ให้คะแนนกลอน

คำว่ารัก

เอเธนน่า

คำว่ารักใครๆก็พูดได้
อยู่ที่ใจเธอนั้นมีแค่ไหน
รักหลอก รักลวง รักทำไม
ทำร้ายใจกันเล่นๆไม่เห็นดี

****วันเกิดฉัน...คุณแม่นั้น แสนเจ็บปวด*****

อังโกะ จัง

8 มิ.ย.นั้นไม่ใช่ วันยิ่งใหญ่
สำหรับใครแต่ ยิ่งใหญ่ สำหรับฉัน
เป็นวันเกิด ถือ กำเนิด…..ออกจาก  ครรภ์ 
คุณแม่ฉัน ……นั้น แสน เจ็บแทบขาดใจ
อยู่ในครรภ์ มารดา…เกือบ 11 เดือน
แม่เสมือน………ใจ จะขาด ก็เปรียบได้
อุ้ม อุธร…….มีอีก 1ชีวี…….อยู่ในกาย
แม่ ทนได้……เพราะรักลูก…..สุดพรรณา
แปลกจริงหนอ………….ครรภ์ทั่วไป เค้าท้องกันแค่  เก้า เดือน
แต่ ครรภ์ แม่ นั้น……ไม่เหมือน ทั่วไปหนา
อุ้มครรภ์บุตร………………ได้เกือบ 11เดือน กว่า
ลูก จึง ได้……………….เกิดมา…มีชีวี
แม่เล่าว่า…………………เจ็บท้องเตือนได้ 5 คืน
แม่ ต้อง ฝืน………………ความเจ็บปวด ในครั้งนี้
เพื่อ ให้ นักเรียนแพทย์…ได้ ศึกษา กรณี
ของ แม่นี้……………เพื่อ เป็น วิทยาทาน
แม่ เจ็บท้อง………………….ตั้งแต่คืนวันอาทิตย์
แทบขาดจิตแต่ไม่คลอด…….น่าสงสาร
กว่าจะคลอด…วันพฤหัส…..แสนจะ ทรมาน
ตัวลูกนั้น………แสนสงสารแม่ สุดหัวใจ
มาวันนี้……………ได้เกิดมา…..มีชีวิต
ลูกขอทำแต่สุจริต……ไม่เฉไฉ
เป็น คนดี………………เพื่อให้แม่นั้น ได้ ชื่นใจ
ตอบแทนคุณ……แม่ไซร้………ที่ให้ลูกเกิดมา
แม่ถนอม กล่อมเกลี้ยง ………………เลี้ยงดูลูก
แม่พันผูก……………………ฟูมฟัก…ให้คำปรึกษา
แม่ อบรม สั่งสอน……………………..จริยา
ปรารถนา ให้ ลูกรัก……

หลวงพ่อโต...ช่วยด้วย!!!

กวี ซีม่า

บรรพที่ 1. ตำรวจมะเขือเทศ
เกิดมาเป็น แม่บ้าน นั้นปวดหัว
มีลูก-ผัว ค่อนข้าง ต่างนิสัย
รสนิยม ผิดแผก แตกกันไป
แม้แต่ทาน ผลไม้....ไม่เหมือนกัน
ผัวฉันเป็น ผู้กล้า...จ่าตำรวจ
เคยออกตรวจ ท้องที่ มิหวาดหวั่น
หลังลุยม๊อบ มีเส้น กระเด็นพลัน
วันทั้งวัน ใส่เกียร์ว่าง...นั่งท้อแท้
ผลไม้ ผัวของฉัน นั้นชอบนัก
ทานเป็นหลัก มากล้น จนเพื่อนแหย่
มอบตำแหน่ง สมญา จ่า...งอแง
เป็นไอ้แก่ มะเขือเทศ....ทุเรศจัง
บรรพที่ 2. ทหารสับปะรด
ลูกคนโต เป็นทหาร สัญญาบัตร
เกียรติประวัติ ดีเด่น เป็นความหวัง
ครอบครัวเรา เลื่องลือ ชื่อโด่งดัง
เพราะพลัง ลูกชาย นายคนนี้
ผลไม้ เขาชอบรับ สับปะรด
ทานจนหมด  ไม่เหลือซาก เป็นสักขี
หลังลุยม๊อบ ไพร่ฟ้า ประชาชี
กลายเป็นผี ดิบเดือด ดูดเลือดคน
บรรพที่ 3. ทหารแตงโม
ส่วนคนเล็ก เป็นทหาร ชั้นผู้น้อย
งานหลักปราบ ม๊อบถ่อย ให้ถอยร่น
แต่ลูกฉัน ไม่เข่นฆ่า ประชาชน
กลับกมล ช่วยชาวบ้าน อย่างชาญชัย
ผลไม้ เขาชอบนัก ทานอักโข
คือแตงโม หวานล้ำ ฉ่ำสดใส
เพื่อนประณาม หยามหมิ่น สิ้นเยื่อใย
เป็นทหาร ชั้นไพร่....อ้ายแตงโม
จัดเมนู ผลไม้ ใจผวา
ลูก-ผัวกวน อุรา น่าโมโห
ไม่ถูกใจ ก็หน้าเบ้...ทำเฉโก
หลวงพ่อโต ช่วยบ้าน

พรุ่งนี้

เจ้าหญิงตัวเล็ก

 พรุ่งนี้...ของเรา
                                คงเงียบเหงาเมื่อมันไม่มีใคร
                             ท้องฟ้าที่เคยสดใส
                             คงหม่นใจกับคำร่ำลา
                                     ประตูที่มีกลอนคงช่วยสอน
                              ให้ล็อกหัวใจไว้ให้แน่นหนา
                              แสงแดดที่แสนแสบตา
                              คงมีวันอำลาฟ้ากว้างแสนไกล
                                    ดอกหญ้าที่เคยแห้ง 
                              ยังมีวันเคยแล้งฝนได้
                              แล้วนับประสาอะไร
                              ที่ชั้นคนนี้จะไม่มีเทอเลย    
             

..วันนี้ก็เหมือนเดิม((ขออนุญาติเล่า+บ่นให้ฟัง))

**พาฝัน**

...วันนี้..ก็เหมือน16วันที่ผ่านมา
เธอยังไม่โทร.หา...คนใจล้ารอเสมอ
อยู่กับการกระทำเดิม-เดิม...คือรอเธอ
แม้ฉันจะรอเก้อ...แต่เพื่อเธอยังไงก็จะรอ
...วันนี้..ก็ไม่มีอะไรมากมาย
รอคนใจร้าย..กลับมาสานสัมพันธ์ต่อ
คุณเบื่อรึยังคะ??..ที่กลอนของฉันมีแต่คำว่ารอ
ถ้าคุณเป็นฉัน..จะร้องอ๋อ..ว่าทำไมต้องเขียนกลอนรอตั้ง 16 วัน
...ไม่รู้นะ..ว่าเขียนรอไปแล้วกี่บท
เขียนไปเผื่อมันจะลด..เวลารอที่อ่อนล้าของฉัน
ยุ่งอยู่กับโทรศัพท์พกมันติดตัวแทบทั้งวัน
ถ้าเป็นไปได้ฉัน..จะไม่วางมันลงเลย
...วันนี้ก็ไม่รู้จะเขียนอะไรดี
เวลาอย่างนี้..ฉันก็เขียนรอไปเฉย-เฉย
แค่อยากมาทักทาย..บนหน้าจอคอมฯที่คุ้นเคย
ตอนนี้เหงาจังเลย..อย่าเฉยเมย..คุยกับฉันที
...แล้วคุณเคยเป็นอย่างฉันมั๊ยคะ..
เหงาใช่มั๊ยล่ะ??..กับการรอไร้ที่จุดหมายอย่างนี้
ที่ต้องการก็แค่กำลังใจ ดี-ดี
ไม่รู้ว่าคุณจะมี..ให้กับฉันคนนี้บ้างได้ไหม ?
...ตอนนี้ขอจบก่อนแล้วกัน
ไว้ว่าง-ว่างฉันจะมาที่ตรงนี้ใหม่
ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้...ฉันดีใจ
ขออภัย..หากขัดใจ..รำคาญตา...

ไททานิค...เรือที่ไม่มีวันจม

~* P e A S o *~

ความรักของฉันเหมือนเรือไททานิก
อาจมีพลิกมีคว่ำและจมหาย
ในท่ามกลางความเหง่าเปล่าเปลี่ยวและเดี๋ยวดาย
ไม่มีใครมาแยแสและสนใจ
วันที่ 14 เมษา วันที่ไททานิคจม
ฉันขื่นขมระทมเพราะรักร้าว
มันอาจเป็นค่ำคืนสุดท้านที่ได้เห็นแสงดาว
ตัวฉันเล่าก็เปล่าเปลี่ยวโดดเดี่ยวกาย
เขาบอกกับฉันว่าฉันดีเกินไป
ฉันบอกว่าเรายังไม่สายที่จะกลับมารักกันใหม่
ในค่ำคืนใต้แสงจันทร์แม้มันจะสวยเพียงไร
แต่ในใจฉันนั้นเสร้าทุขระทม
มันอาจจะสายที่จะเรื่มต้นใหม่
เพราะต้องหลีกใจให้คนใหม่ของเขา
ในค่ำคืนนั้นมีเพียงเขาและเรา
ตัวเขาเสร้า..ฉันก็เหงา..มีดาวเป็นเพื่อน..ไททานิคคอยย้ำเตือนในหัวใจ

ดวงดาวฤาจะเท่าดวงใจ

บพิตร

เคยวาดฝันจะไขว่คว้าหาดวงดาว
จากกลางหาวมาเก็บไว้ให้เธอฉัน
ได้เชยชมสดชื่นทุกคืนวัน
แม้หลับฝันตื่นตาพาชื่นทรวง
คำสัญญาแห่งรักประจักษ์จิต
เกินนิมิตใดใดในแดนสรวง
สุดสว่างกระจ่างใสใจสองดวง
แสนโชติช่วงแสงแห่งรักสลักจินต์
เราร่วมทางตามฝันอันเคยใฝ่
คอยห่วงใยสองเราเฝ้าถวิล
จะเก็บดาวจากฟ้ามาสู่ดิน
มิเคยสิ้นความหวังยังเรืองรอง
เป็นแรงใจให้กันสู่ฟันฝ่า
ยามอ่อนล้าเปลี่ยวเหงาเราทั้งสอง
ยามเหนื่อยหนักโลมเล้าเข้าประคอง
สายตาจ้องปลอบขวัญคลายหวั่นกลัว
มองดวงดาวเคยตั้งใจจะไขว่คว้า
แม้เจิดจ้ายามเมฆบังยังสลัว
แต่สองเรายามใกล้ไม่มืดมัว
งามยิ่งกว่าดาวดวงใดในจักรวาล
เหล่าดาราส่องสว่างในกลางหาว
จะพร่างพราวงามล้ำเกินคำขาน
ฤาจักเทียบรักเราสองส่องตระการ
ที่แผ่ซ่านชุ่มดวงจิตนิจนิรันดร์.

ปลง

จิรัฐิติกาล

เพียงอารมณ์ชั่วหวู้บ       ทายทัก
ให้ประจักษ์ถึงหลัก         ถ่องแท้
ต้องการ,อิจฉานัก          จึงทุกข์   หนักเฮย
จงรวบรวมสติแม้           มิได้ดังปอง
เขามีเรานั้นไป่               มีไม่
น้อย-มากจะเป็นไร         ปกติแล้ว
รูปสมบัติทรัพย์ไซร้        ของนอก  กายแฮ
บางสิ่งต้องมีแคล้ว-          คลาดบ้างธรรมดา
ใช่เขาเราทั้งหมด           สมบูรณ์แบบ
มีที่เสีย-ดีแทบ                ทุกถ้วน
อนิจจังติดแนบ               ชีวิต
สรรพทรัพย์ชีพล้วน        ดับสิ้นทุกราย
เกียรติยศเสียเสื่อมได้     เงินตรา
ลาภสรรเสริญนินทา         เพื่อนพ้อง
จักสูญห่างหายซา              บ ยั่ง ยืนเฮย
คงแต่ปัญญาข้อง               เกี่ยวได้ติดตัว
รวมพลังกล้ามั่น                บ่ หนีแหนง
ฟันฝ่าเลือดฉานแดง         ต่อสู้
มีวันสุขด้วยแรง                สมสั่ง ทำนา
ค่าไม่ด้อยด้วยความรู้        เป็นหยิ้งเหนือใด
เพียงอารมณ์ชั่วหวู้บ      ลอยลับ แล้วเอย
ด้วยประจักษ์คณานับ      ทราบข้า
ว่าเหนือกว่ามีทรัพย์        ไร้คิด ความนา
จักตระการแกล้วกล้า      อย่างหน้าภาคภูมิ

ยาวิเศษ

ผู้หญิงไร้เงา

ไม่สบาย  นิดหน่อย  ไม่บ่อยนัก
อย่ากังวล  เลยที่รัก  กะตัวฉัน
แค่นิดหน่อย  เท่านั้นเอง  ในทุกวัน
กับอาการ หนาวสั่น  ที่ฉันเป็น
รับประกัน  อีกไม่นาน  ฉันก็หาย
วิ่งและเล่น ได้สบาย อย่างที่เห็น
เพียงแต่ว่า  ตอนนี้  ที่ฉันเป็น
มีอาการ  ให้เห็น  เช่นว่าไอ
ซึ่งไม่มาก  นักหรอก  บอกให้รู้
แต่สิ่งหนึ่ง  ที่เป็นอยู่  รู้บ้างไหม
ไม่เคยชอบ เลยสักนิด ในจิตใจ
ยาแก้ไอ  ยาแก้ไข้  ไม่ชอบทาน
เพราะมันเหมือน  เป็นดั่ง  เช่นยาพิษ
ไม่เคยเทียบ  ได้สักนิด  ขนมหวาน
แล้วบังคับ  ฉันทำไม  ให้ฉันทาน
ไม่เอานะ  ขอบอกผ่าน  ไม่ทานยา
เจ็บแค่ไหน  รู้ไหม  ฉันหายได้
หากเธออยู่  ข้างกาย    ให้ห่วงหา
เหมือนดั่งว่า  เธอนั้น เปรียบเป็นยา
ที่วิเศษ  ยิ่งกว่า  ยาใดใด

คิดถึงดาว

ทิพย์โนราห์ พันดาว

คิดถึงดาวพราวแสงแรงใจฉัน
เพียงผูกพันดาวจ๋าอย่าหวั่นไหว
ด้วยอัดอั้นปั่นป่วนรัญจวนใจ
มิเห็นใครที่คิดถึงซึ้งเหมือนดาว
ยามดาวสุขดินก็สุขไร้ทุกข์ผ่าน
ยามร้าวรานดินอาวรณ์นอนใจหนาว
ยามดาวเจ็บดินปวดเหน็บเจ็บเหมือนดาว
ยามแหลกร้าวดินอาวรณ์เฝ้าถอนใจ
ถึงวันหน้าดาวร่วงจากทรวงฟ้า
แสงอัปราก็จะยอมถนอมไว้
ขอคำมั่นสัญญารักษาใจ
เพียงอยากให้ดาวซึ้งคิดถึงดิน
                                ทิพย์โนราก์  พันดาว

::ไม่มีใครแต่ฉันยังมีเธอ::

นางสาวใบไม้


ขอให้ฉันได้ซุกกายในอ้อมแขนอุ่นที่คุ้นเคยจะได้ไหม
ขอให้ฉันได้พักหัวใจในวันที่ความรักสิ้นสลาย
ขอมืออุ่นอุ่นคู่เดิมมาซับน้ำตาที่พร่าพราย
ขอเธอเป็นคนสุดท้ายในวันที่เดียวดาย....ไม่เหลือใคร
แม้วันนี้เธออยู่ห่างไกลแสนไกล..เหลือเกิน
แต่ฉันรู้เธอจะไม่มีวันหมางเมิน..ไม่มีวันผลักไส
และฉันก็รู้ว่า..มากมายแค่ไหนในความห่วงใย
เธอคือความอบอุ่นของหัวใจที่ทำให้ความปวดปร่าค่อยบรรเทา
ฉันก็รู้ดีแม้ต่อจากวันนี้ไม่มีใคร...แม้เพียงสักคน
วันคืนต่อแต่นี้อาจเหลือเพียงความสับสนและเงียบเหงา
จะอีกยาวนานแค่ไหนกว่าความปวดร้าวจะบางเบา
อีกสักกี่ลมหายใจที่ว่างเปล่า...แต่ไม่เคยร้างเงาของเธอ
ฉันจะเข้มแข็ง..อย่างที่เคยรับปากไว้
จะเป็นน้องสาวที่ไม่ขี้แยของพี่ชาย...ฉันยังจำได้เสมอ
แม้มีน้ำตา..ก็จะยิ้มรับกับความรวดร้าวที่พบเจอ
เพราะวันนี้ยังมีเธอ...ฉันจึงยืนหยัดอยู่ได้ด้วยแรงใจ

โปรดกลับมาหา..เชษฐายังรอ

หยก ศิลามณี


พระอุระต้องหักเมื่อรักจาก
โลหิตพรากจากหทัยใครทำหนอ
น้ำพระเนตรรินไหลไม่รีรอ
พระโอษฐ์พ้อว่ารักมากจากทำไม
เห็นพระพักตร์เธอยามใดใจขมขื่น
เราต้องฝืนแย้มพระโอษฐ์คนถามไถ่
ต้องทนฝืนคืนบรรทมตรอมตรมใจ
พระหทัยคิดถึงซึ่งวันวาน
พระปฏิสันฐานยังตราตรึง
ยังลึกซึ้งถึงหทัยไม่ห่างหัน
เสียงหวานแหว๋วแว่วเข้ามาในพระกรรณ
เธอยามนั้นหันพระปรางมาให้ชม
ริมพระโอษฐ์พริ้งพราวเราจำได้
พระฉวีเฉิดฉายไม่มีสม
พระมัชฌิมายาวเรียวรื่นน่าชื่นชม
พระจักษุค๊มคมไม่เลือนลาง
พระเศียรพี่หนุนที่พระเพลาน้อง
พระหัตถ์สองคล้องเคลียอยู่ข้างข้าง
พระขนาหยิกพระตจะร้องครวญคราง
เพื่อแม่นางคนนี้พี่ยอมทน
เจ็บแค่ไหนทุกข์เท่าไหร่พี่ไม่ท้อ
น้ำพระเนตรคลอเสโทไหลพี่ไม่สน
ปับผาสะจะแหกแตกร้อนรน
พี่ยอมทนคนเดียวเพื่อแม่นาง
คิดถึงทุกอัสสาสะปัสสาสะ
ทุกขณะคิดถึงไม่เคยห่าง
คงประชวรพระวาโยหากขาดนาง
ซูบพระองค์จนบอบบางเสวยไม่ลง
ทรงกรรแสงจนพระเนตรนั้นโศถะ
เมื่อทรงพระสุบินถวิลหลง
ดูพระฉายาลักษณ์เธออย่างงวยงง
วอนน้องจงกลับมาหาเชษฐารอ

เริ่มใหม่

ponpon

ปลูกต้นรักสองต้น..คนละกระถาง   
ก้อต้องห่างกันไป..ไกลนักหนา  
เริ่มปลูกใหม่ให้แนบ..แอบอุรา
ยามผลิดอก..ออกมา..จะชื่นใจ   
ทางข้างหน้ายังอีกไกล..ในวัยนี้   
จะต้องมีสักวัน..อันสดใส
หาให้เจอ..คนรักแท้..ที่แน่ใจ   
เริ่มต้นใหม่..อย่างจริงใจ..ใครสักคน./ponpon.

มีสิทธิ์ฝัน..กันทุกคน

พี่ดอกแก้ว

คนที่มีชีวิต...มีสิทธิ์ฝัน 
มีสิทธิ์มั่นหมายปองครองความหวัง 
มีสิทธิ์สร้างโลกส่วนตัวเป็นรั้ววัง 
มีสิทธิ์หลั่งน้ำตาคราช้ำใจ 
ไม่ผิดเลยที่ฝันไกลไปถึงฟ้า 
ฝันเป็นดวงดาราสว่างไสว 
ไม่ผิดเลยที่ฝันปองครองหทัย 
เป็นเจ้าของดวงใจใครสักคน 
เพียงต้องรู้อยู่ที่ฝันนั้นสูงค่า 
ต้องมุ่งมั่นฟันฝ่าไปหาผล 
ต้องใช้แรงมากมายจากกายตน 
ต้องใช้ใจอดทนเพื่อผลงาน 
ยิ่งฝันไกลเส้นทางไปยิ่งทอดยาว 
ความปวดร้าวยิ่งเกลื่อนกล่นลนเผาผลาญ 
อุปสรรคกีดขวางทางกันดาร 
ที่ต้องผ่านสู่เส้นชัยที่หมายปอง 
เมื่อทุกข์สุมรุมเร้าเข้าประชิด 
ต้องหมั่นคิดใคร่ครวญทวนสนอง 
จะยอมพ่ายหรือจะหมายไปครอบครอง 
ความฝันที่ใฝ่ปองมาทุกยาม 
ทางยิ่งไกลใจยิ่งด้อยคอยลมแล้ง 
หวังให้พัดปัดแรงแซงขวากหนาม 
เปลี่ยนได้ไหม....ทางที่ไกลไม่งดงาม 
มาเพิ่มฝันแต้มตามระหว่างทาง 
ฝันยิ่งใหญ่ยังฝันไว้ให้สูงเด่น 
เส้นทางไปที่แลเห็นว่าอ้างว้าง 
กำหนดโค้งกำหนดเลี้ยวที่เปลี่ยวราง 
ปักธงชัยระหว่างโค้งที่ไป 
เก็บธงชัยขั้นต้นที่ค้นพบ 
รู้สำเร็จที่ประสบระยะใกล้ 
เป็นพลังให้มีก้าวต่อต่อไป 
เพราะหัวใจไม่พ่ายแพ้แก่เส้นทาง

แฟนฉัน

แตงเม

แฟนฉันเป็นแฟนฉัน
                  ไม่เคยหันมองคนไหน
                  เขารักฉันมากกว่าใคร
                  ให้แลกอะไรก็ไม่ยอม

ใจเจ้าหางนกยูงฝรั่ง

มัณตรสิกา

ลำต้นเอ๋ย  สลัดใบ ชูช่อดอกส้มสดใส
ตระหง่านอยู่ท่ามกลางพฤกษ์ไพร
ระริกไหว พริ้วแกว่งไกวเมื่อต้องลม
แสงแดดแซมสาดส่อง เลื่อมสีทองระยับไหว
ลมแรงแกล้งโหมกระหน่ำใส่
หางนกยูงฝรั่ง หรือจักยอมโอนอ่อนผ่อนใคร
หักลงจะเป็นไร มิคร้ามต้านแรง
ลำต้นยังยืนนิ่ง  มีเพียงกิ่งที่สั่นไหว
ดอกสีสด บ้างลาล่วงไป
กลาดเกลื่อนพื้นไพร สง่าใสหมองไปชั่วคืนเดียว
พื้นดินที่เปียกชุ่ม  เต็มไปด้วยน้ำค้างแซมหญ้าเขียว
อีกทั้งซากใบแห้งเหี่ยว กราวเกลื่อนกราดดาดโคนต้น
ปลิดปลิวดอกช้ำร่วงหล่นระคนปน
ผ่านพ้นได้ฝักกร่าง ไม่นานจะร้างลงสู่ดิน
คืนวันผันผ่าน  มืดแล้วสว่างอยู่เป็นอาจิณ
วนเวียนผิลใบ ดอก ฝัก ใหม่ซ้ำไม่สิ้น
ตราบเท่าชีวินพฤกษาไม่สิ้นไร้เรี่ยวแรงบทกลอนไทย

เจ็บมาก

ผู้หญิงมือสอง

เจ็บมากใช่มั้ยหัวใจจ๋า
เจ็บจนน้ำตาไม่หยุดไหล
เจ็บเมื่อเธอยังมีใคร
เจ็บที่ฉันไม่อาจ..รักเธอ
จบแล้วคำว่ารัก
จบแล้วคำว่าเรา
จบแล้วจนต้องเศร้า
จบด้วยรักร้าวเหมือนเคย
รู้ว่าเธอยังรอเขา
รู้ว่าเรารักกันไม่ได้
รู้ว่าเธอแค่เผลอใจ
ไม่เป็นไร  .. ไม่เป็นไร แค่อยากร้องไห้เท่านั้นเอง ฮือ ๆ 
ก็ไม่เป็นไรจริง ๆ แค่เจ็บนิดนิด นะเดี่ยวก็หาย

** นี่คือ...เหงา **

น้ำตาอาบแก้ม


พริ้วพริ้วทิวไม้ไกวสะบัด
สายลมพัดพะแผ่วแว่วไหวไหว
บรรยากาศอึมครึมครึ้มทั่วไป
เสียงหวีดใสวู่วู่ใบลู่ลม
ไร้เสียงนกผกผินบินยามค่ำ
คงกลับรังพร่ำพรอดอยู่คู่สุขสม
เหลือแต่เราลำพังอยู่ไร้คู่ชม
ต้องนั่งจมบ่มความเศร้าเหงาผู้เดียว

หลอน.... ขอที

พงษ์ศักดิ์ สิงห์ขจร

     ภาพเก่าเก่า บางครั้ง ตามหลอกหลอน
ในบางตอน ที่ดี น่าสมหวัง
แต่ตอนนี้ ความรัก มลายพัง
แต่ก็ยัง หลอกหลอน ทุกคืนวัน
      อยากจะลืม ลืมลืม ความพ่ายแพ้
ชอบตอแย ตอกย้ำ เป็นอาสัญ
อยากจะพอ รักเก่า อยากแบ่งปัน
อยากสุขสันต์ รักใหม่ ขอฉันที

บาดแผลในใจ

นกไร้รัง

อันแผลกาย  ง่ายนัก  เมื่อรักษา
หมั่นทายา  เช้าเย็น  ก็เห็นผล
อีกแผลหนึ่งล้ำ  จำต้องทน 
ในกมล  เกินแก้  คือแผลใจ