กลอนครบรอบ

รำลึก 12 ปี ความทรงจำอันโหดร้าย

ศรีสมภพ


9 / 11 ...ความทรงจำอันโหดร้าย


เจ้านกเหล็ก! มหากาฬทะยานพุ่ง
มันหมายมุ่งผิดแผกแปลกนักหนา
ข้ามห้วงฟ้ามหานคร ฝืนร่อนฝ่า ที่หมายหน้า พุ่งทะลวงทะลุตึก เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ เลอเลิศหรา ตึกระฟ้า อ่าโอ่มโหระทึก กลางนิวยอร์ค ยอดเด่นเห็นแท่งตึก เสียงก้องกึก! ..ตึกทรุดล้มถล่มทลาย ภาพช๊อคโลก ตระหนกใหญ่ให้ฉงน ไม่คาดคิดจะได้ยลบนโลกได้ เป็นภาพจริงหรือฝัน นั่นอย่างไร ? ไม่เข้าใจในเหตุชัด อุบัติกาล ! เหตุแห่งจริง นิ่งสดับกลับแปรเปลี่ยน เริ่มบทเรียนมวลมนุษย์สุดหวาดหวั่น พยาบาทอาฆาตเห็น เข่นฆ่ากัน โลกเดือดพล่านสานปมขัด ศาสนา.. ต่างระแวงตื่นระวัง หลังจากนั้น แบ่งฝ่ายกันฟันฟัด จัดไล่ล่า โค่นซัดดัม บินลาดินสิ้นชีวา ปลาใหญ่กว่าอ้าปากกิน สิ้นปลาน้อย ! 12 ปี.. ที่ผ่านมันยังย้ำ ว่าศีลธรรมมนุษย์สุดเสื่อมถอย แก่นแห่งศาสน์ปลาสนาการ มันเถื่อนถ่อย เพื่อปลดปล่อยหฤโหด โปรดความใหญ่ ! ทุกศาสนา ต่างสอนดีให้หนีชั่ว ทำตนตัว ชั่วหรือดีมีตราไว้ พวกนอกรีต.. คิดห้ำหั่นให้บรรลัย ไม่เข้าใจ..ไฉนเป็นถึงเช่นนี้ ? เจ้านกเหล็ก ! มหากาฬเมื่อวันก่อน เจ้าอย่าย้อน มาหลอนซ้ำย้ำวิถี สมานฉันท์ กันทุกศาสน์ปัดไพรี ให้โลกนี้ หลากสีสัน..และมั่นคง ! ค

รำลึก สืบ นาคะเสถียร

ศรีสมภพ


เช้าวันนี้.. เมื่อ ๒๓ ปีก่อน
ระลึกย้อนตอนนั้น เหตุการณ์หนึ่ง
กลางใจป่าห้วยขาแข้งแห่งคะนึง
ปืนนัดหนึ่งซึ่งหาญหัก.. ร่างนักสู้ !

ร่างนักสู้ ผู้ตรากตรำทำงานหนัก
ถูกกระชากวิญญาณมิทานได้
อัตวินิบากกรรมที่ทำไป
เพื่อตั้งใจปลุกชาวโลก.. ชะโงกมอง !
ชะโงกมอง ผืนป่า.. “ ห้วยขาแข้ง “ ถูกฤทธิ์แรงทุนสามานย์ผลาญผยอง โหมล่าสัตว์ตัดไม้ดั่งใจปอง วางกล้ามผ่องมองข้ามหัว.. ไม่กลัวเกรง ! ไม่กลัวเกรง กฎหมายในบัญญัติ ป่าถูกตัดสัตว์โดนล่า กล้าอวดเบ่ง อำนาจเงินอำนาจรัฐ กัดตัวเอง ไม่กริ่งเกรงดินฟ้า.. กล้าท้าทาย ! กล้าท้าทาย อุดมการณ์อันฉกาจ ความเด็ดขาดจึงป่าวร้องก้องขยาย เจตนารมณ์ที่ล้มร่างให้วางวาย เพื่อกระจายความร้ายกาจ.. ให้รู้กัน ! ให้รู้กัน กับมนุษย์ที่สุดชั่ว ไม่เกรงกลัวบาปกรรมที่ทำนั่น ใช้ความเขื่องเรืองอำนาจ ฉกาจฉกรรจ์ ไล่ฆ่าฟันสัตว์และป่า.. น่าสมเพช ! น่าสมเพช เวทนาป่าและสัตว์ อนุรักษ์ถูกจำกัดปัดเป็นเศษ อำนาจใหญ่เป็นนายป่าน่าทุเรศ สัตว์ป่าเสร็จ สะเด็ดผอง.. ร้องระงม ! ๑ กันยา.. เช้าวันนี้มีรำลึก เพื่อย้อนนึกถึงร่างหนึ่งซึ่งเคยล้ม สืบ นาคะเสถียร ..เจตนารมณ์ เขาได้สมอุดมการณ์ ..นิรันดร !! สืบเอย.. เจ้าจากไปไม่สูญเ

ไม่ซื้อ ไม่ล่า ไม่หาสัตว์ป่ามาเป็นอาหาร

ศรีสมภพ


“ ไม่ซื้อ ไม่ล่า ไม่หาสัตว์ป่ามาเป็นอาหาร "
ขอกราบกรานวานไหว้ในวิถี
วิถีกิน วิถีอยู่ ..ให้ดูดี
ควรปรานีสัตว์ป่า..เมตตาธรรม
เขากับเราล้วนรวม.. อยู่ร่วมโลก
ร่วมสุขโศกโลกใบเดียวที่เกี่ยวล้ำ
มีชีวิตลิขิตเห็น เป็นตามกรรม
มิควรทำล่วงกรรมกัน บั่นชีพวาย..!!
" ฝนโปรยไพร ใจกลางป่า "
พรมจากฟ้ามาเป็นสาย
ชุ่มแผ่นผืนชื่นกระจาย
เหล่าสัตว์หลายได้อาบกิน
ดิน-น้ำ-ป่า ..มาแจงจัด
ให้ส่ำสัตว์สมถวิล
สร้างนิเวศน์เบ็ดเสร็จสิ้น
ธารหลั่งริน.. ดินป่างาม !!
" สืบ นาคะเสถียร แสงไฟที่ไม่มีวันดับ "
เปล่งระยับเคลื่อนขับข้าม
ยิ่งนานเนายิ่งวาววาม
สร้างนิยาม..ความรักป่า
คงโชติช่วงชัชวาล..
อีกเนิ่นนานในอาณา
ประกายแสงอันแรงกล้า
ป้องสัตว์ป่า.. สง่างาม !!
 

รำลึก สืบ นาคะเสถียร ตอนที่ 4

ศรีสมภพ


บทกวีนำเสนอเพื่อรำลึก ก้าวสู่ ๒๔ ปี ...สืบ นาคะเสถียร

เรื่องที่ ๔ สุดสลด ..คชสาร

ไอ้มนุษย์ ! ตัวนิดๆ พิษช่างร้าย
มันทำลายทุกสิ่งอย่างที่ขวางหน้า เพื่อนร่วมโลกเล็กหรือใหญ่ไม่ยอมรา เข้าเข่นฆ่า เฉือนเชือด.. อย่างเลือดเย็น คชสาร.. ตัวใหญ่ๆ ในป่ากว้าง เดินย่องย่างหากินถิ่นลึกเร้น เป็นเจ้าป่าร่างใหญ่ไม่ลำเค็ญ ใครกล้าเข่น ได้เห็นดีทุกทีไป ย้อนช้างศึก คึกคักหักการรบ เข้าสยบไพรีคร้ามสนามใหญ่ สัตว์ราชาสง่างามยามย่างไป ร่วมชิงชัยเหยียบค่ายขุม คุ้มบ้านเมือง ! ช่วยกอบกู้เอกราชอย่างชัดชี้ เห็นสุดๆ ยุทธหัตถีที่ลือเลื่อง ไชยยานุภาพ! ปราบพม่าล่ากลับเมือง ชาติประเทืองเรืองโรจน์ปรากฏชัด ข่าวฆ่าช้างเพื่อเอางา ..ป่าสะท้าน แก่งกระจาน มนุษย์ไหน ? หนอใจสัตว์ เมนูเด็ด สนองใจให้ต่างชาติ เนื้อช้างใหญ่ใบสั่งจัด ..ภัตตาคาร ไอ้มนุษย์ ! ตัวน้อยนิดพิษสุดร้าย ล้มสัตว์ใหญ่ใช้อาวุธสุดจะต้าน เนรคุณผู้กอบกู้ หลู่ตำนาน สัตว์คู่บ้าน ! ผลาญได้ไง ? จัญไรจริงๆ @@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@ “พระราชินี”เสียพระทัยช้างป่าแก่งกระจานถูกฆ่าเผาเอางา เชิญพระราชเสาวนีย์ถึง “อธิบดีอุทยานฯ” เร่งแก้ปัญหา แฉขบวนการ เหี้ยมเร่งไล่ล่า เปิดเผยความ

รำลึก สืบ นาคะเสถียร ตอนที่ 3

ศรีสมภพ


บทกวีนำเสนอเพื่อรำลึก ก้าวสู่ ๒๔ ปี ...สืบ นาคะเสถียร
เรื่องที่ ๓ ลิง-ค่าง-บ่าง-ชะนี ..หนีคนหาพ้นไม่.!!. 
ลิงทะโมน.. กระโจนไพร
เจ้าถูกไล่จากชายป่า
พรานร้ายไล่ยิงมา
หมดแรงล้าผวาผวาด
ลูกน้อยในอ้ออมอก
เลือดก็ตกกระเซ็นสาด
กอดลูกไว้จนใจขาด
น่าอนาถ แม่ลิงเอย.!..
เจ้าค่าง.. เก้งก้างนัก
โหนย้ายยักหนักจริงเอ่ย
ยอดไม้ซ่อนไม่เผย
มือเจ้าเลยต้องเชยช้อน
คนเชือดเอาเลือดเจ้า
เนื้อคลุกเคล้าหมักไว้ก่อน
" ยาส้มค่าง " วางวายมรณ์
พรานร้ายต้อนยิงตกมา.!..
เจ้าบ่าง.. ที่ช่างยุ
คนลือกุ ลุคุณค่า
เลือดเนื้อเชื่อราคา
บอกเป็นยาปลุกกำลัง
ตัวคล้ายกระรอกบิน
โดนย่างกินเลือดรินหลั่ง
อนาถแท้แม้แต่หนัง
เขาก็ยังไม่ทิ้งเลย.!..
ชะนีน้อย.. มือห้อยโหน
แกว่งตัวโยนบนไม้เฉย
ดูสนุกสุขจุงเบย
ตัวเจ้าเลยเลิศราคา
คนพรากจากป่าใหญ่
ร้องโหยไห้ไม่อยากมา
เรียกพ่อจ๋า และแม่จ๋า
ช่วยลูกหนา ..โหยหาไพร.!..
ลิง-ค่าง-บ่าง-ชะนี
ล้วนมากมีในป่าใหญ่
มนุษย์สุดใจร้าย
สาดปืนใส่ไม่นำพา
ก็รักตัวกลัวตายนั่น..
ไยคนนั้นมาบั่นฆ่า
หลงใหลให้ราคา
กิเลสหนา.. หนอมนุษย์ !!
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
ขอเรียนเชิญนักปั่นทุกท่าน ทุกชมรม
ร่วมปั่นร

รำลึก สืบ นาคะเสถียร ตอนที่ 2

ศรีสมภพ


บทกวีนำเสนอเพื่อรำลึก ก้าวสู่ ๒๔ ปี ...สืบ นาคะเสถียร

เรื่องที่ ๒ " สาบเสือ ..ใช่สาบสาง " 

สาบเสือ.. เหนือป่าในอาณัติ
เหยื่อข้องขัดเกินหยัดยืนจะฝืนได้ สองหูผึ่งถลึงตา..ผวาภัย กลัวเสือใหญ่ไล่ตะปบหลบไม่ทัน ธรรมชาติสร้างสัตว์อยู่คู่กับป่า ต่างพึ่งพาอาศัยไม่แปรผัน มีผู้ล่า ผู้ถูกล่า ..สารพัน เห็นแจ้งชัด ถูกจัดสรรมานานนม ในระบบนิเวศน์ขอบเขตป่า.. สัตว์มีค่าหลากพันธุ์ผสานผสม วัฏจักรหมุนเวียนไปคล้ายวงกลม มีเกิดล้มไปตามกฎ ไม่หมดตัว สาบเสือ.. ตาใสๆ บริสุทธิ์ สาบมนุษย์ นั้นเหม็นกว่ากล้าทำชั่ว บั่นชีวิตสัตว์เหล่าเอาหนังหัว ไม่หวั่นกลัวบาปกรรมที่ทำมา สาบเสือ.. เชื่อได้ไม่สาบสาง เช่นคนกร่างชอบสนุกทุกการฆ่า สัตว์นรกสุดโหดร้าย ไม่นำพา กิเลสหนากว่าสัตว์ใหญ่ ใจช่างดำ.. สาบเสือ.. เหนือผืนป่าดารดาษ ธรรมชาติแจงจัดฉลาดล้ำ เป็นระบบครบนิเวศน์วิเศษธรรม คงความงามตามโลกสรร.. เช่นนั้นเอง !! ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐ ปี 2555 พบเสือโคร่งในป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งมากกว่า 90 ตัว แต่ผู้เชี่ยวชาญยังหวั่นเสือถูกล่า เนื่องจากมูลค่าทางเศรษฐกิจของเสือยังสูง หลังมีคนต้องการครอบครองมาก... สถานก

รำลึก สืบ นาคะเสถียร ตอนที่ 1

ศรีสมภพ


บทกวีนำเสนอเพื่อรำลึก ก้าวสู่ ๒๔ ปี ...สืบ นาคะเสถียร
เรื่องที่ ๑ " คู่รักอมตะ " 
รักแท้..ที่มีให้ 
ในโพรงไม้ซบไออุ่น
คาบเหยื่อมาเจือจุน 
อย่างเนื่องหนุนไม่เหนื่อยหน่าย
เมียลูกผูกรักมั่น 
เหยื่อป้อนปันปากโพรงไม้
เร้นลับบินนับไกล 
รังปลอดภัย ไม่เคยท้อ
หัวเเรงแห่งครอบครัว 
ใจเกินตัวหัวอกพ่อ
รักแน่ จริงแท้หนอ 
แม่ลูกรอ พ่อกลับมา
วันใด.. พ่อไม่กลับ 
ถูกคนจับ หายลับหน้า
บ้านโพรงก็โล่งตา 
ลูกเมียลา ตายตามไป
รักแท้ ..ที่โลกเห็น 
ป่าลับเร้นเป็นไปได้
นกเงือก เทือกพงไพร 
รักยิ่งใหญ่..คนอายจัง !
น่าสลดสุดหดหู่
หัวนกหรู.. อยู่ผนัง
ฆ่าเขาตายใจร้ายจัง
แขวนหัวตั้งช่างทารุณ..
แขวนหัวท่าน..เช่นนั้นบ้าง
คงหมดกร่าง เหมือนดังหุ่น
สังเวชกิเลสหนุน
นกมีคุณ ..การุณเทอญ !!
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
... นกเงือกเป็นนกผัวเดียวเมียเดียว จะมีการเกี้ยวพาราสี เมื่อตัวเมียเข้าไปอยู่ในโพรง จะทำความสะอาดแล้วเริ่มปิดปากโพรง ด้วยวัสดุต่าง ๆ เช่น ดิน เปลือกไม้ ตัวเมียจะผสมวัสดุเหล่านี้กับมูลของมันเอง เมื่อปิดปากโพรงจึงเหลือเพียงช่องแคบ ๆ ตัวเมียจะขัง ตัวอยู่ภายในเพื่อออกไข่เลี้ยงลูก ตัวผู้จะทำหน้าที่ดูแล

บรมครูกลอนสุนทรภู่

เปลวเพลิง


ข้าฯเรียงร้อยถ้อยคำน้อมคำนับ
เสนาะศัพท์กานท์กวินแผ่นดินสรวง
มโนมัยเครื่องหอมน้อมบำบวง
จากแดดวงมอบสู่ครูกวี
หวานเพลงปี่พระอภัยฯไม่สร่างสิ้น
ขับกล่อมจินต์ด้วยกลอนอักษรศรี
สักวาพร้อมพรักสามัคคี
นิราศมีอรรถรสสะกดใจ
“ศรีสุนทรโวหาร” กาพย์กานท์เลิศ
ชนชูเชิด “ท่านภู่” ครูยิ่งใหญ่
ร่ายคมคำเข้มขลังฝังโลกัย
จารฝันใฝ่กวีวากย์อย่างพากเพียร
ทิ้งมรดกวรรณคดีที่อมตะ
อักขระจารึก ฝึก คัด เขียน
แม้นนับนานผ่านฉนำมาจำเนียร
ก็มิเปลี่ยน “ศรีสุนทร” ให้คลอนคลาย
คม “โวหาร” หวิวไหวในความคิด
กำซาบจิตหวานหูมิรู้หาย
“ภู่” คลึงเคล้าเสาวคนธ์กล่นกำจาย
สู่หญิงชายที่รู้จักรักบทกลอน
ข้าฯเรียงร้อยถ้อยคำน้อมคำนับ
เสนาะศัพท์ตราตรึงซึ้งอักษร
จำหลักจิตจินตนาด้วยอาวรณ์
เทิดนามกร “สุนทรภู่” ไว้บูชา
...........................................
เนื่องในวันสุนทรภู่
๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๖

มธุรสวาที มุขมณีของสุนทรภู่ โดย ศรีปาด

ศรีปาด เฟสเก่าโดนระบบลบเฉยเลย


๏ กราบกวี ศรีกลอน สนทรภู่ 
ขอกราบครู ครอบกานท์ ด้วยงานเขียน
จำสำเนียง เสียงครู มาชูเพียร
และฝึกเขียน คำกลอน ถึงตอนนี้
๏ กลอนของครู เคร่งครัด เรื่องจัดสร้อย 
สำเนียงถ้อย ทับผูก ท่านถูกศรี
สัมผัสใน ใส่เน้น ต้องเห็นมี 
สามไปสี่ ห้าไปเจ็ด สำเร็จพลัน
๏ รูปอักษร ซ่อนเสียง ท่านเรียงถ้อย 
ท่านต่อห้อย หันหก ไม่ตกผัน
บาทสองสี่ มีอักษร ไว้ซ่อนกรรณ 
สำเนียงนั้น แนบเนื้อ ไม่เชื่อดู
๏ ท่านไม่ส่ง เสียงตรี ที่บาทสอง 
เสียงไม่คล้อง เคียงกัน จักคันหู
จัตวา มาซุก ให้จุ๊กกรู 
ดนตรีครู ขานเพราะ เสนาะคม
๏ ท้ายบาทแรก แทรกโท มาโห่ห้อย 
จบบทร้อย รับสามัญ จึงผันสม
อย่าไปซัด จัตวา ไม่น่าชม 
สูงระงม เงยโหน เดี๋ยวโดนปา
๏ คำสัมผัส จัดนิยม ผสมสร้อย
ท่านมักต้อย แต่งเสียง อัน. ไว้ผันหรา
อวม. อิ. อบ. หลบเสียง ไม่เรียงมา 
เสียงมันว้า วุ่นหยูก ไม่ผูกใย
๏ มักอุทาน ขานโชว์ ว่าโอ้เอ๋ย 
คงคุ้นเคย คำอยู่ เพราะครูไหล
โอ้บาปกรรม น้ำนรก ที่หมกใจ 
ท่านกล่าวไว้ ว่าเอ๋ย ก็เคยลอง
๏ กลอนตลาด ปราชญ์โลก โขยกฟ้า 
ให้รากหญ้า ยิ่งใหญ่ วิไลผอง
ระบือบ้าน ย่านตลาด ระบาดคลอง 
ต้องหันมอง หมั่นถือ หนังสือแล
๏ อันร้อยกรอง มองกาล ที่นานเก่า 
มีแต

รำลึก ๒ ปี หลวงตามหาบัว...

ศรีสมภพ


๓๐ มกราฯ  ๒๕๕๔..
สิ้นวิถี แห่งสังขารนิพพานสุด
ของหนึ่งสงฆ์ ผู้ปลงได้ในมนุษย์
สาวกพุทธ..พิสุทธิ์ใสในประเทศ
ญานสัมปันโน.. พระโพธิสัตว์
มาขจัดปัดเป่า เหง้ากิเลส
ปุถุชนได้พ้นทุกข์ปลุกสังเวช
ชี้เห็นเหตุ กิเลสตัณหา อุปาทาน..
...
คือหลวงตามหาบัว ชั่วดีพ้น
บำเพ็ญตน สมถะละถิ่นฐาน
ออกธุดงค์ ตรงสู่ป่าหาอาจารย์
" หลวงปู่มั่น " กลั่นกรองศิษย์สอนวิชชา
บรรลุกิจสัมฤทธิ์ผลแห่งตนนั้น
ก็ด้นดั้นสู่บ้านตาด สร้างวัดป่า
เพื่อสั่งสอนขัดเกลาชาวประชา
สร้างศรัทธาสาธุชน ..สาธุธรรม
ต้มยำกุ้ง ! ..ถลุงเงินเกินเป่าปัด
ประเทศชาติล่มจมหนี้ถมซ้ำ
ได้ผ้าป่าหลวงตาฝ่าฟันนำ
ศรัทธาธรรมนำชาติพ้น.. คนสามัคคี
ละหลุดพ้นในตนกู ..สู่ปรมัตถ์
ละสมบัติหลายหมื่นล้าน ผ่านวิถี
ละทิ้งหมด ปลดปลงลงตัวดี
ละโลกนี้ ไม่มีโลกหน้า.. นิพานัง
หลวงตาบัว.. ละสังขารผ่านบรรจบ
๒ ปีครบอริยเจ้า ..เล่าแลหลัง
อยู่ในศีลกินในธรรมตามสอนสั่ง
จะงดงามถึงท่ามกลาง ..ยังเบื้องปลาย !!
*********************************
ร่วมรำลึก.. ครบรอบ ๒ ปี การละสังขารของ..
พระอริยสงฆ์เจ้า ผู้สร้างคุณูปการให้แก่สังคม และประเทศชาติ ..
" หลวงตามหาบัว ญานสัมปันโน "
๓๐ ม.ค.๕๖

แปดสิบห้าพระชนมพรรษาอาศิรวาท

ตราชู


ขอเดชะ พระบดินทร์นรินทร์นาถ
มิ่งขวัญชาติ ขวัญชน มงคลขวัญ
จำรูญเรืองเลื่องหล้าคือราชัน
ธรานันทน์ด้วยพระเดชภูเบศวร์บดี
ทุกตำแหน่งแห่งหนทรงด้นดั้น
ธ รังสรรค์ทศทิศวิศิษฏ์วิถี
แจ่มบรรเจิดเกิดก่อพระกรณีย์
ดั่งวารีโปรยปรายสุหร่ายริน
เอกราชาหาใดมิได้เหมือน
รำลึกเตือนตรึงตราประชาถวิล
“ไทย” เผ่าพงศ์จงรักจำหลักจินต์
พระเป็นปิ่นเลิศดิลกพสกมวล
สรวมอำไพพระตรัยรัตน์ประภัสสร
ถวายพระพรไพจิตรพิพิธถ้วน
ดำเกิงเกรียงเที่ยงแท้ไป่แปรปรวน
นริศวรทรงรัชย์ร่มฉัตรทอง
ฤกษ์เอาฬารวารวันพระชันษา
แปดสิบห้าพรรษภาส ทวยราษฎร์ฉลอง
น้อมประณตบทบงสุ์ประสงค์ปอง
ขอไท้ครองไทยมั่นนิรันดร์เทอญ
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า นายชูพงค์ ตรีวัฒน์สุวรรณ
ประพันธ์ถวายด้วยความจงรักภักดียิ่ง พระพุทธเจ้าข้า

9 / 11 ...ความทรงจำอันโหดร้าย

ศรีสมภพ


เจ้านกเหล็ก! มหากาฬทะยานพุ่ง
มันหมายมุ่งผิดแผกแปลกนักหนา
ข้ามห้วงฟ้ามหานคร ฝืนร่อนฝ่า
ที่หมายหน้า พุ่งทะลวงทะลุตึก
เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ เลอเลิศหรา
ตึกระฟ้า อ่าโอ่มโหระทึก
กลางนิวยอร์ค ยอดเด่นเห็นแท่งตึก
เสียงก้องกึก! ..ตึกทรุดล้มถล่มทลาย
ภาพช๊อคโลก ตระหนกใหญ่ให้ฉงน
ไม่คาดคิดจะได้ยลบนโลกได้
เป็นภาพจริงหรือฝัน นั่นอย่างไร ?
ไม่เข้าใจในเหตุชัด อุบัติกาล !
เหตุแห่งจริง นิ่งสดับกลับแปรเปลี่ยน
เริ่มบทเรียนมวลมนุษย์สุดหวาดหวั่น
พยาบาทอาฆาตเห็น เข่นฆ่ากัน
โลกเดือดพล่านสานปมขัด ศาสนา..
ต่างระแวงตื่นระวัง หลังจากนั้น
แบ่งฝ่ายกันฟันฟัด จัดไล่ล่า
โค่นซัดดัม บินลาดินสิ้นชีวา
ปลาใหญ่กว่าอ้าปากกิน สิ้นปลาน้อย !
ครบสิบปี.. ที่ผ่านมันยังย้ำ
ว่าศีลธรรมมนุษย์สุดเสื่อมถอย
แก่นแห่งศาสน์ปลาสนาการ มันเถื่อนถ่อย
เพื่อปลดปล่อยหฤโหด โปรดความใหญ่ !
ทุกศาสนา ต่างสอนดีให้หนีชั่ว
ทำตนตัว ชั่วหรือดีมีตราไว้
พวกนอกรีต.. คิดห้ำหั่นให้บรรลัย
ไม่เข้าใจ..ไฉนเป็นถึงเช่นนี้ ?
เจ้านกเหล็ก ! มหากาฬเมื่อวันก่อน
เจ้าอย่าย้อน มาหลอนซ้ำย้ำวิถี
สมานฉันท์ กันทุกศาสน์ปัดไพรี
ให้โลกนี้ หลากสีสัน..และมั่นคง !
๑๑ ปี ..เหตุสยองของมวลมนุ

มาลัยกรอง มะลิแก้ว มัลลิกา

วิสกี้ เลอ ฟองเบียร์


มาลัยกรองมะลิแก้ว .........มัลลิกา
เฟื่องสุคันธมาลา..............เลิศฟุ้ง
ประนมประณตวันทนา........ทะนุเทิด ทูนนอ
นิรมิตค่าประดุจรุ้ง.............ประดับร้อยดารา
มัลลิกากลั่นกลิ่นเกลี้ยง......กรุ่นกมล
เสมอมิ่งมหามงคล............ค่าฟ้า
พิพิธพรพิพัฒน์ผล.............พระมิ่ง แม่เอย
ถวายพระมารดาหล้า..........เลิศล้ำเกษมกุศล
พระเพียงฝนพร่างฟ้า.........ผลาญไฟ
ฝ่าวนัสเคียงภูวนัย............เนิ่นโน้น
ดับร้อนพสกนิกรไทย........ทวีสุข
แผ้วทุกข์ภัยผลาญโพ้น.....ผ่องพ้นภัยพาล
พลทหารตำรวจร้อน.........รับภัย พาลเอย
ป้องปกปักประเทศไทย.....ถิ่นไท้
ชายแดนเลือดชายใด.......ชโลมรด รักษ์พ่อ
พระแม่ชูเชิดไว้...............สวัสดิ์ด้วยเสาวนีย์
ชุบชีวาตม์ชาติเชื้อ ...........ชนไทย
เลี้ยงชีพชอบเชิดชัย.........โชติแล้ว
งามมัดหมี่หม่อนไหม........มุ่งจัก สานนา
เกษตรพณิชหัตถกรรมแพร้ว...เพริศพริ้งศาสตร์ศิลป์
ศิลปินศิลปะสร้าง.............ศิลป์ศรี
พระส่งเสริมศิลปี..............ประดับหล้า
อธิคุณพระราชินี...............นวราช
นิรมิตศิลป์เรืองฟ้า............เฟื่องฟุ้งสยามสมัย
น้ำพระทัยพระแม่ล้ำ.........เลอชลา
ไหลหล่อเลี้ยงพสุธา

สัมพุทธชยันตี

ลักษมณ์


สัมมาสัมพุทธเจ้า ประสูติมา
พุทธแห่งปัญญา ตรัสรู้
ชยันโตชยันตา ครบรอบ ปรินิพพาน
ตีประกาศชัยผู้ ชนะสิ้นดับขันธ์
.
สัมพุทธชยันตี
2600ปีแห่งการตรัสรู้
ชัยชนะของพระพุทธเจ้า

สัมพุทธชยันตี 2600ปีแห่งการตรัสรู้

ลักษมณ์


สัมมาสัมพุทธล้วน สัมมา
พุทธแห่งปัญญา ตรัสรู้
ชยันโตชยันตา ครบรอบ
ตีประกาศชัยผู้ ชนะสิ้นอาสวะ
.
สัมพุทธชยันตี
26OO ปีแห่งการตรัสรู้
ชัยชนะของพระพุทธเจ้า

สมโภชพุทธชยันตี ๒๖๐๐ ปีตรัสรู้

คอนพูทน


๏ ครบสองพันหกร้อย          แรมปี
ฉลองพุทธชยันตี                ตรัสรู้
พุทธศาสน์จรัสเจริญศรี       เถกิงศักดิ์
เฉลิมพ่างเพ็ญพิสุทธิ์ผู้       อร่ามเพี้ยงไผทผองฯ
๏ สองพันหกร้อยปี             ศรีศรีเจริญพุทธเรืองรอง
พระธรรมขานวิมุติสุขครอง  เวียนมาครบบรรจบครา
๏ ตรัสรู้พุทธชยันตี             แห่งบารมีองค์พระสัมมา
เพ็ญแขวันวิสาขา               วิสุทธิคุณปัญญาธิคุณ
๏ เถิดฉลองมาร่วมเฉลิม
เถิดเฉลิมมาร่วมฉลอง       ฉลองเสบียงเป็นกุศลบุญ
พุทธวจนน้อมจิตหนุน         รัตนตรัยนบกราบมโนใน
๏ ชนะมารทุกกิเลสมาร      วิชชาชาญมหาธรรมชัย
เทวาสวรรค์พลอยปิติไสว    สิริสวัสดิ์พิพัฒน์ธราดล
๏ พุทธบูชาวิสาขมาส         โลกาประกาศก้องทั่วสกล
ตลอดฟ้าเวหาหน              นครินทร์หอมถึงกลางหาว
๏ ตื่นรู้เบิกบานเรียง          คืนดวงเรียงงามดาวราว
ศรัทธรรมทุกคำพราว        สัมฤทธิ์ผลผู้ประพฤติพลัน
๏ ครบสองพันหกร้อย         ปีเรียง
พุทธชยันตีเคียง                ผ่องคล้อง
ปรีดิ์เกษมกล่าวบอกเสียง    เถลิงศก
ชวนพี่หนอเชิญน้อง           ร่วมนี้พิธีสนาน
เชิญเพื่อนและชวนพ้อง     ทั่วพื้นฉลองผล ๚ะ๛
คอนพูทน

ไฟกินคน

ศรีสมภพ


วาบ..วาบ  วาบเห็นแสง
ไฟเรื่อแดงด้วยแรงดูด
ควันฉุนแต่คนสูด
เสียงซี๊ดซู๊ด..จนตูดลอย
ไปไหนเอาไปด้วย
ยาคนป่วยช่วยอร่อย
เคียงกายไม่ถดถอย
วาบบ่อยๆ  อร่อยจัง !
มะเร็ง มาเล็งใส่
มหันตภัย ก็ไม่ยั้ง
เตือนไปไม่ยอมฟัง
ย้อนเสียงดัง ..เรื่องของกู !
ช่องกลางหว่างนิ้วสอง
มวนขาวผ่องภัยย่องสู่
ปอดใหญ่ไร้ทางสู้
แฟบกว่าฟู.. รู้วันตาย
ถุงลมที่โป่งพอง
ก็แค่น้องของโรคร้าย
มะเร็งเล็งยิงใส่
จนปอดวาย.. ตายลูกเดียว !
แค่ถ่างนิ้วก็ปลิวหาย
เจ้ามวนร้ายก็ไม่เกี่ยว
เสรีแท้แน่นักเชียว
ทาสเด็ดเดี่ยวได้เป็นไท
มืดบอดตลอดกาล
น่าสงสารขาดมันไม่ได้
หลงมั่นแค่ควันไฟ
บอกขอตายพร้อมมันดู
วาบ..วาบ วาบเห็นแสง
กองฟอนแดง แจ้งให้รู้
หลุดพ้น เรื่องตนกู
น่าหดหู่.. ตัวกูพ่าย !
แหละสุดท้าย  ..ไฟก็กินคน !
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
๓๑ พ.ค. ๕๕
... รำลึกวันงดสูบบุหรี่โลก
จากการสำรวจพบว่าผู้ที่เป็นมะเร็งปอดนั้น ร้อยละ 90 เป็นผลเนื่องมาจากการสูบบุหรี่ โดยมีผลวิจัยระบุว่า ผู้ที่สูบบุหรี่เกินวันละ 1 ซอง จะมีโอกาสเป็นมะเร็งปอดมากกว่าผู้ที่ไม่สูบถึง 5-20 เท่า
ผู้ที่สูบบุหรี่ยังเสี่ยงต่อโรคทางเดินหายใจ อาจมีอาการไอเรื้อรัง บางครั้งไอถี่จนไม่สามารถนอ
หน้า / 4  
ทั้งหมด 53 กลอน