ให้คะแนนกลอน

ก็มิใช่คนดีที่เธอรัก

Salukphin

     ก็มิใช่คนดีที่เธอรัก
ฉันต่ำศักดิ์ไร้ค่าน่าผลักไส
ทั้งด้อยทรัพย์อับปัญญาหน้าโง่ไง
อีกนิสัยหยิ่งทะนงตรงถือดี
ไม่มีเกียรติสกุลก้องต้องติดดาว
พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งแถมอึงมี่
แค่ผู้หญิงมากน้ำใจเอื้อไมตรี
ควรหรือที่อวดเผยอเสนอตัว
 ก็มิใช่คนดีที่เธอรัก
ยังผันผลักใจยื้อดื้อยวนยั่ว
ไม่ละอายพ่ายเขลาหลงเมามัว
หรือเกรงกลัวบาปกรรมทำได้ไง
ฉันคือฉันใช่เขาเราต่างกัน
ทำเช่นนั้นนี่เธอแย่เห็นแก่ได้
นักลงทุนตัวเต็งเก็งกำไร
ฉันมิใช่ยัยโง่บ้าตามหารัก
ก็มิใช่คนดีที่เธอรัก
ใช่หาญหักน้ำใจหรือไสผลัก
แต่ความจริงจากใจใช่ทายทัก
โปรดตระหนักตรองไตร่ใช่มัวเมา
ฉันคือฉันสาวมั่นรั้นอวดเก่ง
ใจนักเลงพอตัวใช่ยั่วเย้า
อย่าทะลึ่งตึงตังหวังคาดเดา
เดี๋ยวจะเศร้าเสียใจไงล่ะเธอ.
  

+.+.คือ...ว่าเพ้อ.+.+

มะปรางหวาน5

คิดถึงจนจับจิต
แอบเอาไปคิดเอาไปฝัน
ว่าเธอนั้นยังรักกัน
เหมือนทุก ๆ วันที่ผ่านมา
แต่ความจริงยังไม่รู้
ว่าเธอนั้นอยู่กับเขาหรือฉัน
ขอเพียงแค่คิดถึงเธอแล้วกัน
เพราะความจริงหรือว่าความฝัน
คือว่าฉันนั้นยังมีเธอ

คืนรัง..

พงษ์ศักดิ์ สิงห์ขจร

ใจภิรมย์ชมชอบว่ารักยิ่ง
เหนือทุกสิ่งดั่งใจปรารถนา
ด้วยว่ารักเอ็นดูและเมตตา
ในอุรารักยิ่งเหนือสิ่งใด
พ่อและแม่แก่ตัวอย่ากลัวท่าน
วันล่วงผ่านนานแล้วสักแค่ไหน
กลับเถอะนะเพื่อนพ้องร่วมแรงใจ
คืนกลับไปสู่รังมาตุภูมิ

บทสรรเสริญครูผู้ยิ่งใหญ่

ตโมนุท

 ขอสรรเสริญคุณครูผู้ยิ่งใหญ่
สอนศิษย์ให้รู้ก่อนผิดคิดถลำ
ให้เด็กรู้สิ่งใดที่ควรทำ
คอยชี้นำธรรมะสละตน
คอยอบรมบ่มให้ใฝ่ระเบียบ
ให้พร้อมเพรียบในวินัยใฝ่ฝึกฝน
ทั้งสอนให้รู้ค่าการวางตน
การเป็นคนใช่เป็นคนจากตำรา
ครูผู้สอนวิชาใช้ชีวิต
ให้เติบโตที่ความคิดใช่สังขาร์
ให้ดีพร้อมจากข้างในจิตวิญญาณ์
เพื่อที่ว่าไม่ให้ไทยไร้คนดี
ใจโดนบ่มให้ข่มคิดแต่กุศล
ให้เป็นคนคิดเป็นสมศักดิ์ศรี
สอนให้สอนรุ่นลูกหลานในสิ่งดี
ศิษย์คนนี้จึงได้ดีเพราะมีครู
อยากเป็นครูเพราะมีครูคอยสอนสั่ง
เป็นพลังสำคัญยิ่งให้ศิษย์รู้
ว่าศิษย์นี้อยากก้าวย่างตามอย่างครู
อยากเป็นผู้บ่มเพาะชาติผ่านเยาวชน

....เดียวดาย....

ปราณรวี


ไม่ง่ายเลยเผยใจให้ใครรู้
กล้ำกลืนอยู่ผู้เดียวมิเหลียวหา
ปล่อยหัวใจไหววาบคราบน้ำตา
ทิ้งเวลาผันผ่านเนิ่นนานไป
ลบอย่างไรใยอดีตที่กรีดเชือด
ไม่แห้งเหือด..ตอกย้ำจนร่ำไห้
ฝืนระทมตรมเศร้าเหงาฤทัย
สะสมไว้ล้นปรี่ที่ชอกช้ำ
คือแผลเป็นเรื้อรังยังเจ็บปวด
ให้ร้าวรวดเหน็บหนาวทุกเช้าค่ำ
อยากจะลืมให้หมด..กลับจดจำ
ทุกข์กระหน่ำซ้ำซากจากอาวรณ์
จึงล้มลุกคลุกคลานอยู่นานครั้ง
ด้วยความหลังฝังไว้ยากไถ่ถอน
สุดอนาถหวาดหวั่นใจสั่นคลอน
ทนร้าวรอนข้ามห้วงบ่วงเวลา
ไม่อาจเริ่มต้นใหม่กับใครแล้ว
เพราะไร้แววรุ้งพรายที่ปลายฟ้า
มีแต่เมฆหมอกมัวสลัวตา
กับฟากฟ้าเดียวดายไร้ดาวเดือน 

รักหรือผูกพัน

เทาสีเงิน

เมื่ออรุณรุ่งฉัตรรัศมี
ปฐพีนี้ก็แจ้งด้วยแสงสูรย์
ความอบอุ่นหนุนเอื้อก็เกื้อกูล
นี้คือมูลเหตุแท้ที่แปรไป
เปรียบรักเป็นเช่นอรุณที่อุ่นอ่อน
ย่อมมาก่อนปรารถนาพาหวั่นไหว
ดลให้จิตเพ้อพร่ำทั้งร่ำไร
จึ่งทำให้จริตลูกคือผูกพัน
อย่าตีค่าว่าเลื่อมล้ำใครต่ำสูง
รักจับจูงจิตจดจ่อจึงทอฝัน
แต่บางครั้งรักถูกปลูกเพราะผูกพัน
ให้จากกันนั้นละถึงจะซึ้งใจ

เจ็บปวดยิ่งกว่าถูกเกลียดชัง..

^^LittlE_PenguiN^^


จะชอบก็ชอบจะรักก็รัก
อย่าให้ทึกทักนั่งคิดหวั่นไหว
จะเกลียดจะโกรธก็โปรดทำไป
แต่ขอได้ไหมอย่าเฉยอย่าชา
มันเจ็บมันปวดตรงที่หัวใจ
เธอเกลียดกันไปยังดีเสียกว่า
ยังดีกว่าที่เธอใช้สายตา
อันแสนเย็นชา -เมินเฉย- ใส่กัน
..ยังมีสิ่งหนึ่งที่เจ็บปวดยิ่งกว่าการถูกเกลียดชัง นั่นคือการถูก.. เมินเฉย

เดียวดายบนทางฝัน

ใบไม้

วันใหม่  ใจเก่า
ยังเหงายังหวั่น
เดียวดายบนทางฝัน
ปลายทางนั้นยังอีกไกล
ต่างคนต่างจุดหมาย
จึงเดียวดายจึงหวั่นไหว
มุ่งมั่นจะมุ่งไป
ตั้งใจไว้ปลายทาง.

เขียนถึง......คุณอีกแล้ว

ดาหลา & ปะการัง

นั่ง  ท้อ  มอง จอ ด้วยใจขมขื่น 
ฟังเพลง บรรเลง ที่บ้านคุณหน่ะ
ยิ่งฟัง  ยิ่งรู้สึก อ้างว้าง  หนาว เหน็บ ในใจ
เสียง มันกรีดลึกไป ถึงข้างในหัวใจ 
คุณ จะอยู่ไหน กันหนอ .........
ใจร้าว ระทม จริงๆๆ หรือ 
ใจเจ๊บ  เจ๊บจริงหรือใจ 
หันหลังมอง ใคร สักคน ไหม ที่นั่งรอ 
รอรอ และรอ ซับน้ำตาอยู่
มีหรือเปล่า .......
บางครั้ง ความรัก ชอบเล่นตลก กับเรา 
บางครั้งความรัก ชอบ ทำให้เราร้องให้ 
เสียน้ำตา ............กับมัน
และ มันอีกแหละ ทำให้โลกนี้สดใสใน   380 องศาเทียว
แต่ วันนี้  หัวใจแห้งแล้ง 
หัวใจโดดเดี่ยว และเดียวดาย  
จนไม่รู้ว่า หนทางข้างหน้ามันจะเป็นอย่างไร 
กันหนอ ...........
แต่ก็จะ นิ่ง และเงียบ รอ ลม พัด 
เอา ความทุกข์ใจไปไกลจาก ชีวิต ฉัน ซะที
เฮ่อ........คุณจะรู้ไหม เนี๊ย  นั่งฟังเพลงที่หน้าบ้านคุณแล้ว  
คุณทำให้ฉันร้องให้...........
คุณทำให้ฉันรู้สึกคิดถึง...............
คุณนี่เอง...ทำมันเกิด ความรู้สึก เหงา เศร้า  จริงๆๆ 
มารับผิด ชอบ ซะ ดีดี  นะคะ

คือเธอ

สาแก้ว

                         แจกันกับดอกไม้ที่หายไป
                    ใครจะรู้บ้าง
                     แจกันคือฉันผู้อ้างว้าง       
                    ดอกไม้ที่ร้างลานั้นคือเธอ

คิดถึง

เด็ก ม.หนองเขียด

สระอิบนควายน้อย
เด็กน้อยน้อยคอยเดินตาม
ถอถุงคอยแบกหาม
สระอิคอยเดินตามงองู     
  หมายความว่า     คิดถึง
ได้คัดลอกมาจากเพื่อนแ
ต่โดนใจ

ภาพฝัน....(ค้าง...)

นักเขียนพิการ

ณ วันหนึ่งภาพฝันพลันปรากฏ
เป็นทางคดเคี้ยวไปในความหวัง
แต่ก็รู้อยู่แก่ใจไม่จีรัง
ถึงภาพฝังตรึงจิตสนิทใน
ณ วันนั้นฉันคิดจิตร่วมสอง
เป็นคู่ครองครองคู่อยู่ไม่หาย
แต่กลับต้องผิดหวังใจมลาย
ภาพสลายหายไปในพริบตา
ณ วันนี้คงต้องจองจำใจ
แต่นี้ไปจะไม่ให้ใครกำหนด
ชีวิตผ่านหนามเกี่ยวที่เลี้ยวลด
เหมือนเรือบดพายไปไม่พบทาง
ณ วันหน้าจะพาใจให้แข็งแกร่ง
หากพบแรงใจใหม่ได้สุขสม
คิดจะไม่ปล่อยใจให้ระทม
คงสุขสมดั่งจิตคิดหวังเอย...

ยังรักเธอเสมอเพราะ.......

ยูริ

ผ่านมานานเท่าไหร่ไม่รู้
แต่หัวใจยังเจ็บอยู่ไม่หาย
จากวันที่เธอจากไป
ยังคงเสียใจเรื่อยมา
เธอคงไม่รู้ว่าเจ็บแค่ไหน
กับการสั่งใจให้ลืมใครที่ คุ้นหน้า
ให้ลืมเรื่องราวที่ผ่านมา
ลืมเธอที่มีค่า กว่าใคร

เธอคือเพื่อน..ที่แสนดี..ตลอดมา

พริทตี้


                      
                      เจอครูตีโดนแฟนทิ้งต้องร้องไห้
                ก็เพื่อนนี่แหละที่ช่วยปลอบใจจนยิ้มได้อีกหน
                        กี่ครั้งกี่คราวที่ต้องทุกข์ทน
                   ข้างข้างเรายังมีเพื่อนอีกคนให้กําลังใจ
                      เพราะอย่างนี้ถึงรักเพื่อน
                           ทํายังไงก็ลืมเลือนไปไม่ได้
                      เพื่อนดีแบบนี้กว่าจะมีอยากจับใจ
                ก็ต้องรักษามิตรภาพไว้ให้นาน-นาน

๐ รักซ่อนรัก ๐

แก้วประเสริฐ


            ๐ รักซ่อนรัก ๐
๐ ทุกห้วงสิ่งซ่อนไว้..........รำลึก
ล้วงซ่านฝากติดผนึก.........ซุกไว้
ฟุ้งมากผ่านคราตรึก..........กลับเด่น จริงนอ
เผยสิ่งรักแด่คราไซร้.........พลิกคว้างกลางหาว.๐
             ........................................
๐ งามเอยจันทร์แจ่มฟ้าคราซ่อนไว้
เผยไฉไลนวลพักตร์ประจักษ์แสน
ลุ่มลึกล้ำคราฝากดุจจากแดน
ดุจดั่งแขวนสิ่งพราวแสนเหงาใจ
๐ รักครั้งหนึ่งพึงฝากแต่พรากแล้ว
โอ้นางแก้วยอกย้อนดั่งซ่อนใส
อิงเคยแอบหนีร้างดูห่างไป
ทิ้งฝากไว้โดดเดี่ยวช่างเดียวดาย
๐ ความอ่อนหวานออเซาะไพเราะเหลือ
ล้วนจุนเจือสร้างทางกลับวางสลาย
ฝากแต่กลิ่นหอมจางดุจนางพราย
หมอนเคียงกายไฉนร้างว่างเหลือเกิน
๐ ก่อนนั้นเล่าเฝ้าคลอมิขอพราก
หวานที่ฝากลืมแล้วจากแนวเถิน
เถียงน้อยนาช่วยสร้างอยู่กลางเนิน
แล้วเพลิดเพลินพนอรักประจักษ์ความ
๐ คืนดึกแล้วเหว่หว้าจนล้าจิต
เธอลิขิตเหตุใดจึงได้หยาม
เฝ้าแต่มองท้องฟ้าเพื่อหางาม
รักกลับลามฟุ้งซ่านผ่านถึงเสมอ
๐ คำรักหรือซ่อนไว้ในรักสิ่ง
ซึ้งใจจริงกลับทำจนพร่ำเผลอ
ขลุ่ยกังวานผ่านเรียกสำเหนียกเธอ
ฉันละเมอครวญคร่ำย้ำเรียกนาง.
         ๐ แก้วประเสริฐ. ๐

ร้ อ ง ไ ห้..ใช่หมายว่า..อ่ อ น แ อ

ตามฝัน


มีล้มบ้างบางครายังกล้าลุก
ถึงต้องคลุกฝุ่นหนายังกล้าฝัน
ด้วยหนึ่งกายหนึ่งใจเท่าเท่ากัน
คอยผลักดันสู้ต่อไม่ท้อใจ
แต่บางครั้งเคยท้ออยากขอพัก
อ้อนคนรักปลอบขวัญยามหวั่นไหว
น้ำตาร่วงหลายหนปะปนไป
หลายปัจจัยเหตุผลปะปนมา
ที่ร้องไห้...ใช่แพ้ แต่เพราะสู้
ที่ร้องไห้...เพราะรู้ ทางรักษา
ที่ร้องไห้...เพื่อใจ ได้เยียวยา
กลั่นน้ำตาแทนช้ำคำบรรยาย
แล้วลุกขึ้นก้าวใหม่ในวันพรุ่ง
เมื่อฟ้ารุ่งน้ำตาจะเหือดหาย
แค่ผู้หญิงหนึ่งคนขอระบาย
การ..ร้องไห้..ใช่หมาย ว่า..อ่อนแอ..

รักฉันนั้นเป็น ดังเช่นธุลี

ม้าก้านกล้วย

รักฉันนั้นเป็นเหมือนเช่นธุลี
ดุจละอองผงคลีที่คละคลุ้ง
เหมือนหมอกมัวแลลับอับจรุง
เฟือนฟ่องฟุ้งดังม่านมิดปิดกั้นใจ
ไม่เคยรับรู้เลยว่ารุ้งราง
จะไสวใสสว่างสักเพียงใหน
ไม่เคยลิ้มทิพยรสหยดวิไล
มิเคยอาบหยาดใสของไอฝน
เป็นหมอกหมองละอองหม่นมืดมนนัก
เหมือนเริ่มรักก็แรมร้างตั้งแต่ต้น
เป็นใบไม้แรกผลิที่ร่วงหล่น
เหมือนป่าฝนแต่ไร้ฝนหล่นชโลม
อยากมีรักเหมือนใครใครได้มีรัก
อยากรู้จักรักรอนใจอ่อนโน้ม
อยากงอนเง้าให้เขาเล้าประโลม
อยากชมโสมเพ็ญสวยด้วยสักคน
อยากรู้ใจใครหนอจะปัดเป่า
ไล่ฝุ่นเงาที่ครอบคลุมรุมใจหม่น
เป็นฝนทิพย์หยาดเย็นใสใส่กมล
ที่ระคนเปลี่ยวเหงาและเศร้าหมอง
ใครหนอจะอาสาเป็นสายรุ้ง
ใครจะมุ่งมาเหลียวมาเกี่ยวข้อง
ฉันค่าด้อยเกินไปไม่ชวนมอง
ก็แค่เพียงละอองธุลีดิน
  (ม้าก้านกล้วย)

นิราศพระเขี้ยวแก้ว..??(28)

kongdin

@@หลายแสนเท้าเดินผ่านด้านข่องเขา 
จนนานเข้ากลับกลายขยายกว้าง 
ต่อมาจึงได้เห็นเป็นเส้นทาง 
สู่พระบาง..เมืองงามนามวิไล 
เมืองนครสวรรค์นั้นหลายชื่อ 
ก่อนเก่าคือ..ชอนตะวัน..อันสดใส 
เพราะแสงทินกรเข้าชอนไช 
ให้สว่างไสว..ในรุ่งอรุณ 
ต่อมาเรียกนครสวรรค์..อันลํ้าค่า 
เพี้ยนเสียงมาเล็กน้อยค่อยอบอุ่น 
จะจริงแท้อย่างไรโปรดใช้ดุลย์ 
ขอขอบคุณผู้เฒ่าเล่าให้ฟัง 
อีกชื่อคือ..พระบาง..ต่างเรียกขาน 
สั
นนิษฐานลักษณะ..ชื่อพระตั้ง 
คือพระบาง..เวียงจันทน์อันโด่งดัง 
ย้ายไปครั้งประวัติศาสตร์สู่ชาติลาว 
ปัจจุบันพระบางยังสร้างชื่อ 
ล้วนนับถือพระบางองค์ดังกล่าว 
ใครเจ็บป่วย..ฝนแทนยา..พาเกรียวกราว 
จนทางลาวให้เลิกละกลัวพระพัง 
อันองค์พระใหญ่จังยังบางได้ 
ขออย่าใหรักเราที่เฝ้าหวัง 
มาจืดจางบางเบาคงเศร้าจัง 
จึงขอตั้งรักนี้ชั่วชีวัน @@..??

พรหมวิหารธรรม

สุริยันต์ จันทราทิตย์


     ๏ เมตตาสัตว์โลกล้วน..........เป็นทุน
ยังสุขก่อกรุณ...........................จากนั้น
ยินดีต่อนาบุญ..........................ผู้อื่น
อุเบกขาอดกลั้น......................หมั่นสร้างบำเพ็ญ
     ๏ ยึดเป็นหลักมั่นไว้............สมาทาน
ธรรมะสี่ประการ.......................นั่นไซร้
คือหลักพรหมวิหาร..................เกลาจิต
ผู้ทะนุฝึกได้...........................จักขึ้นแดนพรหม
     ๏ ซร้องขรมไปทั่วทั้ง.........โลกา
ทะลุนาคนาคา........................ภพพื้น
กึกก้องพสุธา..........................ลือลั่น
แสงธรรมส่องใจชื้น.................จิตน้อมสาธุการ
     ๏ ธรรมแห่งพระพรหมา
คือเมตตาคุณธรรม
ต่อสัตว์ผู้มีกรรม
มนุษย์ทั่วทุกตัวตน
     ๏ กรุณาผู้ตกยาก
ในวิบากที่ผจญ
มุทิตาบันดาลดล
เสวยผลตามแรงกรรม
     ๏ อุเบกขาละเว้นวาง

ใจเป็นกลางผดุงธรรม
เนืองนิจและประจำ
ตลอดชีพธำรงมา
     ๏ อันพรหมวิหารสี่
ผู้ใดมีศีลรักษา
โสฬส ณ ชั้นฟ้า
ได้เสวยทิพย์วิมาน
     ๏ กำเนิดเกิดเป็นพรหม
ตามเหมาะสมกำลังฌาณ
เสพสุขเกษมศานติ์
จนสิ้นพรหมายุขัย
     ๏ บุญแห่งพรหมวิหาร
ทะลุผ่านพิภพใด
ก็อัศจรรย์ใจ
สาธุซร้องสดุดี
     ๏ ทั

ฝนตกในหน้าหนาว

กวีน้อยเจ้าสำราญครับ


*ฝนหล่นเม็ดโปรยปรายในหน้าหนาว
บอกเรื่องราวผิดฤดูคนรู้ทั่ว
กรุงเทพฯน้ำท่วมเมืองเรื่องน่ากลัว
เริ่มจะมั่วกันไปเมืองไทยเรา
*ในภาคเหนือเบื่อหนาวถึงคราวบ่น
ฝนตกจนเปียกปอนแทบนอนเฉา
หนาวน้ำค้างบางวันพอบรรเทา
แต่หนาวฝนทนเอาไม่เข้าที
*ภาคอีสานก็ตกได้ไม่หยุดหย่อน
กลางคืนนอนสบายกายสุขี
พอเช้ามาบ่นกันทั้งวันปี
เอ่อฝนนี้ตกเอาโล่หรือกระไร?
*ส่วนภาคใต้ตกหนักไม่พักผ่อน
ฤดูร้อนก็ร้อนนอนไม่ไหว
ฤดูฝนหล่นพรำต้องทำใจ
ทั้งอ่าวไทย  อันดามัน  ใกล้กันจริง