตเราเกิดมาประภัสสร
สิ่งยอกย้อนกิเลสเข้าเฝ้าห่วง
หลงรูปร่างสร้างไว้ในคำลวง
ปั่นเป็นยวงผูกมัดจัดสู่กรรม

     สิ่งไม่ดีที่ชั่วมัวหลงเพลิด
คิดว่าเลิศฝากไว้คล้ายแสนฉ่ำ
อันความดีกลับเกินจนเมินทำ
เมื่อตัวต่ำซ้ำทรวงล่วงสิ้นทาง

     เกิดเป็นคนยากแค้นแสนสาหัส
เปรียบเร่งรัดปองไว้มิได้ขวาง
สร้างสรรค์ทุกข์ก่อไว้มิได้วาง
หวังผูกสร้างลงไว้ในแนวเดิน

     อันความดีมากมายให้ผ่องแผ้ว
ลืมเสียแล้วกลับหวนล้วนสรรเสริญ
เพาะเม็ดโลภโกรธหลงจนเพลิดเพลิน
เที่ยวได้เผชิญสิ้นลงตรงอบายภูมิ

     แสนเสียดายพุทธธรรมนำลิขิต
ให้ใฝ่จิตพ้นทุกข์แสนสุขุม
พิจารณาดีร้ายให้รัดกุม
สิ่งร้อนรุ่มก็หายไปจากใจ

     จงค้นหาสาเหตุแนวแห่งทุกข์
แล้วเร่งปลุกขจัดสิ้นจินต์แจ่มใส
ละปล่อยวางให้ห่างจนร้างไกล
สร้างสมาธิศีลไว้ในปัญญา

     ว่าทุกอย่างล้วนเป็นอนิจจัง
เกิดทุกขังเปลี่ยนไปไม่หรรษา
จะเกิดดับกลายเป็นอนัตตา
สิ่งปรารถนามุ่งไว้ในทุกวัน

     ค่อยค่อยเป็นทำใจอย่าได้เร่ง
อย่าได้เพ่งปล่อยไปให้ประสาน
จนจิตรวมเป็นหนึ่งก็ถึงกาล
พิจารณาพลันเกิดดับเข้ากับกาย

     ว่าเปลี่ยนแปลงอย่างไรเมื่อได้เกิด
สิ่งประเสริฐควรดูอยู่สิ้นสลาย
เหตุไฉนมีคนแก่แม้เจ็บตาย
เป็นอย่างไรถึงลับดับฟ้าดิน

     ตายแล้วเกิดแล้วตายอาณาจักร
หมุนประจักษ์รอยเกวียนวนเวียนสิ้น
ขาวเป็นดำเหลืองแดงแฝงอาจินต์
เพราะราคินสิ่งหมายมิคลายครอง

     ดั่งอาทิตย์จันทร์ดาวเฝ้าลาโลก
ยังเปลี่ยนโยกคืนกลับมิลับสนอง
จะวนเวียนเหมือนกายในครรลอง
หากใฝ่ปองกิเลสเฉดเดียวกัน

     มีทางเดียวเท่านั้นที่ทันกิเลส
อริยสัจจ์สร้างเหตุมรรคสุขสันต์
รูปเวทนาสังขารสัญญาทัน
ไม่อาสัญเกิดใหม่ได้นิพพาน.

     ***   แก้วประเสริฐ.  ***
				
18 กันยายน 2550 13:25 น.

** ฤทัยหวั่น **

แก้วประเสริฐ


         **  ฤทัยหวั่น  **

     ยลสิริมวลโฉมโน้มประภา
เปรียบรัตนาเฉิดฉวีไม่มีสอง
พิสมัยไร้วาสนาเพื่อมาปอง
ผิวละอองประกายวิไลพรรณ

     ปานประหนึ่งเทวีวิมานสรวง
งามพุ่มพวงเยื้องย่างสร้างสิ่งสรรค์
เหมือนฟากฟ้าพสุธาพร่างอนันต์
ล้ำตระการเลิศลักษณ์พักตร์ตรึงตรา

     บุญหรือกรรมนำสร้างระหว่างพิศ
หรือลิขิตวางไว้ให้หรรษา
โอ้มาดแม้นอัมรินทร์ถิ่นเทวา
ยามทัศนาเบิ่งค้างระหว่างชม

     หรือสวรรค์กำหนดจรดสรรค์
พริ้มพักตร์พรรณวัฒนามาเสกสม
ล้วนเลิศลักษณ์อรชรอ่อนเอวกลม
สร้างภิรมย์เพลินพิศติดไฉไล

     งามเจ้าเอยสามโลกโยกไหวหวั่น
นวลผิวนั้นขาวผ่องละอองใส
ปานหิมะโปรยปรายเยือกหทัย
ยามแลไปวาบหวิวพลิ้วดวงมาลย์

     เกิดชาตินี้ห่างไกลยากได้พบ
มาบรรจบเคียงคู่บรรลุฝัน
จะเคล้าคลอสู่สวรรค์จนลืมวัน
ซึ้งตระการฝากไว้ให้ตรึกจำ

     ครั้นจะเข้าไปใกล้ใยเกรงขาม
กลัวจะหยามรูปลักษณ์แล้วจักขำ
ทั้งถ้อยเสียงเรียงร้อยสร้อยลำนำ
ชื่นหวานฉ่ำดวงฤดีมิมีปาน

    เพียงวจีกล่าวคำนำเพลงฝาก
ดุจกระชากใจน้อยพลอยผสาน
ถึงเรื่องราวเก่าก่อนตอนวันวาร
พลิ้วประสานสายลมจมปักทรวง

     เหมือนป่วงซึ้งตรึงไว้สู่ในอก
สู่ช้ำฟกลงแล้วแคล้วจากสรวง
สุดร้อยถ้อยปั่นลงตรงใยยวง
ผูกมัดห้วงแล้วพรากกระชากใจ

     โอ้ใครเล่ามีสิทธิคิดโลมสมร
เทพบังอรงามเพริศเลิศสดใส
คงเป็นบุญหนุนเกื้อเอื้ออำไพ
เฉิดไฉไลผวาตื่นฟื้นจากนอน.

        ***  แก้วประเสริฐ.  ***
				
16 กันยายน 2550 12:48 น.

** รัญจวน **

แก้วประเสริฐ


               **  รัญจวน  **

     น้ำค้างพร่างพรมหมอกระลอกคลื่น
ตะวันคืนขอบฟ้านภาใส
ระยับแววพร่าธาราวิไล
ลมพัดชายหาดทองส่องตระการ

     วิหคเหิรโฉบลงสิ่งตรงหมาย
น้ำกระจายพวยพุ่งรุ้งประสาน
หลากหลายสีละอองผ่องละลาน
เสียงขับขานนกป่าพนาพง

     หินหมู่น้อยกลางน้ำล้ำรายรอบ
วนเวียนขอบพริ้งพรายคล้ายระหง
เสียงรียกจากพฤกษามาดำรง
คล้ายอนงค์พร่ำวอนแว่วอ้อนมา

     ผกากลิ่นหอมย้อมใจให้เย้ายวน
ยิ่งปั่นป่วนหวนหาคราวาสนา
อกระทมบ่มทรวงล่วงโรยลา
เพียงวาจาน้อยนิดมิคิดเอ่ย

     ดุจสายธารกระฉอกระลอกหิน
ยังมิสิ้นถลามาโหมเฉลย
เสียงสนั่นฟุ้งฝอยมิลอยเลย
เสมือนเปรยเรียกร้องทำนองจินต์

     ต่อแต่นี้ใครเล่ามาเฝ้าเรียก
จะหวนเพรียกกลัวเขาเฝ้าติฉิน
เหลือผ้าน้อยผืนหนึ่งซึ้งชีวิน
คงแต่กลิ่นเจือจางสร้างภิรมย์

     วิหคน้อยเคียงคู่ดูเฉิดฉวี
สิ่งเปรมปรีดิ์กลับย้อนสะท้อนขม
เด่นโดดเดี่ยวเดียวดายคล้ายกังวล
แสนระทมเพียงแผ่วแถวทรวงใน

     มาดแม้นจากลับไปสู่ไกลหนอ
สิ่งพะนอยังหวนมิล้วนหาย
วิเวกผ่านทั้งปวงดวงฤทัย
แลรอบไปวังเวงเคว้งคว้างจอง

     ถิ่นแถวนี้เคยเคียงร่วมเรียงคู่
โอ้ยอดพธูแลลับมิกลับสนอง
เหลือเพียงสิ่งอิงไว้คล้ายละออง
สุดหมายปองคืนกลับนับห่างไป

     อกหนออกของเราเจ้าข้าเอ๋ย
ใยล่วงเลยป่านฉะนี้อยู่ที่ไหน
เหลือเสียงนกแลน้ำซัดเสาะไกล
เหตุไฉนทิ้งป่าเขาลำเนาพรรณ

     ทั้งดอกไม้ชายน้ำยังพร่ำหา
วันเวลาเคลื่อนลอยมิคล้อยหัน
สิ่งรอยเก่าเหลือไว้ให้ผูกพัน
สุดจะพรั่นกังวลระคนครวญ

     นี่หรือสิ่งที่ปองสนองอยู่
ชี้ชวนดูแมกไม้ไพรพฤกษ์สรวล
บัดนี้เล่าปล่อยเราเคล้ารัญจวน
ช่างโหยหวนฤดีมิเกษมสานต์

     ป่วนฤทัยครั้งนี้มีใครเล่า
จะคอยเฝ้าประโลมโน้มประสาน
เหลือแมกไม้ชายหาดน้ำสาดกัน
ความสุขนั้นอับเฉาเฝ้าโรยลา

     ต่อนี้ไปจารึกผนึกคิด
ฝากชีวิตกับผกามาหรรษา
ทิ้งอดีตลาลับไม่กลับมา
ทั้งน้ำตาเหือดหายละลายลง

     อีกสายน้ำพฤกษามาระรื่น
ให้แช่มชื่นในไว้สิ่งประสงค์
พลิกหัวใจคืนไว้ให้มั่นคง
ปลดเปลื้องปลงต่อสิ่งที่อิงเรา

     เลาะเลี้ยวลดเลียบเลียงเสียงซาบซ่าน
ชมตระการไม้ดอกเหมือนบอกเขลา
โง่งมงายในรักหักใจเอา
ปล่อยความเศร้าฝากไว้ในสายลม.

   ***   แก้วประเสริฐ.  ***
				
13 กันยายน 2550 14:35 น.

** ใฝ่ปอง **

แก้วประเสริฐ


            **  ใฝ่ปอง  **

     แม้นฟ้าหวนครวญถิ่นสิ้นพสุธา
พลิกเวลาผันเปลี่ยนวนเวียนถวิล
เดือนแลดาวพลอยคล้อยลอยอาจินต์
มวลพฤกษ์สิ้นสลายเมื่อคลายครอง

     แต่อีกหนึ่งกังวลระคนหวน
ผ่านสิ่งป่วนล้วนช้ำระกำสรวง
วิมานแก้วแวววับกลับจากทรวง
ล่องลอยล่วงเลือนลับไม่กลับคืน

     อจินไตยในฝันพลันร้องเรียก
กึ่งสำเหนียกความเก่าแต่เฝ้าฝืน
เจ็บเหลือเกินรอยแผลแปรยั่งยืน
เขาระรื่นแต่เราเฝ้าโศกครวญ

     บัดนี้กลับพลิกเปลี่ยนวนเวียนฝาก
ดุจจะลากสิ่งฝันพลันพลิกหวน
ให้ฟื้นกลับแนวเดิมเสริมรัญจวน
แปรสิ่งป่วนสิ้นสลายใคร่ผูกพัน

     อกหนอใจใยเล่าไม่จำเจ็บ
เขาแนมเหน็บเยาะเย้ยเคยทิ้งฝัน
จนหลงเพ้อละเมอทุกคืนวัน
พอเหตุการณ์ผันผวนล้วนอาลัย

     แม้ใฝ่ปองมีไว้สู่ในอดีต
แต่ก็ปลิดสิ่งสนุกจนสุขหาย
คราบน้ำตาฝากลงตรงทรวงใน
มิละลายสะสมปมของเรา

      แม้นเสียงเธอฝากไว้สู่ในวลี
ดวงฤดีอาลัยหฤทัยขม
ยากพลิกฟื้นคืนกลับมาเชยชม
ดุจสายลมพัดผ่านสั่นอาวรณ์

     เหลือเพียงฝันลอยล่องท่องระเหิด
งามพริ้งเพริศเลิศร้างดั่งสิงขร
ภูผากั้นฟากฟ้าเป็นคั่นตอน
มิอาจย้อนคืนกลับนับโรยลา.

      ***  แก้วประเสริฐ.  ***
				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟแก้วประเสริฐ
Lovings  แก้วประเสริฐ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟแก้วประเสริฐ
Lovings  แก้วประเสริฐ เลิฟ 0 คน
สวัสดีค่ะคุณลุง จำหนูได้ไหมเอ่ย