ให้คะแนนกลอน

ฤา.....ฝันนั้นไร้ค่า

วิทย์ ศิริ

     ด้วยคาดหวัง  ภาพฝัน  อันวิจิตร
แลพินิจ  นิมิต  ใกล้ชิดกัน
ซุกอารมณ์  ซ่อนปม  กลอนคำฉันท์
ล้วนวาดฝัน  บรรเจิด  เพริศพราวเกล็ด
     อาจมีบ้าง  ร่างสำนวน  จิตผวนผัน
หลายคู่นั้น  อยู่คั่นกลาง  หว่างจริงเท็จ
อาจมีบ้าง  รักทักทาย  หมายสำเร็จ
ใจแน่วแน่  แววดุจเพชร  ผุดประกาย
      ฝันหนอฝัน  ทอดั่งเดิม  ยังเติมแต่ง
ใจเสริมแข่ง  แบ่งส่วนสัด  คัดลวดลาย
ใจหนอใจ  คลอแกว่งไกว  อ่อนไหวง่าย
คำคมคาย  คิดมิวาย  หายสงสัย
     ฤา.....ฝันนั้น  ไร้ค่า  ครายึดติด
โลกแห่งฝัน  ชวนคิด  สะกิดใคร
เพียงอย่าหลง  คงมั่น  ฝันไปไกล
เผื่อครึ่งใจ  เพื่อใฝ่  โลกแห่งธรรม

ตอบฉันทีนะ....ฉันควรจะทำอย่างไร

ลูกหว้า

ก่อนที่ความผูกพันจะหวั่นไหว
ก่อนที่เธอจะจากไปกับเขา
ก่อนที่จะถึงตอนอวสานเรื่องของเรา
บอกหน่อยได้หรือเปล่ารักของเราต้องทำอย่างไร
หากยังมีเวลาแม้น้อยนิด
ช่วยปะติดรอยขาดของรักได้
ตอบฉันทีนะ..ฉันควรจะทำอย่างไร
ที่จะใช้สิ่งไร้ค่าที่เรียกว่าหัวใจ
ร้อยรักของเราใหม่ให้มั่นคง

อยากบอกว่าคิดถึง

เชษฐภัทร วิสัยจร

อยากจะบอกนางฟ้าว่าคิดถึง
กลัวเธอไม่ทราบซึ้งถึงความหมาย
คนคิดถึงเธอมีมากลมปากชาย
คำง่ายง่ายคนธรรมดาพาพูดกัน

ผมแค่ชายธรรมดาหน้าซื่อซื่อ หวังเพียงคือเขียนร้อยกรองแทนของขวัญ กุหลาบขาวแทนความในใช้ยืนยัน ทุกคืนวันยิ่งรู้จักยิ่งรักเธอ

ไม่รัก หรือยังรัก

may

            อยากรู้ใจเธอ   มากกว่านี้ 
อยากรู้ความรู้สึก    ที่เธอมีให้ฉัน
อยากรู้ว่าเธอยังรัก ยังผูกพันธ์
หรือเธอหมดใจให้กันก็บอกมา
            ฉันไม่ชอบอาการชาเฉย
เหมือนคนที่ไม่เคยมีหัวใจ
จะยังรักไม่รัก ก็ขอให้บอกให้รู้ไว้
การไม่พูดอะไรเลย มันไม่เคยทำให้ใครสุขใจได้เลย

**หลับไม่ลง**

โกฏิดารา

----------หลับใหล----------------
หลับแต่ตาหากใจยังใฝ่ถึง
หัวใจร่ำคร่ำครวญหวนคะนึง
เฝ้ารำพึงถึงคนไกลไม่อาจเจอ
---------หลับใหล---------------
ปิดแต่ตาหากใจคิดเสมอ
ถึงจะหลับหลับไปใจละเมอ
ไม่เลิกเพ้อพร่ำเพรียกเรียกมิวาย
---------หลับใหล---------------
แม้นหลับไปในฝันไม่พลันหาย
ระลึกแต่คนเดียวอยู่เปลี่ยวดาย
แม้นห่างกายใจแอบแนบวิญญาณ์
--------หลับใหล-----------------
หลับไม่ไหวใฝ่คิดจนอุษา
เสียงไก่ขันตะวันแจ้งแสงสุริยา
รอจวบจันทร์แจ่มฟ้ามาพบกัน

มาทักทาย ให้หายคิดถึง

พะแนง


       เดินออกจาก   บ้านกลอน  ไปสอนเด็ก
งานเล็กเล็ก  รอคอยเรา  เอาใจใส่
เด็กน้อยน้อย  ค่อยเติบโต  เป็นคนไทย
ท่ามกลางถิ่น  พงไพร  ในชายแดน
     มีทั้งทุกข์   ทั้งภัย   ในถิ่นนี้
ยังไม่ลืม   ปราณรวี   ใจดีแสน
ทั้งแทนคุณแทนไท  และลุงแทน
อินสวนแดน-ไกล ไลบีเรีย
แม่จิตรวิจิตรวาทะลักษณ์
 โคลงวฤกทันสมัยไม่มีเสีย
กิตติเวทย์วิสกี้เลอฟองเบียร์
เพรงพเยียกิตติกานต์มารแมงมุม
กุ้งก้ามกรามเรไรรัสสตะ
กุ้งหนามแดงคีตากะนิติหนุ่ม
คอนพูทน  ทนอะไรรู้ไหมกุมภ์
ครูใหญ่ฯ ติดประชุมกะครูพิม
พี่ดอกแก้วใจดีไม่มีดุ
สดายุพิสดารงานนวลนิ่ม
ส่วนตราชูสำนวนชาญงานน่าชิม
เรียมเองอ่านอิ่มในอรรถองค์
อีกหลายคนวนเวียนเขียน_และอ่าน
ช่วยบรรสานกลอนไทยใจประสงค์
มิตรภาพซาบซึ้ง...ตรึงมั่นคง
ให้ใหลหลงบ้านกลอน... ไม่ถอนใจ
เดินกลับมาบ้านนี้ยังมีรัก
ใจประจักษ์แม้เพื่อนเวียนเปลี่ยนใหม่
ฮอดเพื่อนเก่า...อ่านกลอนเพื่อนใหม่ไป
อักษรยังซ่อนนัย...ใจบ้านกลอน
แวะมาทักทายตามธรรมเนียม (การนำชื่อเพื่อนมาใส่กลอนแบบนี้เห็นมานานละเนาะ) 
หลังจากหายไปนาน
ไปเจอรหัสผ่านชื่อนี้  เลยเข้ามาทักทายเสียหน่อย
( ที่นี่ยังอบอุ่นเหมือนเดิม)

นางแก้ว

สุนทรวิทย์

ฉันได้สิ่ง  ล้ำค่า  มหาศาล
   ฟ้าประทาน  ศุภางค์  นางอิตถี
ดวงสมร  ละมุน  กุลสตรี
ให้ฉันมี  ยอดพธู  คู่ชีวิต

             ชาติก่อนคง  สร้างกุศล  ผลบุญหนัก
เทพประจักษ์  จึงอุ้มสม  พรหมลิขิต
เสกนงคราญ  ประเสริฐ  เลิศสัมฤทธิ์
นฤมิต  นำพา  มาเกื้อกูล

             ดุจมณี  แวววาว  พราวคับโลก
ดับทุกข์โศก  สลาย  มลายสูญ
ดั่งโคมทอง  ส่องสว่าง  ทางจรูญ
ควรเทิดทูน  ยิ่งแล้ว  ดังแก้วตา

            ทรัพย์สมบัติ  ใดใด  ในพิภพ
รวมบรรจบ  ประดัง  ยังน้อยค่า
มิเทียมหนึ่ง  ส่วนล้าน  เปรียบกานดา
ภริยา  สุดรัก  สุดภักดี

            แม้โฉมงาม  โฉมเด่น  เห็นทั่วหล้า
ยังด้อยกว่า  วรางคณา  มารศรี
สิ้นตะวัน  สิ้นนภา  ธาษตรี
ไม่สิ้นความ  รักพี่  ที่มอบเธอ

ใจฉัน ใจเธอ

คนเขียนกลอน


ใจดวงนี้ของฉันมีแต่เธอ
ใจดวงนี้เป็นเธอเสมอไม่เปลี่ยนผัน
ใจดวงนี้มันคิดถึงเเธอทุกคืนวัน
ใจดวงนี้ของฉันอยากบอกว่ารักเธอ
ใจดวงนั้นของเธอคิดยังงัย
ใจดวงนั้นเปลี่ยนไปอยู่เสมอ
ใจดวงนั้นหายไปใจดวงนี้หาไม่เจอ
ใจดวงนั้นของเธอเป็นของใคร

หัวใจสีเหงา

cool-hearted


ถึงจะร้องไห้จนหมอนเปียก
ก็เรียกร้องความรักไม่ได้
ให้น้ำตาไหลมากเท่าไร
ก็ไม่สนใจใยดี
แล้วจะร้องทำไม
ปล่อยน้ำตาไหลอย่างนี้
น้ำตาจากหัวใจที่มี
หัวใจสีเหงาที่เศร้าใจ

ร้อยดวงใจไว้เคียงเรา

starringsound

                                                  
                                                ห่างไกลสักเพียงไหน
                                             สองดวงใจมิแปรผัน
                                             ดังเราใกล้ชิดกัน
                                             เหมือนวานวันที่แล้วมา
                                                ห่างไกลสักเพียงไหน
                                              ไม่มีใครหยุดตามหา
                                              รักเราเหนือกาลเวลา
                                              เหนือสัญญาคำใดใด
                                                  ห่างไกลสักเพียงไหน
                                               ห้วงแห่งรักคงสดใส
                                               ร้อยรักร้อยห่วงใย
                                               ร้อยดวงใจไว้เคียงเรา

ผู้สืบทอด

สุนทรวิทย์

ฉันทลักษณ์  อักขระ  วรรณศิลป์
งามกวิน  รินไหล  ได้ด้วยปราชญ์
ชาวกวี  ปรีชา  เปรื่องสามารถ
เปรียบทายาท  ชาติพจน์  ผู้จดจาร
ร้อยกรองผลิ  ปริราก  หลากแขนง
จากก้นแอ่ง  แห่งมโน  เจือโวหาร
ถือแบบแผน  แกนเพลา  แต่เก่ากาล
ครูอาจารย์  สานกฎ  กำหนดมา
ผู้สืบทอด  ถอดศาสตร์  อันผาดโผน
พึงอ่อนโยน  โชนงาน  ชาญภาษา
ฝึกพลิกแพลง  แผลงผิน  จินตนา
เสริมวิชา  อาวุธ  ดุจทุนรอน
บทนิพนธ์  ผลงาน   ตระการได้
เกิดจากใจ  ใฝ่รัก  ในอักษร
มุ่งทุ่มเท  เนรมิต  สิทธิกร
ให้สุนทร  อ่อนหวาม  ยามยลยิน
หมั่นกักก่อ  ต่อยอด  ตอดความรู้
คำวิญญู  ผู้ทักษะ  นำถวิล
เตือนกมล  ค้นคว้า  เป็นอาจิณ
จึ่งประพิณ  ลิ้นคม  สมกวี
บทกลอนสำนวนนี้ตีพิมพ์ในหนังสือ "คืนชีพกวี" ซึ่ง
ผมมีโอกาสได้เขียนสองสำนวนร่วมกับผู้รักกลอนอีก
กว่าร้อยท่านรวบรวมโดย ธุมางค์-สล่าผิน ครับ

เริงไฟ

ketana


     
สิ่งใดในพิภพล้วน           อนัตตา
มีรักในชีวา                     เมื่อนั้น
ความเศร้าโศกโศกา         มาเยี่ยม  มาเยือน            
รู้รสยากอดกลั้น              ไขว่าคว้า มาครอง
ชลนาร่วงไหล                 นองเนตร
แม้จิตซึ้งถึงเหตุ              ที่เศร้า
ถาถมทุกข์พูนเทวษ         ครวญคร่ำ
เหมือนอัคคีสุมรุมเร้า       รุ่มร้อน แผดเผา
เวลาเศร้าร่ำร้อง                วิงวอน
ใครจะมาช่วยถอน           พิษให้
หฤทัยแทบขาดรอน         วายวอด
จงรับสิ่งทำไว้                   ยากแท้  หนีมัน
ดูเหมือนว่าโหดร้าย           อย่าหวั่น
จงสุขุมอย่าหุนหัน             นั่นแล้ว
ใคร่ครวญครุ่นคิดกัน         ถ้วนถี่
สติบังเกิดเพริดแพร้ว          หมดสิ้น โศกา
อย่าระริกระรี้                       เป็นแมงเม่า
เห็นพระเพลิงระเริงเข้า          ออดอ้อน
วายวอดถูกแผดเผา              หมองหม่น
มิจับไฟให้รุ่มร้อน                คลาดแคล้ว  ช้ำตรม

สุข ๑๓

ศรีสมภพ

ศุกร์ 13 ..จะย้ำยุค   
สุขหรือทุกข์ รุกหรือรับ
เดาสุ่มซุ่มซ้อมสรรพ
เตรียมบุกบลั๊ฟ รับแถลง
ออกก้อยหรือออกหัว
ยังดูมั่วกลัวจะแจ้ง
หลากสีมีเหลืองแดง
ต่างคะแคงแยงหูฟัง
ว้าวุ่นลุ้นหวยศาล
ออกฝ่ายต้านสุดกั้นยั้ง
ออกหนุนวุ่นจะพัง
ออกกลางๆ จะฟังหรือ ?
ใช้ธรรมนำกฎหมาย
คงรับได้ไม่ยึดยื้อ
น้อมรับยอมนับถือ
แนวนั้นคือ.. มัชฌิมา !
ตึงไปสายคงขาด
ถ้าหย่อนจัดก็ขาคค่า
สายกลางอย่างพุทธา
แก้ปัญหาไม่ฆ่ากัน
สุขแท้แม้ต้องถอย
ดีไม่น้อยต่างถอยนั่น
ครึ่งทางหว่างพบกัน
ชนะนั้นปันสองฝ่าย
สุขใจไม่ขึ้งเคียด  
รักกว่าเกลียดเดียดฉันท์ไม่
ลืมแล้วหรือ ? เราคือไทย 
สืบเชื้อสายในบรรพ์บาง
ศุกร์ 13 ..ร่วมย้ำยุค
คู่สองสุขปลุกใจสร้าง
ยิ้มรับกับความต่าง
และปล่อยวาง..อย่างพุทธา !

My heart flutter

Silver Snitch

Oh, oh, oh, once again,
once again my lonely heart.
Sohard to make it being Arts,
why my heart is full of desires.
In regard up upon to the sky,
wondering if you can tell me why?
I need to understand my feeling,
deeply considering and analyzing.
I suddenly get distracted,
doing anything  to be attractive.
Please turn around and look at me,
want to be the one who you can see.
Seems like its doesn't work at all,
remine the day you make me fall.
Thinking about your beautiful eyes,
deep blue shining in to the sky.
Oh, oh, oh, once again
in regard the those beauty.
The unforgettable memories,
I guess you can't remember either.
That's why, that why, I do
I understand my love, that's you.
The thing I only dare can do,
to look at you from afar apart.
I never though from fall apart,
after this poor broken heart.
You are still in my life, in here,
next beside my dream, oh my dear.
Whenever I feel the emptiness,
thinking the touch of your caress.
Pulling me back to that moment,
the motion without

พอดี พอดี พอดี พอดี

บนข.

ยิ่งตึงยิ่งกระชับขยับยาก           ผ่อนตึงจึงหากขยับง่าย
ยิ่งหลวมยิ่งสวมลำบากกาย        ผ่อนหลวมสวมกายได้พอดี
ยิ่งใหญ่ยิ่งคับไม่พอตัว              โลกเล็กกว่าตัวไม่พอที่
เป็นนกน้อยสร้างรังแต่พอดี      ก็ย่อมมีสุขได้สบายครัน
ยิ่งสูงยิ่งเสียวด้วยลมบน            สายฝนลมฟ้าหุนหัน
โมโหโกรธาโลภาพัน                 ฟาดฟันล้มทับพสุธา
หากใฝ่สูงเกินไปให้ประจักษ์     อาจจมปลักตมหนองต้องผวา
จงอยู่ดีพอดีคุมชีวา                    ไร้ภัยมาเบียนเบียดเสนียดตน
ยิ่งต่ำยิ่งตกลงหุบเหว                 เป็นคนเลวคนชังช่างสับสน
มีแต่คนเยียบย่ำระยำตน          ให้หมองหม่นอุราพาทุกข์ใจ
ยี่งดียิ่งเด่นเป็นลำบาก              หลบลมปากผู้คนพ้นไฉน
จงทำดีอย่าให้เด่นจะเป็นภัย      อยู่ที่ไหนอย่าให้เด่นจะเป็นดี
ยิ่งรักยิ่งทุกข์ให้ช้ำชอก              เหมือนหนามยอกกลางใจให้ช้ำฝี
ริจะรักรักใครให้พอดี                จะไม่มีช้ำนักเมื่อรักลวง
ยิ่งโลภยิ่งหมายยิ่งไขว่คว้า         ดุจหมาคาบเนื้อห่วงหวง
กลัวเงาตนเองหลอกลวง            ปล่อยเนื้อหลุดร่วง..อดกินเอย...

เลิกพูด

คารามายด์

เลิกพูดเลยว่า  เรายังรักกัน
ในขณะที่เทอร์จะไปจากฉันตอนนี้
อย่าบอกเลยว่าเทอร์ไม่ได้เปลี่ยนไปคนดี
ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจตอนนี้ว่าไม่มีเยื่อใย
เพราะความรู้สึกข้างในของฉัน
จะไม่เปลืองถ้อนคำโง่ ๆ แบบนั้นเหมือนเทอร์พูดไว้
เมื่อไม่รัก  ก็อย่ามาทึกทักว่าแสนห่วงใย
ยอมรับว่าหมดรักแล้วจากไป
ก็เพียงพอให้หัวอกลูกผู้ชายไม่เจ็บนาน

คิดถึง

เฟรช

คำว่าคิดถึงของฉันมีให้เธอ
แล้วไม่เคยเผลอเอาไปให้ใคร
ส่วนเธอหละคิดถึงฉันบ้างไหม
ส่วนฉันนั้นห่วงใยเธอคนเดียว

ทะเลใจ..........2

พิราบสีขาว

( ปฐมบทนำทะเลใจ)  
          มหาสมุทธว่าลึกสุดหยั่งถึง            แต่ที่ซึ่งลึกกว่าคือทะเลใจ
เป็นที่ซึ่งวกเวียนมาวกเวียนไป            ไม่มีใครยากแท้ที่จะหยั่งถึง
กระแสน้ำช่างเชียวเป็นเกียววน            ช่างสับสนหมุนเวียนเปลี่ยนคะนึง 
พลาดพลั้งตกไปไม่อาจที่จะดึง           แต่ไม่จมถึงก้นบึ้งแห่งทะเลใจ
 
(บทสอง ไม่มีใครรู้ใจเราเท่าตัวเราเองหรอกนะ)
  
แม้ว่าใครมีรักสมัครสมาน                 มิเคยคราน  รักซึ้งเป็นไฉน
ขอจงรักแต่อย่าไปปักใจ           เพราะเกียวไหลทะเลใจมันเชี่ยววน                                                                          
เกิดเป็นคนควรคิดให้แยบยน            อย่าหลงกลคำหวาน แห่งวิญญูชน
เพราะความจริงที่ค้นคือใจตน           มิมีใครหนีพ้น ผลกรรมที่ทำมา          

รพีพัฒนศักดิ์

นัฐรัญ

๗ สิงหาของไทยยังรำลึก
ยังตรองตรึกถึงเจ้าชายผู้ทรงศาล
เป็นบิดากฏหมายไทยตลอดกาล
นานเท่านานยังนึกถึงพระองค์
องค์เจ้าจอมตลับพระชายา
กำเนิดหน่อพาราสมประสงค์
"รพีพัฒนศักดิ์" นรินทรวงศ์
พระบาททรงปลื้มหทัยใจสราญ
เมื่อพระองค์ชายสิบสี่เจริญวัย
ดำเนินไปยังอังกฤษสนาน
ทรงศึกษากฏหมายทุกสรรพ์สาร
จนสำเร็จการศึกษาเกียรตินิยม
เมื่อนิวัตินครอมรหล้า
ชาวอยุธยานั้นช่างขื่นขม
เมื่อทรงตระหนักชัดถึงความตรอมตรม
ทรงเป็นดั่งพรหมพินิจคดี
พระบิดาทรงเห็นพระปรีชา
จึงกรุณาโปรดเกล้าทรงกรมศรี
ให้เป็นกรมหมื่นราชบุรี
ดิเรกฤทธิ์ไพร่ฟ้านี้เปรมปรีดา
ต่อมาทรงเป็นเสนาบดี
กระทรวงยุติธรรมศรีไทยหนา
ได้จัดการสารระบบนานา
จนตุลาการศาลไทยจเริญแล
ณ ปารีสฟ้านี้มืดพยับ
พระโรควัณโรคจับพระกระแส
ทรงประชวรพระหทัยปรวนแปร
ข้างพระแกลพระชายากันแสงพลัน
๗ สิงหาพระบพิตรสดลจิต
กรมหลวงฯดิเรกฤทธิ์สู่สวรรค์
ไทนทั่วหล้าจึงยกมาสและวัน
อันสิ้นชีพพระองค์เป็นวันรพี
ระบบการศาลยุติธรรมนี้ได้ดีก็เพราะ
"พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์"

เมื่อฉันตัดใจ

ปลาน้อย...คอยรัก

เมื่อวันที่เราเริ่มผูกพันธ์
ฉันทำร้ายหญิงคนนั้นอย่างเต็มที่
แต่ตอนนี้กรรมตามทันฉันแล้วคนดี
ต้องตื่นมาเจอชีวิตที่ไม่มีเธอ
เมื่อวันนั้นฉันได้สัมผัสกับความอ้างว้าง
รู้สึกเคว้งคว้างทุกทีที่เผลอ
พอนึกถึงเรื่องเก่าเก่า เรื่องราวฉันกับเธอ
น้ำในตาพาลจะเอ่อ ออกมาทุกที
คำว่า"จบ"ที่ฉันบอกเธอวันนั้น
ใช่ว่าฉันจะเต็มใจหรอกคนดี
คำบอกลาหรือเหตุผลที่ฉันมี
ได้ได้ตรงกับตรงนี้ที่หัวใจ
แต่จงรู้ความจริงที่ฉันเป็น
ก็เห็นเห็นว่าเราไปกันไม่ได้
ยอมหลีกทางให้เธอพบคนใหม่
ไปพบคนที่"ใช่"สำหรับเธอ