กลอนอวยพร

ไฟกินคน

ศรีสมภพ


วาบ..วาบ  วาบเห็นแสง
ไฟเรื่อแดงด้วยแรงดูด
ควันฉุนแต่คนสูด
เสียงซี๊ดซู๊ด..จนตูดลอย
ไปไหนเอาไปด้วย
ยาคนป่วยช่วยอร่อย
เคียงกายไม่ถดถอย
วาบบ่อยๆ  อร่อยจัง !
มะเร็ง มาเล็งใส่
มหันตภัย ก็ไม่ยั้ง
เตือนไปไม่ยอมฟัง
ย้อนเสียงดัง ..เรื่องของกู !
ช่องกลางหว่างนิ้วสอง
มวนขาวผ่องภัยย่องสู่
ปอดใหญ่ไร้ทางสู้
แฟบกว่าฟู.. รู้วันตาย
ถุงลมที่โป่งพอง
ก็แค่น้องของโรคร้าย
มะเร็งเล็งยิงใส่
จนปอดวาย.. ตายลูกเดียว !
แค่ถ่างนิ้วก็ปลิวหาย
เจ้ามวนร้ายก็ไม่เกี่ยว
เสรีแท้แน่นักเชียว
ทาสเด็ดเดี่ยวได้เป็นไท
มืดบอดตลอดกาล
น่าสงสารขาดมันไม่ได้
หลงมั่นแค่ควันไฟ
บอกขอตายพร้อมมันดู
วาบ..วาบ วาบเห็นแสง
กองฟอนแดง แจ้งให้รู้
หลุดพ้น เรื่องตนกู
น่าหดหู่.. ตัวกูพ่าย !
แหละสุดท้าย  ..ไฟก็กินคน !
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
๓๑ พ.ค. ๕๕
... รำลึกวันงดสูบบุหรี่โลก
จากการสำรวจพบว่าผู้ที่เป็นมะเร็งปอดนั้น ร้อยละ 90 เป็นผลเนื่องมาจากการสูบบุหรี่ โดยมีผลวิจัยระบุว่า ผู้ที่สูบบุหรี่เกินวันละ 1 ซอง จะมีโอกาสเป็นมะเร็งปอดมากกว่าผู้ที่ไม่สูบถึง 5-20 เท่า
ผู้ที่สูบบุหรี่ยังเสี่ยงต่อโรคทางเดินหายใจ อาจมีอาการไอเรื้อรัง บางครั้งไอถี่จนไม่สามารถนอ

อวิชชาชยันตี

ศรีสมภพ


๒๖ ศตวรรษ แห่งการตรัสรู้
สัพพัญญูผู้รู้แจ้งเหตุแห่งทุกข์
คิดค้นศาสตร์ประกาศความนำมาปลุก
ให้ตื่นลุกเพื่อลดละ..อวิชชา
ฉลองชัยได้ตรัสรู้อยู่ ๗ ราตรี
ทบทวนธรรมเพื่อนำชี้ไม่มีกังขา
เสวยสุขวิมุติแจ้งแห่งปัญญา
ก่อนเดินป่าโปรดปัญจวัคคีย์ที่คุ้นกัน
อริยสัจสี่.. ฤกษ์ดีคลี่ปีกขยาย
เริ่มกระจายไปทั่วแห่งที่แจ้งนั่น
ปฐมเทศนา ณ ป่ามฤคทายวัน
ห้วงเพ็ญจันทร์ วันอาสาฬหปูรณมี
ฉลองชัย หรือปราชัยครวญใคร่คิด
ทำชีวิตจิตของตนพ้นหรือนี่
อย่าอวดรู้ตู่ตนกลวิธี
วิมุติวิถีที่มีนั้น..มันใช่ผล
สีลัพพตปรามาส.. ฉลาดหรือ ?
แค่ยึดถือแต่เปลือกนอกบอกหลุดพ้น
แก่นแห่งพุทธพิสุทธิ์ใสยังไม่ยล
ยังลวงคนว่าพ้นเหตุ กิเลสแห่งทุกข์
มือถือสากปากถือศีลไม่สิ้นหนอ
ยังสอพลอฉลองชัยให้สนุก
จนงานเลิก แต่ตัวตนหาพ้นทุกข์
โดยไม่ฉุกคิดปฏิบัติ ปฎิเวธ...
ฉลองชัยให้ตนเองที่เกรงบาป
จิตกำราบกิเลสลงคงควรเหตุ
ไม่เห็นธรรมร่ำฉลองมองสังเวช
หาใช่เหตุเจตนา.. พุทธชยันตี
๒๖ ศตวรรษ จากการตรัสรู้
หากยังตู่ว่ารู้แจ้งแห่งวิถี
อวดอุตริมนุษยธรรม อลัชชี
อวิชชาชยันตี.. อยู่นี่เอง !
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
สีลัพพตปรามาส ....
สีลัพพตปรามาส (บาลี: สีลพฺพตปรามาส) เป็นศัพ

ปราบเผด็จการใหญ่ร้ายรัฐสภา

เชษฐภัทร วิสัยจร


ปราบเผด็จการใหญ่ร้าย...............รัฐสภา
ด้วยเผด็จการทหารหา.............เหตุตั้ง
บ่งเสี้ยนจากเสี้ยนวา-................ระตลบ ตะแลงฤา
ดับโกรธด้วยโกรธทั้ง................พิภพร้อนแรงเพลิง

แดงใด...

แทนคุณแทนไท


....
กว่าจะมีความรุ่งเรืองเมืองประเทศ
กว่าสร้างข่ายเขตแดนสยาม
จนวันนี้ที่มีกรุงเทพงาม
บรรพชน ขอถามเลือดแดงใด
๑
หลงลืมแล้ว
จำได้แต่สิบหกปีแห่งความหลัง
จำได้แต่สุรพล
ได้ยินแต่สุรชัย
๒
เสวยสวรรค์สุข
มายา เมามาย
หลอกล่อ หลอกลวง
กดขี่ ข่มเหง
๓
ปราสาทราชวัง เป็นซาก
บอกเล่าวันเวลาที่ล่วงผ่าน
สกิดเตือน สอนสั่งอะไรบ้าง
เปล่าว่าง และเปล่าดาย
๔
เปลี่ยนระบบ
ได้ชนชั้นสองจำพวกมาชื่นชม
นักกินเมือง และนักขายเมือง
"ผู้ขายค้าความบาดหมาง"
๕
สองพันห้าร้อยกว่าปี
ธรรมแห่งพระพทธองค์ยังเป็นธรรมดา และธรรมชาติ
ระหว่างการเคลื่อนไหวของสุริยะ
โลกหมุนรอบตัวเอง มนุษย์หมุนวนความอยากได้อยากมี
๖
นักรบ
ตายในสมรภูมรบเยี่ยงวีรบุรุษ
ศักรราชนี้
ชีวิตปลิดปลิวในป่าคอนกรีต
๗
ประชาชน
ยกมือท่วมหัว "ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน"
กษัตย์ผู้ทรงไว้ซึ่งความเป็นธรรม
นำพิชัยยุทมาแก้แล้ง แก้จน
๘
ข้าวทุกเม็ด
เด็ดจากรวงข้าวสีทองคนบ้านนอก
คนกรุง
หยามหมิ่น แต่ท้องอิ่มไม่ละอาย
๙
พม่ารามัญ เขมรขแมร์
ยกทัพเศรษฐกิจมาประชิดเมือง
มาเล สิงคโป
สร้างจรวดทางเรียบเป็นสะพาน
๑๐
มะกันขี้นก ฝรั่งขี้ครอก
สอนสั่งนักวิชาการวิชาเกิน
อวดเท่ ตามฝรั่ง
ฐานรากย่าทวดทำอวดดี
๑๑

ผู้หญิง..ร้อยฝัน..

พิมญดา


เมื่อลานกลอนร่อนไหวในชีวี
มีพื้นที่ปลูกฝัน..อันหวามไหว
ทั้งต้นรัก ต้นโศก โลกรำไร
ปล่อยตามใจ ปรารถนา..ว่าตามกลอน
จึงร้อย"ทุกข์"ที่โชกด้วยโลหิต
แล้วก็ปริดน้ำตา.ร่ายอักษร
เขียนปักลงตรงแผล..ทุกบทตอน
เหมือนละคร หลงโรง ตรงกลางทรวง
แล้วร้อย"สุข"ด้วยใจใฝ่คิดถึง
จากใจหนึ่งสู่ใจหนึ่งซึ่งห่วงหวง
หวานถ้อยรสอักษรา.พาเดือนดวง
ดอกไม้ร่วงจากสวรรค์ชั้นวิมาน
หลากวจีรินหลั่งดั่งนิยาย
งามกระจายลำนำอันแสนหวาน
ร่ายคำขมตรมแสบแทบร้าวราน
จากวันวานผันผ่าน..มานานเนา
ขอ"ร้อยฝัน"ดวงจิตจากทุกสิ่ง
ตามครรลอง..ผู้หญิง.อิงความเหงา
เพียงสายลมพลิ้วไหว..ใจบางเบา
หญิงคนเศร้า..ร้อยกลอน..ผ่อนอารมณ์

..~.ที่รัก~..

พิมญดา


ที่รัก
คิดถึงฉันบ้างไหมในคืนนี้
คืนราตรี พราวฟ้า คราจันทร์ฉาย
หอบเอาความคิดถึง มามากมาย
ฝากพระพายไล้เนื้อ เจือหัวใจ
ที่รัก
ขออยู่ในความฝันอันแสนหวาน
ตราบอยู่นานเท่านาน อย่าหวั่นไหว
หวังวันหนึ่งโค้งฟ้า สุลาลัย
จะโอบใจ สองคน จนนิรันดร์
ที่รัก
หากโลกนี้ไม่มี ใครรักเธอ
เธอจะเจอ"รักแท้"แน่คือฉัน
เป็นหนึ่งเดียวแน่นหนัก รักผูกพัน
มหัศจรรย์ แห่งรัก จักยั่งยืน

สองยาย

โค่ย โคลัมโบ


คุณยายชูสองนิ้วแลริ้วรอย
ปากมีลอยเคี้ยวหมากพลูดูสดใส
แม้เวลาพาพลัดพรากจากเยาว์วัย
แต่ยายยังยิ้มด้วยใจได้เบิกบาน
เส้นผมเห็นไรขาวราวกับหมอก
ดูแล้วหงอกไม่สวยด้วยสังขาร
ยายท่านผ่านร้อนหนาวมายาวนาน
จึงหย่อนยานตามวันวานกาลเวลา
แม้นล่วงโรยสังขารผ่านชีวิต
ผ่านลิขิตที่ผิดพลั้งทั้งปัญหา
ยายยิ้มสู้อยู่ท้าทายในโชคชะตา
แคล้วคลาดมาอย่างโชนโชกโลกวกวน
ยายส่งมอบความหวังกำลังใจ
มามอบให้หนุ่มสาวคราวสับสน
สองนิ้วชูให้ดูแล้วหายทุกข์ทน
ยิ้มเปื้อนปนความจริงใจยายยินดี
ใช้ชีวิตอย่ายึดติดให้จิตตก
อย่าสกปรกใช้วิธีไร้ศักดิ์ศรี
ดำเนินชีวิตด้วยคุณความดี
แล้วชีวีจะ "ไม่ทุกข์" สุขแบบ "ยาย"
โค่ย โคลัมโบ
คิดถึงอาม่า อากง ยาย และคุณตา

ลืม

คนกรุงศรี


หมู่บ้านเรา ก่อนเอ๋ย เคยสุขสันต์
อยู่ร่วมกัน ฉันมิตร คนชิดใกล้
ทั้งเอื้อเฟื้อ ถ้อยที มีน้ำใจ
แต่ไฉน วันนี้ มีเรื่องกัน
ของหลายอย่าง ต่างลี้ มันหนีหาย
มีวายร้าย แอบจ้อง ลักของนั่น
แต่พวกเรา โชคดี มีกำนัน
ท่านแข็งขัน เร่งกำราบ รีบปราบปราม
รวมสมอง ตรองนึก ร่วมปรึกษา
เปิดตำรา คิดค้น จับคนหยาม
หอประชุม บ้านเรามี นี่ได้ความ
วางแผนตาม วิธี ดีแน่นอน
ของมีค่า ตั้งเด่น เป็นกับดัก
ล่อคนลัก เข้าไป ด้านในก่อน
วางแผนการ หลายชั้น ทุกขั้นตอน
เราจะซ้อน แผนลับ คอยจับตัว
หอประชุม เปิดไว้ ไม่ต้องปิด
ลดไฟนิด หรี่ไว้ ให้สลัว
โจรเข้ามา ลักของ ไม่ต้องกลัว
ปิดทางออก ให้ทั่ว อย่ามัวรอ
ช่วยกันค้น อย่างไร ก็ไม่พบ
มันหนีหลบ อย่างไร ทางไหนหนอ
ปิดทางออก เท่านั้น มันไม่พอ
ไอ้โจรห้อ ออกทางเข้า...หนีเราไป
ขรัวตา
กลุ่มวรรณกวีศรีอยุธยา

ฤาษีดัดตน....

คีตากะ


ปฐมบทชีวิตน่าคิดนัก
สุดตระหนักเข้าถึงซึ่งปุจฉา
คนเป็นสัตว์ประเภทใดในโลกา
หลากวิชาแบ่งแยกแตกต่างไป
บ้างว่าคนเป็นสัตว์จัดกินพืช
พวกหน้าจืดชวนหัวมัวสงสัย
บ้างว่าสัตว์กินเนื้อเถือตับไต
ทฤษฎีใดจะพิสูจน์คำพูดจา
พบแพทย์หนึ่งสูงวัยขัยแปดสิบ
ท่านกระซิบให้ฟังครั้งศึกษา
เพียงสังเกตรูปลักษณ์ประจักษ์ตา
มนุษย์หนาคล้ายสัตว์ประเภทใด
หน้าตาแหย...เซ่อซ่าหาดุร้าย
เทียบวัวควายม้าช้างกวางพอไหว
รักสงบมิต้องล่าฆ่าแกงใคร
ใบหน้าไกลสิงห์เสือข่มเหยื่อเกรง
ระบบฟัน...ยิ่งคล้ายมีหลายซี่
ไม่ต้องมีเขี้ยวยาวกร้าวข่มเหง
ใช้ฉีกเนื้อสร้างแผลแถละเลง
คล้ายกวางเก้งยีราฟคาบกิ่งใบ
ลำไส้ยาวหลายเมตร...สังเกตง่าย
จุดมุ่งหมายย่อยพืชยาวยืดไหล
ค่อยดูดซึมช้าช้าพาเส้นใย
เก็บกักไว้ยาวนานชาญกำลัง
ออกลูกทีละหนึ่ง...พึงพิเคราะห์
มนุษย์เหมาะพวกใดใช่เนื้อหนัง
ใช้ความไวจับเหยื่อเพื่อประทัง
ออกลูกครั้งละมากยากแจกแจง
ดูกระทิงอูฐม้า...ครากินน้ำ
ใช้ปากทำดูดดื่มลืมหน่ายแหนง
หาใช้ลิ้นเลียน้ำดั่งสำแดง
เหมือนสัตว์แห่งนักล่าคราดื่มกิน
คนเป็นสัตว์พวกใดพอได้คิด
แต่พลาดผิดที่ใดให้ถวิล
จึงมีโรคมากมายหมายเกาะกิน
ยังชีวินคนสั้นบั่นทอนลง
หมอเฒ่าว่ากายมนุษย

ของขวัญใดมิอาจมีค่า...มากไปกว่านี้

อนงค์นาง


ทำอาหารจานเส้นมื้อเย็นพร้อม
วันเกิดน้อมใจรักสมัครสมาน
ขนมจีนน้ำยาปลาดูน่าทาน
ผัดไทจานพ่อลูกผูกชีวัน
ของขวัญใดมีค่าไปกว่านี้
ครอบครัวมีความรักมักสุขสันต์
อาหารไทยปลายจวักตักเติมกัน
อบอุ่นขวัญเพียงพอหนอมื้อเย็น
ขอบคุณเพื่อนบ้านกลอนอวยพรให้
ซาบซึ้งในไมตรีมีให้เห็น
ส่งอาหารผ่านจอพอทำเป็น
เชิญชิมเล่นด้วยตามาร่วมวง
แค่นี้แสนสุขใจในชีวิต
ไม่ยึดติดเกินไปไม่ลุ่มหลง
วันเกิดไม่หรูหราพาวางปลง
รักมั่นคงทุกวันนิรันดร
ได้พรจากแม่และพี่ๆ
ได้อ้อมกอดอันอบอุ่นจากสามีและลูกค่ะ
ของขวัญที่ได้จากสามีเป็นอะไรที่ไฮเทคสำหรับคนสูงวัยอย่างดิฉัน ต้องศึกษาการใช้ไปเรื่อยๆ แต่ชอบค่ะ เพราะพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก
ลูกคนโตส่งการ์ดอวยพรมาให้ค่ะ ขออภัยแทนลูกที่ไม่ได้เขียนด้วยภาษาไทยนะคะ
ลูกบอกว่า .....
แม่เป็นแม่ที่ดีที่สุดในโลกเลยค่ะ ขอให้แม่มีความสุขมากๆในวันเกิดนะคะ ลูกเสียใจที่ไม่ได้มาร่วมยินดีด้วย แม่อายุเท่าไหร่แล้วไม่สำคัญเลยค่ะ  เพราะแม่ยังดูมีอายุ 30 ในสายตาของลูกเสมอ ขอให้แม่ดูแลรักษาสุขภาพของแม่ให้ดีด้วยนะคะ ลูกคิดถึงแม่มากๆและไม่อาจรอวันที่จะได้กลับมากินอาหารจากฝีมือของแม่ได้
ของขวัญวันเกิดของแม่จะได้รับในเร็วๆน

สุขสันต์วันเกิดจ้า..า..ที่รัก

ครูกรุง


วันนี้.....เป็นวันเกิด ของเธอ
ฉันไม่มี ของขวัญเลิศเลอจะมอบให้
มีแค่ความ...รักยิ่ง และจริงใจ
กับสี่ห้อง หัวใจ มอบให้เธอ
มีความสุข ในวันเกิด นะคนดี
ฉันคนนี้ ยังเคียงข้าง เธอเสมอ
วันข้างหน้า ไม่ว่าอะไร ที่ต้องเจอ
จะมีฉันและเธอ..ตลอดไป
สุขสันต์วันเกิดจ้า..า..ที่รัก

ภาพโป๊สื่อปรองดอง

เชษฐภัทร วิสัยจร


รูปโป๊ในสภา
ย่อมสื่อว่าอยากปรองดอง
เสื้อเหลืองเสื้อแดงมอง
ตาเป็นมันฉันอยากดู
ถอดเสื้อทุกสีพลัน
ภาพในฝันนั่นเป็นครู
ภาพโป๊สิเลิศหรู
เร่งสื่อรักสามัคคี

กราบแทบเท้าขอบพระคุณพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด

อนงค์นาง


ลูกเกิดมาโชคดีมีพ่อแม่
ความรักแท้จากท่านสุดหรรษา
อ้อมกอดแม่อบอุ่นหนุนชีวา
พ่อเลี้ยงมาด้วยรักประจักษ์ชีวิน
ส่งเสียให้เล่าเรียนหัดเขียนอ่าน
อย่าเกียจคร้านประหยัดจัดทรัพย์สิน
ทำงานรับใช้ชาติปราศมลทิน
กลับคืนถิ่นอีสานบ้านเกิดตน
คิดถึงบ้านจากมาชะตาลิขิต
สู้ด้วยจิตมั่นคงไม่สับสน
พลังใจมากมายไม่พ่ายตน
หมั่นฝึกฝนคิดทำแต่กรรมดี
แม้มีล้มมีลุกคลุกคลานบ้าง
ธรรมะข้างดวงจิตไม่คิดหนี
แก้ปัญหาที่พบประสบมี
ผลความดีอย่าหลงทะนงตน
น้อมตนรับใช้มนุษย์สุดสงสาร
ใจเบิกบานหมั่นสร้างทางกุศล
ลดอัตตาปล่อยไปไม่อับจน
ด้วยหลุดพ้นทิฐิสติครอง
ชีวิตนี้ดีใจที่ได้ทดแทนพระคุณแผ่นดินไทย  ได้รับใช้เบื้องพระยุคลบาทด้วยการรับราชการ รับใช้ประชาชนค่ะ  ได้ร่วมถวายพระพรในวันเฉลิมพระชนมพรรษา
ทดแทนพระคุณพ่อแม่ ด้วยการเป็นลูกที่ดี
วันนี้ 23 เมษายน หัวหน้ากับเพื่อนร่วมงานให้การ์ดอวยพรกับล้อตเตอรี่สี่ใบ อนงค์นางเลี้ยงขอบคุณด้วยอาหารจีนเป็นมื้อเที่ยงค่ะ
พรุ่งนี้24 เมษายน เป็นวันหยุดจะโทรขอพรจากแม่และพี่ๆ
ทำวัตรเช้าสวดมนต์ที่บ้าน (ปกติเราไปทำบุญตักบาตรที่วัดทุกวันอาทิตย์ค่ะ) สามีกับลูกไปทำงาน ไปโรงเรียนแล้ว จะทำความสะอาดบ้าน ทำอาหารมื้อเ

วันโลกแตก...

คีตากะ


อีกห้าสิบเอ็ดปี...โลกพินาศ
อากาศธาตุขาดหายมลายสูญ
มวลมนุษย์สัตว์โลกโศกาดูร
ด้วยเหตุมูลบาปหนาฟ้าลงทัณฑ์
อีกห้าสิบเอ็ดปี...โลกวิบัติ
คลื่นโถมซัดกลืนฝั่งครั้งมหันต์
สรรพชีพเลือนลับนับอนันต์
โลกถึงวันแตกดับลับละลาย
อีกห้าสิบเอ็ดปี...โลกกลียุค
อัคคีลุกทั่วถิ่นสิ้นสลาย
เผาผลาญโลกเป็นจุลสุดวุ่นวาย
โลกกลับกลายว่างเปล่าเศร้าจาบัลย์
อีกห้าสิบเอ็ดปี...โลกนี้แตก
แผ่นดินแยกทั่วแดนแสนโศกศัลย์
คนสัตว์พืชลับหายกลายสูญพันธุ์
เพราะชนนั้นบาปหนักเกินจักทาน
อีกห้าสิบเอ็ดปี...มีทางรอด
หากคนปลอดทุศีลทุกถิ่นสถาน
มุ่งบำเพ็ญความดีมีเจือจาน
วันอวสานคงห่างไกลได้ปรีดา....

ปิ่มว่าหัวใจสลาย

din


ได้รับข่าวร้ายของเพื่อนรุ่นน้องคนหนึ่ง
ซึ่งกลับไปเยี่ยมบ้านเมื่อสงกรานต์
แต่ขณะเดินทาง  มีรถมอเตอร์ไซด็แซงขึ้นมา
แล้วปาดหน้าเพื่อจะเข้าเส้นทางอย่างกระทันหัน
รถที่สามีเพื่อนขับจึงหักหลบ
รถตกไหล่ทาง และพลิกคว่ำ
สามีเพื่อนได้รับบาดเจ็บสาหัส
ขณะนี้ยังอยู่ในเอ.ซี.ยู
เพื่อนกระดูกไหปลาร้า และขาหัก
แต่ลูกสาวเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ
ส่วนรถไม่ต้องพูดถึง พังยับไม่เหลือชิ้นดี
ขณะที่เขียนอยู่นี้ยังไม่ได้พบเพื่อน
เพราะยังอยู่โรงพยาบาลที่ต่างจังหวัด
ทราบเพียงว่าสามีของเพื่อนอาการยังไม่ดี
และจนป่านนี้ก็ยังไม่ทราบว่า
ลูกสาวคนเดียวเสียชีวิตไปแล้ว
เพื่อนเป็นคนที่เลี้ยงลูกผูกพันใกล้ชิด
นัวเนียอยู่กับตัวเองตลอด
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเพื่อนนั้น
ทำให้คิดถึงคำว่า  "ปิ่มว่าหัวใจสลาย"
เมื่อสงกรานต์เวียนมาอีกคราหนึ่ง
แม่ยังหวนทวนคะนึงถึงความหลัง
เจ้าถือปืนฉีดน้ำฉ่ำชื่นจัง
วิ่งตึงตัง...เสียงลูก...ที่ผูกพัน
รับส่งเจ้าเข้าโรงเรียนขีดเขียนอ่าน
เล่านิทานให้หลับไปกับฝัน
เคยอาบน้ำป้อนข้าวเจ้าชีวัน
ยามโศกศัลย์...โลมลูบ...จูบเจ้าจอม
เคยฟังเจ้าฉอเลาะออเซาะแม่
หลอกตุ๊กแกยื่นหน้ามาให้หอม
เมื่อเนื้อเย็นเล่นซนจนแมมมอม
แม่

ถนนสายสงกรานต์

อิสรชัย รัตน


เริ่มตำนาน “ข้าวสาร” ถนนคนลือเลื่อง
เกิดชื่อนามกระเดื่องทุกถิ่นที่
ต่างมุ่งมา สงกรานต์ ข้าวสารดี
ทุกทุกปี ต่างชาติมุ่ง เมืองกรุงไทย
เลยเกิดชื่อ “ข้าวเหนียว” ถนน คนขอนแก่น
ยึดเป็นแกน แดนสงกรานต์ ในเมืองใหญ่
ให้ทุกคน มุ่งมา สำราญใจ
ผสานความเป็นไทย ใจรวมพล
“ถนนข้าวหลาม” ชลบุรี มีความสุข
คนสนุก สงน้ำ ไล่ความหม่น
คู่ข้าวหลาม เลื่องชื่อ คือหนองมน
สร้างชื่อชล ให้ขจร  กระจายไกล
“ข้าวสุก” ชื่อถนน บนวิถี
ให้อ่างทอง มีดี กว่าที่ไหน
สาดน้ำกัน มันดีวิถีไทย
“ข้าวทิพย์” ไม่ไกล จันทบุรี
หากชมชอบ “ข้าวแต๋น” แล่นไปน่าน
หรือเมืองม้า หน้าด่าน ลำปางที่
ชื่อเหมือนกัน คงมั่น มากไมตรี
สงความสุข ทุกที่ แม้เปียกปอน
“ถนนข้าวปุ้น” ลุ้นหน่อย ริมลำโขง
นครพนม สุดโต่ง โก่งเสียงสอน
เชิญมาเล่น สาดน้ำ ริมธารนอน
อยู่สลอน สนุกนัก มิพักกาย
“ข้าวเปียก” เรียกหาไหน “ข้าวแช่”
สนุกแท้ ที่อุดร อย่าหนีหาย
เช่นปทุม ธานีนั้นมิผันกาย
เล่นน้ำคือทักทาย สบายครัน
“ข้าวกล่ำ” กาฬสินธุ์ ถิ่นคนแกร่ง
“ข้าวเม่า” แหล่ง สาดน้ำ สงครามขัน
มหาสารคาม มาเที่ยว ต่างรู้กัน
เป็นความมันแสนสนุกทุกทุกปี
มุกดาหาร ความมัน นั้น“ข้าวโป่ง”
ไม่เคยโล่ง คนแน่น ไป

วันมหาสงกรานต์

สุนทรวิทย์


สิบสาม  เมษายน
ฤกษ์มงคล  ดลดิถี
บรรจบ  ครบอีกที
ประเพณี  ปีใหม่ไทย
หฤหรรษ์  วันสงกรานต์
เทศกาล  งานยิ่งใหญ่
พี่น้อง  ผองไผท
เบิกบานใจ  เปล่งไชโย
ตื่นเช้า  เข้าวัดวา
แต่งกายา  งามอ่าโอ่
ตักบาตรพระ  อิ่มมโน
จิตสุโข  ดับโกรธา
ทำบุญ  หนุนชีวาตม์
เสริมอำนาจ  วาสนา
สายหน่อย  ปล่อยนก,ปลา
ต่อชะตา  อายุตน
ถนน  คนกรีธา
เสียงเฮฮา  โกลาหล
เล่นน้ำ  ฉ่ำกมล
ไทย,เทศล้น  อลเวง
สู้ร้อน  ด้วยผ่อนคลาย
เหล่าหญิง,ชาย  หายคร่ำเคร่ง
บ้างร้อง-รำทำเพลง
ต่างครื้นเครง  เปล่งประชัน
มากมาย  หลายเวที
เลือกเทพี  ศรีคิมหันต์
แน่งน้อย  นับร้อยพัน
วิลาวัณย์  กันสมวัย
สงกรานต์  สราญสุข
แสนสนุก  ทุกสมัย
รื่นรมย์  สมฤทัย
สืบสานไว้  ให้ยืนยง
หน้า / 37  
ทั้งหมด 613 กลอน