17 เมษายน 2544 12:22 น.

วินัยแบบไทยๆ

โคลอน

อาซิ้มคนหนึ่ง เดินข้ามถนนในช่วงเวลาพลุกพล่านใจกลางเมืองกรุงเทพฯราชธานีของประเทศไทย ตำรวจนายหนึ่งจึงรีบวิ่งเข้ามาคว้าตัวอาซิ้มนั้น พลางตะคอกว่า
"นี่อาซิ้ม ลื้อไม่รู้หรือว่าเขาห้ามข้ามถนนตรงนี้ จะข้ามต้องไปข้ามทางม้าลาย เขากำลังฝึกให้คนไทยมีวินัยข้ามถนนให้ถูกวิธี
"ก็อั๊วไม่รู้นี่!"
"รู้ไม่รู้ก็ต้องปรับ เขาประกาศกันล่วงหน้าแล้ว!"
"แล้วลื้อจะปรับอั๊วเท่าไหร่ล่ะ!"
หญิงชราถามขึ้นด้วยความอยากรู้
"ปรับลื้อ 50 บาทแล้วทีหลังอย่าทำอีกนะ!"
หญิงชราก้มหน้าอันยู่ยี่คิดอะไรอยู่ครู่หนึ่ง มือล้วงกระเป๋าหยิบธนบัตรใบละ 100   บาทขึ้นมาใบหนึ่ง ยื่นให้ตำรวจหนุ่มผู้นั้น พลางกล่าวว่า
"ลื้อเอาไป แล้วไม่ต้องทอนนะ เดี๋ยวอั๊วจะต้องเดินข้ามกลับมาอีกทีหนึ่ง!"?????				
6 เมษายน 2544 13:44 น.

ใครสำคัญกว่า

โคลอน

อาจารย์สอนหนังสือคนหนึ่ง ทะนงตนว่ามีความรู้สูง ชอบดูหมิ่นเหยียดหยามคนอื่น โดยเฉพาะคนที่หากินด้วยหยาดเหงื่อแรงกายว่าต่ำต้อย สู้ " คนมีความรู้" ไม่ได้ วันหนึ่ง ลูกศิษย์คนหนึ่งเชิญอาจารย์มากินโต๊ะที่บ้านโดยมีช่างปูน ช่างตัดเสื้อ และ ชาวนา ซึ่งเป็นสหายนั่งร่วมโต๊ะด้วย
ครั้นอาจารย์เห็นลูกศิษย์จัดโต๊ะให้กินร่วมกับ "คนโง่ๆ" เหล่านั้นก็ไม่พอใจ รู้สึกว่าตัวเสียเกียรติ แต่ไม่กล้าคัดค้าน เกรงจะเสียมารยาท จำต้องเชิดหน้าไว้นั่งลงลูบหนวดเคราไปมา
ในขณะกินโต๊ะ อาจารย์ผู้ต้องการแสดงค่าตัวของตนให้สูง ก็เริ่มคุยอวดสรรพคุณภูมิความรู้ไม่หยุดปาก จนเพื่อนร่วมโต๊ะรำคาญถามว่า
" ท่านอาจารย์ครับ ท่านมีความรู้ความสามรถด้านไหนครับ? " อาจารย์ผู้ทรนงเอามือลูบคลำหนวดเคราอย่างภาคภูมิใจพลางพูดขึ้นอย่างช้าๆว่า
" สรรพสิ่งหมื่นแสนในโลกล้วนต่ำต้อยทั้งสิ้น วิชาหนังสือเท่านั้นที่สูงสุดยอด "แล้วพูดเป็นกลอนขึ้นมาอย่างยโสว่า
" อันพู่กัน กระดาษ แท่นหมึกนี้     เป็นยอดดี เหนือสิ่ง ทั้งหลายสิ้น 
 เอ็งมีตา หามีแวว แว่วแต่กิน        อยากจะดิ้น หาอะไร ให้ว่ามา..."
ช่างปูนที่อยู่ใกล้ๆอดรนทนมิได้ จึงตอบโต้กลับทันควัน
" มีดขูดปูน ชุดนี้ สิดีนัก      สร้างอาคาร บ้านพัก เสียหนักหนา
หากอาจารย์ นั่งอ่านแต่ตำรา      โดนแดดกล้า น้ำค้างพรม จะพาลตาย"
ช่างตัดเสื้อแต่งกลอนเสริมไปว่า
" อันกรรไกร เข็มด้าย ชุดนี้หนอ      ทำเสื้อผ้า หุ้มห่อ ท่านทั้งหลาย
ไม่มีเรา เอาอะไร มาแต่งกาย       ต้องแก้ผ้า ไม่อาย บ้างหรือไง?"
ชาวนาก็ไม่ยอมแพ้แต่งกลอนสดเสริมไปอีกว่า
" อัน จอบเสียม ที่ถือ ในมือนี้    ข้าวสาลี แตงถั่ว จึงเกิดได้
ไม่มีข้า อาจารย์ จะกินอะไร    หรือชอบใจ กินดิน ก็เชิญเลย..."
เมื่ออาจารย์ผู้หน้าใหญ่ได้ฟัง ถึงกับหน้าแดงเป็นลูกพลับด้วยความละอาย กลืนข้าวไม่ลง ต้องวางตะเกียบ ลุกขึ้นลาเจ้าภาพ เดินคอตกหายลับไปในความมืด.......				
Calendar
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟโคลอน
http://www.thaipoem.com/บล็อก/ตามใจคนเขียน/7446 ปลองเข้าไปอ่านทู้ที่กุ้งหนามแดงตั้งไว้ดูนะ แมงกุ๊ดจี่บอกวิธีไว้อ่ะในเม้นท์
ปเอ๋ย สงสัยต้องสมัครใหม่แล้วล่ะ แต่สมาชิกใหม่เดี๋ยวนี้ต้องผ่านเฟสด้วยนะ งูๆปลาๆเหมือนกันอ่ะ ชคดีที่จดรหัสใส่สมุดไว้อ่ะ ล๊อกอินระบบเก่า แต่เวลาจะเม้นต้องใช้เมล์สมัครกับระบบ disquest กดที่ตัว D ด้านล่างกล่องเม้นท์ ไม่รู้จะอธิบายไงเหมือนกันอ่ะ ฝนก็คลำๆเอาเหม
ป้าๆ ป เอง ลืมรหัส เพิ่งหาเจอ บ้านกลอนทำใหม่ เล่นไม่เป็นง่ะ จะเม้นคนอื่นยังส่งไม่ได้เลย ฮี่ๆๆๆ
http://monkeyhouse.blog131.fc2.com/
http://psutawong.blog126.fc2.com/