ให้คะแนนกลอน

สำหรับ ..** เพื่อน ** คนดีเสมอมา

กระดาษกาว

** เพื่อน ** มีความหมายมากแค่ไหน
เราสองคนต่างก็ใช้ใจช่วยค้นหา
รับรู้  ซาบซึ้ง ในทุกส่วนของกายา
ได้แต่ภาวนาให้เป็นเพื่อนกันต่อไป
ต้องจากกันแล้วนะ ** ยัยตัวแสบ **
อย่าเพิ่งไปแอบร้องห่มร้องไห้ซะที่ไหน
รู้ไว้ว่าจากกันแค่กายแต่ไม่จากใจ
เราสองคนจะเป็นเพื่อนกันตลอดไปใช่มั้ยเธอ
ทุกวันต้องมีเสียงฉันและเธอคอยทะเลาะ
ผ่านไปสักพักก็ตามเกาะกันแน่นอยู่เสมอ
แต่อีกไม่นานคงไม่มีภาพนั้นให้พบเจอ
ไม่ใช่ไม่เสียใจนะเธอ ..แต่ความจำเป็นมันพาไป
เราสองคนต่างก็รู้
แม้ว่าจะดูสนิทกันมากสักแค่ไหน
แต่ก็ต้องยอมให้ทุกสิ่งทุกอย่างมันเป็นไป
ไม่ใช่ตามกฎของหัวใจ ..แต่เป็นกฎของฟ้าดิน
เธอไม่ได้เป็นแค่เพียงเพื่อนแท้
แต่เธอยังเป็นเหมือนแม่  เหมือนพี่สาวที่บ้าบิ่น
ทุกครั้งจะมีเสียงปลอบโยนของเพื่อนคนนี้ให้ได้ยิน
รับฟังเป็นอาจิณในยามที่มองไม่เห็นใคร
ควรจะขอบคุณสินะ ..การจากลา
ที่ทำให้รู้ว่าเวลามีค่าแค่ไหน
ทำให้รู้ว่ามิตรภาพของเรายิ่งใหญ่เพียงใด
แม้น้ำตาจะเอ่อล้นใจ … แต่ก็ต้องจากกันอยู่ดี
รักนะ ..** ยัยจอมแสบ **
อย่าไปแอบมีเรื่องกับใครล่ะทีนี้
ไม่มีฉันอยู่ห้ามแล้วนะ พี่สาวจอมอวดดี ..
เตือนไว้ก่อน  เพราะไม่รู้อีกกี่ปีจะได้เจอเธอ ….

รอใครสักคน

ตราใจ


อยากจะมีใครสักคนที่ชิดใกล้
ให้อุ่นไออบเย็นให้สั่นหาย
ให้ความรักมั่นคงมิเสื่อมคลาย
พร้อมมอบกายแลใจให้นิรันดร์
หากวันนี้มีคนนั้นหันใจคิด
รักสักนิดชิดมิคลายคงสุขสันต์
ไม่เหินห่างร้างไกลอยู่ร่วมกัน
ช่วยให้ฝันคู่สร้างทางภิรมย์
คนคนหนึ่งที่มีรักและเข้าใจ
ไม่หวั่นไหวกลอกกลิ้งให้ขื่นขม
มิเห็นหญิงเพียงหลอกทิ้งให้ตรม
ฉันคงล้มหากเจอคนหลอกลวง
รอแล้วรอให้รักที่ภักดิ์หนัก
รอประจักษ์สักคนที่ห่วงหวง
รอได้พบวันนั้นมิมีลวง
รอพบดวงพักตราครารักจริง

แรมค่ำเหนือลำแคว

เจือจันทร์


@คืนแรมค่ำเหนือลำแคว
เรือลากแพค่อยเลื่อนไหล
ไกลห่างแฟนมาแสนไกล
พี่เหงาใจอยู่ในแพ
@แม้เสียงเพลงอึกทึก
พี่กลับนึกถึงนวลแข
ดวงหน้านางอยู่กลางแด
ขอลำแควเป็นพยาน
@มองลำน้ำเลาะเลี้ยวลัด
ตัดทิวทัศน์เขาขนาน
สมลือเลื่องคู่เมืองกาญ
ว่าสถานแห่งสุนทรี
@จึงผิวขลุ่ยเหนือผืนน้ำ
เป็นลำนำกล่อมวิถี
จารึกรสเป็นบทกวี
ณ ที่นี้ที่ได้มา
@เสียงเพลงนั้นก็พลันแผ่ว
ตีสองแล้วแน่นอนหนา
ราตรีนี้ขอร่ำลา
สู่นิทราเหนือลำแคว  

ผีแห่งป่า

วิจิตร ภู่เงิน

ผีแห่งป่าหัวเราะเย้ยขุนเขา
กลิ่นเหม็นเน่าสาปอวลกลบบุพผา
แสยะยิ้มเป็นสุขเปรียบฝูงกา
เฝ้ารอถ้ากลืนกินผู้มาเยือน
แผดเสียงร้องโหยหวนดั่งทุกข์เข็ญ
ยะเยือกเย็นเยี่ยงมีดที่กรีดเฉือน
กดลงกลางกระหม่อมอันลอยเลือน
เลือดแดงเปื้อนผาหินกลางพงไพร
ลิ้นสากเลียรสเลือดที่หลั่งหยด
ฝูงห่ามดลิ้มเลือดมิหยุดไหล
เอื้องคำขาวหักซบลงทันใด
ให้ผีป่าได้ใจเหยียบซ้ำลง
เป็นความเถื่อนพงไพรที่ไกลโพ้น
น้อยผู้คนย่างก้าวเข้าเดินหลง
ฝูงผีป่าจึงพากันฟ้อนรำวง
ยึดเป็นถิ่นดำรงพงเผ่าพันธุ์

ชามั๊ยครับ

ไร่ผาสุก กาญจนบุรี

ลุงผู้ใหญ่  ชาวบ้าน  ย่านเมืองมีน 
ออกทำกิน  จับปูปลา  หาหอยขม
เลี้ยงครอบครัว  ด้วยใจมั่น  อันเกลียวกลม
ต่างชื่นชม  ในความซื่อ  ถือคุณธรรม
สุขภาพ  เรี่ยวแรง  ยังแข็งแกร่ง
ลุงแต้มแต่ง  นำพา  อารมณ์ขำ
ชอบช่วยเหลือ  ผู้ทุกข์เข็ญ  เป็นประจำ
ทำได้ทำ  ไม่เคยท้อ  ขอเป็นทาน
อาทิตย์นี้  ให้จำจด  รถเคลื่อนที่
หน่วยแพทย์มี  ร่วมด้วย  ช่วยประสาน
รักษาฟรี  ถอนฟันฟรี  ที่ต้องการ
ใครว่างงาน  ที่ลานวัด  เขาจัดคอย
ได้โอกาส  ลุงต้องไป  ในวันนี้
ถอนฟันฟรี  เป็นอย่างไร  ไม่คิดถอย
ฉีดยาชา  หนึ่งครั้ง  นั่งตาลอย
แล้วรอคอย  สักครู่หนอ  หมอถอนฟัน
หมอเห็นลุง  จ้องหน้า  ถามชามั๊ย
ลุงตอบไว  ทันใจ  ไม่ชาฉัน
ฉีดเข็มสอง  ถามชามั๊ย  ให้ตอบพลัน
สวนทันควัน  ไม่ชาหมอ  ขอขอบคุณ
หมอสงสัย  เอ่ยถามไป  ไม่ชาเหรอ
ลุงตอบเออ  ก็เมื่อเช้า  เราเฉียวฉุน
ซัดกาแฟ  สามแก้ว  แล้วพ่อคุณ
ต้องขอบคุณ  ชวนกินชา  ลุงว่าพอ

ศพประชาธิปไตย

ข่ายฟ้า

สงครามจบศพเกลื่อนกลางถนน
เหลือซากคนทิ้งเป็นอนุสรณ์
เตือนลูกไทยหลานไทยจงสังวร
คิดเสียก่อนถ้าจะทำอะไร
เลือดชโลมผืนดินทั้งสิ้นเพื่อ ?
คิดจุนเจือเผื่อผีอยู่ที่ไหน 
ทุกหย่อมหญ้าเดือดร้อนก็เพราะใคร
หรือเขาใช่พ่อพระบุพการี
แค่นายทุนสามานย์ชำนาญปด
ผู้ปรากฏเด่นชัดความบัดสี
สังคมแยกแบ่งฝ่ายสิ้นความดี
เป็นเพราะผีเร่ร่อนแต่ร่ำรวย
ประชาธิปไตยมิใช่เสื้อ
ห่อหุ้มเนื้อคลุมทาบอย่างฉาบฉวย
เสรีภาพไม่ต่างจนหรือรวย
บนแผ่นดินร่วมอยู่ด้วยก็เท่ากัน
ประชาธิปไตยอย่าใช้อ้าง
ความจริงอาจแตกต่างมิสร้างสรรค์
อาจจะมีคนรู้ไม่เท่าทัน
แต่สักวันกรรมเกิดก็เปิดโปง
ที่เป็นศพเอื้อเฟื้อนั้นเผื่อใคร
เป็นเพราะประชาธิปไตยทั้งโขยง
หรือชีวิตสับสนเพื่อคนโกง
ตายจรรโลงทรราชของชาติไทย
สมัยไทยเสียเอกราช  ถ้าเราคิดว่าสมานฉันท์ยอมเป็นขี้ข้าพม่ามัน  ป่านนี้คงไม่มีพระนเรศวร   ไม่มีชาวบ้านบางระจัน  ไม่มีพระเจ้าตากสิน และ อาจจะไม่มี ไทยอันคงเป็นไทย อยู่จนทุกวันนี้ (แต่สมัยรัชกาลที่ 5 เนื่องจากกำลังเราสู้ไม่ได้  เราต้องสมานฉันท์  แต่เราก็โดนพวกหัวแดง มันเฉือนแผ่นดินไปเยอะเหมือนกัน)
คำพูดสามารถสร้างให้สวยงาม ให้ดูดีประการใดก็ได้   แต่เบื้องล่าง

ฝากหัวใจไประยอง

บินเดี่ยวหมื่นลี้

ฝากหัวใจไประยองกับผองเพื่อน
ฝากดูเดือนนับดาวพราวไสว
จากปลายฟ้าผ่านโค้งรุ้งมุ่งส่งไป
จะมีใครรับไว้หนอขอพึ่งพา
เจ๊..กอกกเจ้าบ้านว่างหรือไม่
ขอฝากใจดวงน้อยลอยมาหา
คนเมืองลิงเดินทางไกลในเวลา
จะเมตตาเพียงนิดคิดอย่างไร
อีกค้างคาวจากสุราษฏร์มาดชายมั่น
เดินผ่านวันแรมรอนกลัวอ่อนไหว
แก้วประเสริฐจากอาศรมยิ่งห่วงใย
กลัวฝากไปเก็บแต่ยามาลืมเรา
ไอ๊ซ์ดาโฮโอ้แม่นางว่างไหมหนอ
อยากพนอชมเดือนเป็นเพื่อเขา
กุ้งหนามแดงหากข้างกายไร้คนเนาว์
เชิญหยิบเอาไปใช้สอยจะคอยเคียง
ส่วนเรไรฝากไปให้ร่ำร้อง
ดังกึกก้องเพลงจันทร์สนั่นเสียง
ส่วนปู่ลิงกะตั้งมารินเรียง
แบล๊กคงเกลี้ยงมิถึงเราน่าเศร้าจริง
ฒ ผู้เฒ่าคงมิว่างดั่งเพื่อนเพื่อน
ยกจอกจันทน์เย้ยเดือนเหมือนผีสิง
หญิงไร้เงาเขามีคู่มาแอบอิง
เราเหมือนลิงวิ่งวุ่นลุ้นฝากใจ
พระจันทร์เศร้าหวั่นจิตมิหายเศร้า
แค่ชื่อเขาดูหม่นจนหวั่นไหว
ยิ่งศิษย์น้องนายเมากินเหล้าไว
ขืนฝากไปตกทะเลก่อนเห่จันทร์
ภูตะวันมีเพื่อนอยู่มิห่าง
คงมิว่างเจียดแบ่งบทเพลงฝัน
ทะเลใจให้สักนิดจิตผูกพัน
ด้วยตัวฉันอยากชมเดือนเป็นเพื่อนเธอ
แล้วขลุ่ยหลิบว่าไงฝากใจหน่อย
โปรดอย่าปล่อยคนไกลได้คอยเก้อ
ยายเพียงพลิ้วอยู่ไหนต

ไก่กับพลอย

วรศรี.

                 
สุภาษิตโบราณท่านสอนไว้
ลูกหลานได้เก็บมาคิดเป็นปริศนา
ว่าคำสั่งคำสอนแต่ก่อนมา
ยังมีค่าคุณอนันต์แก่บรรพชน
เรื่องยังมีแม่ไก่แจ้อยู่ตัวหนึ่ง
ทุกวันซึ่งคุ้ยเขี่ยหญ้าหาอาหาร
ได้พบพลอยเม็ดงามตามกลางลาน
ใจซาบซ่านนึกว่าได้สมอารมณ์ปอง
ไก่จึงพูดขึ้นมาว่าข้าไม่โปรด
ต้องขอโทษจะคืนไปให้เจ้าของ
อยู่กับเราไม่มีค่าราคาครอง
จำใจต้องคุ้ยเขี่ยไปไม่เหลียวแล
สุภาษิตบทนี้ท่านสอนไว้
ของสิ่งใดต้องมีคู่อยู่ผสม
เหมือนเราได้...ของดี...มานานนม
ต้องอกตรอมเพราะไม่รู้ว่า....มีค่า...เอย.
                                                    วรศรี.

บุปผาป่าเดียวกัน

ดาวอังคาs

"หนูมาขอลาออกนอกใจพี่
เหตุเพราะมีคนอื่นชื่นใจกว่า"
นั่งทบทวนความหลังครั้งก่อนมา
มีอันใดอีกหนาข้าพร่องไป
โทรศัพท์คุยกันยันดึกดื่น
ทุกค่ำคืนต้องส่งนอนก่อนหลับใหล
พี่งุนงงจริงหนาว่าทำไม
เหลือช่องว่างตรงไหนให้ใครแทน
ตุ๊กตาก็ซื้อใส่ให้เต็มห้อง
กำไลทองเพชรพลอยทั้งสร้อยแหวน
อีกเงินตราหยิบยกให้ไม่ขาดแคลน
ที่วางแผนแต่งงานก็พังพินท์
เขาเป็นใครกันหนาถึงสามารถ
มีอำนาจน้าวโน้มดึงโฉมฉิน
พรากหายจากใจพี่พ้นชีวิน
คาบไปกินเกินยื้อยุดสุดประวิง
วันหนึ่งพบเจอนางอย่างบังเอิญ
ควงแขนเดินเคียงใครคล้ายผู้หญิง
ดูระรื่นนวยแนบชิดแอบอิง
พบความจริงไปเชยชู้อยู่กับใคร
แล้วเรื่องราวทั้งหลายได้เฉลย
เธอได้เผยปัญหาหน้าแจ่มใส
บอกให้รู้เนื้อความว่าทรามวัย
มีหัวใจบุปผาป่าเดียวกัน

เชิญไปกาเลือกพรรค "เพื่อนักโทษ" โดย บัณรส บัวคลี่

ลักษมณ์

เชิญไปกาเลือกพรรค "เพื่อนักโทษ"  
 
โดย บัณรส บัวคลี่ 9 พฤษภาคม 2554 13:14 น. 
 
 
 
 
 
 
บทกวี:โหวตโน
       
       เชิญไปกาเลือกพรรค "เพื่อนักโทษ"
       เพื่อประโยชน์โคตรเหง้าพวกเผาบ้าน
       ทั้งแดงเถือกแดงถ่อยแดงสาธารณ์
       ได้เหยียบศาลสบช่องขึ้นครองเมือง
       
       ได้โปรดด้วยช่วยกา "ประชาธิปูด"
       เลือกมาพูดเพื่อชาติ + พิฆาตเหลือง
       เลือกมาโอ๋ ไอ้ฮุนฯ ที่ขุ่นเคือง
       มาสานเรื่องพาโจรเข้าปล้นคลัง
       
       มีคะแนนโปรดให้ "ภูมิใจห้อย"
       มาอร่อยงบประมาณบงการสั่ง
       เอามาเล็มเอามาล้วงกระทรวงดัง
       เอาให้พังอย่าให้ถึงผ่านครึ่งปี
       
       อย่าลืมเข้าคูหาเลือกปลาไหล
       จะได้ไปเคล้าคลุกกับทุกสี
       ผสมพันธุ์ข้ามถิ่นก็ยินดี
       ให้อิ่มหมีพีมันเท่านั้นพอ
       
       โบราณว่านารีต้องมีผัว
       อย่าอยู่ตัวเปล่าเปล่ารีบเข้าหอ
       ถึงแต่งเอาอัปรีย์มาขี่คอ
       นวลลออยังดีกว่าขี่คาน
       
       เหมือนประชาธิปไตยที่ใครคลั่ง
       ต้องเลือกตั้งจึงจะวัดบรรทัดฐาน
       ก็กากากันไปเถอะให้เบอะบาน
       สัตว์เลื้อยคลานเสือสิงห์ก

นิทานเทวดา

กระบี่ใบไม้

“....คุณครูครับ....
ผมไม่อยากกินข้าวกับพวกนั้น
เพราะพวกเขาต่างเผ่าและต่างพันธุ์
ไม่ใช่สายเลือดเดียวกันกับคนไทย...”
....................................
ณ โรงเรียนชายฝั่งกัมพูชา
เด็กสองฝั่งล้วนไป-มา หากันได้
ครูจึงเอ่ยซึ่งคำสอนจากหัวใจ
“พวกเธออยากรับฟังไหมเล่า...นิทาน”
“กาลครั้งหนึ่งนั้นเกิดมีเทวดา
มีฤทธิ์เดชเดชาแผ่ไพศาล
กระพริบตา...ก็สมหวังดังต้องการ
เนรมิตหมื่นแสนล้านได้ดังใจ
เทวดากระพริบตาสร้างเด็กน้อย
ล่องลอย...ไปตกยังฝั่งไกลใกล้
หลายคนตกเข้าในเขตประเทศไทย
หลายคนลอยข้ามฝั่งไปกัมพูชา”
“ครูถามว่าแล้วพวกเขา...เป็นคนไหม”
เด็กล้วนตอบกันว่า “ใช่” ทุกถ้วนหน้า
“แล้วทำไมเธอไม่อยากร่วมชายคา
เมื่อทุก...คน...ล้วนเกิดมาเหมือนเหมือนกัน”
“พวกเธอเคยเห็นนกน้อยโผบินไหม
มันไม่เคยมีสิ่งใดมาขวางกั้น
ขีดเส้นแบ่งเขตพรมแดนสารพัน
ล้วนมนุษย์สร้างเสกสรร...ทั้งนั้นเลย”
มองเห็นศิษย์ล้อมกินข้าวอย่างหรรษา
สุขในใจครูนั้นหนาเกินเอื้อนเอ่ย
ในห้องเรียนสว่างใสกว่าที่เคย
เมื่อความต่างนั้นระเหยจากหัวใจ
อยากส่งเสียงตะโกนร้องถึงขอบฟ้า
“เห็นไหมเล่า...เทวดา...ท่านเห็นไหม
ลูกหลานท่านต่างพรมแดนแว่นแคว้นไกล
รู้จักรัก รู้จักให้

ใกล้เปิดเทอม

ไม่ต้องหันกลับมา...

10  พ.ค.    เปิดเทอมใหม่     ใจหวนคิด
ถึงเพื่อนมิตร     อาจารย์ที่     สอนหนังสือ
ฉันจะต้อง     ไปร่ำเรียน     และฝึกปรือ
จะได้เรียน     หนังสือ     อย่างเข้าใจ
ฉันจะไม่     ละทิ้ง     วิชาเรียน
จะพากเพียร     พยายาม     เริ่มต้นใหม่
วันข้างหน้า     จะก้าวเดิน     อย่างมั่นใจ
เป็นคนใหม่     ที่ดี      ของสังคม

เธอเพียงจากไปเพื่อฝัน อันแสนนาน

คืนแรมสามค่ำหน้าร้อน


เธอมิได้ตายจากเรา
เธอเพียงจากไปเพื่อฝัน
เป็นฝันอันยาวนาน
-- จนไม่จำเป็นต้องใช้ร่างกายนี้อีก
แล้วเราจะพบกันในฝัน
เพื่อฝันอันแสนนาน

What a wonderful world (2)

อารีณา


โอ้สายรุ่ง พาดยาวจรดปลายฟ้า
รวมใบหน้าแห่งมิตร คนทั้งหลาย
ทั้งพวกเขาจับมือกัน จากหัวใจ
ทักทายกัน เหมือนดั่ง บอกรักกัน
The colours of the rainbow, so pretty in the sky
Are also on the faces of people going by
I see friends shakin' hands, 
sayin' "How do you do?"
They're really saying "I love you"
เสียงทารกตัวน้อย ร้องออดอ้อน
ช่างเว้าวอน บอกสัญญาน เมื่อหิวโหย
วันเลาผ่านไป ติดปีกโบย
และก็ โดยปริยาย เด็กโตพลัน
โอ้แท้จริงอีกมากมายในโลกนี้
สรรพสิ่งมากเกินกว่าฉันจะรู้
ฉันคำนึงครวญคิด พินิจดู
โลกน่ารู้ น่าสนใจ น่า มหัศจรรย์
I hear babies cryin', I watch them grow
They'll learn much more than I'll ever know
And I think to myself, what a wonderful world

ฝนตกที่.. ปลายตา

พี่ชา_ย^^

**คืนนี้ฝนโปรยปราย
แสงดาวพร่างพรายหายไปไหน
หรือว่าร่วงหล่นบนหัวใจใคร
มองท้องฟ้าทีไรคิดถึงแต่เธอ
**ฝนตกที่ปลายตา..
กอดความเหว่ว้าความหมองหม่น
คิดถึงใครบางคน
ซุกตัวในความเงียบสับสน... เพียงลำพัง

เพียงครั้งหนึ่งที่เคยมี

my mind


อยากจะบอก...ขอบคุณนะ ขอบคุณคะ
กับระยะเวลาที่เคยมีด้วยกัน
ความรักความใส่ใจ ความผูกพัน
คืนและวันเหล่านั้นยังงดงาม
สิ้นสุดแล้ว จบลงแล้วนะความรัก
เมื่อคนรักเขาแปรใจไปเป็นสาม
เศษของส่วนคือตัวฉันที่ติดตาม
เธอมองข้ามไปแล้ว...เธอหมดใจ
ขอบคุณนะคะที่เคยดี ที่เคยรัก
แจ้งประจักษ์กับใจวันสิ้นไร้
คนของความรักเขานั้นแปรไป
ทุกสิ่งเคยให้...จะไม่มีอีกแล้วเอย

สุขสันต์วันแห่งรัก

ขุนศรี

วันแห่งรักประจักษ์จิตลิขิตฝัน
มอบแบ่งปันความรักจักสุขศรี
อายกลิ่นรักปักกลางทรวงดวงฤดี
ปลื้มเปรมปรีดิ์วันแห่งยิ้มกระหยิ่มใจ
มองใบหน้าตาโปรยยิ้มภาพพิมพ์สวย
ประดับด้วยความกระจ่างสว่างใส
ดุจโลกนี้สีชมพูดูกว้างไกล
เชื่อมโยงใยสายรักถักทอกัน
รักสองเราเฝ้าคอยค่อยห่วงหา
เฝ้ารักษาใยรักเราเข้าสู่ฝัน
คอยถนอมกล่อมรักชื่นทุกคืนวัน
แสนสุขสันต์อิ่มเอมปะเปรมปรีดิ์
คำว่า " รัก " มีค่าใจในประโยค
อำนวยโชคแก่เราสองต้องสุขศรี
สิ่งประเสริฐเกิดก่อเกื้อเผื่อแผ่ดี
สุขล้นปรี่มอบแก่กันฉันเฝ้ามา
ดอกกุหลาบอาบใจใฝ่ฝันถึง
คิดคำนึงความจริงสิ่งหรรษา
แทนความรักสลักจิตติดอุรา
ยอดบุปผาคือกุหลาบซาบซึ้งใจ
กุหลาบบานวารวันฝันถวิล
หอมรวยรินกลีบกลิ่นชวนหลงใหล
กลิ่นความรักตระหนักหนาอย่าปล่อยไป
อย่าหวั่นไหวจงไตร่ตรองลองคิดกัน
นายทองม้วน  สิงห์ทองห้าว
โรงเรียนปทุมรัตต์พิทยาคม  จังหวัดร้อยเอ็ด

อดีต

kyo chiro

         เมื่อก่อนนี้      ฉันและเธอ     เคยรักกัน
         แต่ไม่คิดฝัน   ว่าจะเลิก         เร็วอย่างนี้
         เมื่อก่อนนี้       เคยสัญญา      กันอย่างดี
         ว่าไม่มี             คำว่าเลิก        ให้ได้ยิน
          

ปวดใจ

ดีไซน์

รักคนที่เขาไม่รักเรา
ก็เศร้าใจแต่ก็ตัดใจไม่ได้
ก็รู้อยู่นะว่าเขาไร้เยื่อใย
แต่ให้ทำไงก็ใจมันไม่ลืม
  
ทุกวันนี้จิตใจมันขมขื่น
ต้องทนฝืนไม่ให้ไปมองเขา
แม้ว่าในใจนั้นแสนเศร้า
จะปวดร้าวยังไงก็ต้องทน

ทำดีตลอด

nidhi

ค่อยค่อยคิดค่อยค่อยทำจำให้มั่น
อย่าแค่ฝันผลัดวันประกันพรุ่ง
ช่วยกันทำช่วยกันคิดข่วยกันจูง
ที่หมายมุ่งต้องสำเร็จเสร็จดังหวัง
แรกเริ่มที่คิดดีดีอย่าผลีผลาม
แล้วทำตามที่คิดอย่าผิดผัง
ทำแต่ดีละเว้นชั่วอย่ากลัวพัง
หมั่นระวังตั้งแต่นี้ทำดีตลอด