29 ธันวาคม 2551 16:10 น.

สามประโยคที่เฉลยว่า “ทำไมพ่อหลวงต้องทรงงานหนัก”

KIRATI

ภาพพระองค์ ทรงประทับ นั่งกับพื้น
อย่างมิฝืน เพื่อยื่นถาม ความสงสัย
ปวงประชา เป็นสุขบ้าง ฤา อย่างไร
สดับใน หทัยมั่น เมื่อท่านมา

มองผืนดิน ถิ่นที่นา และป่าดง
กล้องพระองค์ ทรงบันทึก เพื่อศึกษา
สิ่งใดควร ทรงดำรัส ให้พัฒนา
สิ่งใดพา ไร้คุณค่า ให้ทบทวน

ทรงนั่งคิด ติดประชา ให้กล้ากล่าว
บอกเรื่องราว เล่าปัญหา เพื่อพาหวน
เก็บข้อมูล เป็นศูนย์กลาง การประมวล
รายล้นล้วน เพื่อทวนจิต เมื่อคิดทำ

ดินเกษตร ว่าเหตุหนึ่ง ซึ่งเป็นกรด
ทรงกำหนด ลดดินเปรี้ยว เกี้ยวดินขำ
ชื่อโครงการ ว่า แกล้งดิน คณินนำ
ได้จดจำ แกล้งดินช้ำ ทำกลับดี

อันโครงการ ตาม พระราช ดำริ
ทรงตรัส ติ ดำริความ ตามสนอง
เผด็จการ หารน้ำใจ หากใครมอง
ในครรลอง ใช่ปองสั่ง ให้ทำตาม

จึงทรงความ เห็นว่างาม เอาตามออก
และชวนบอก ออกโดยจิต ที่ชิดถาม
เป็นประชา พิจารณ์ไซร้ ไว้งดงาม
แทนด้วยคำ อันเนื่องมา  จากคงดี

(จาก โครงการตามพระราชดำริ เปลี่ยนเป็น โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ)

หนึ่งในข้าฯ สนองได้ ใต้พระบาท
เป็นจอมราช ยศพระบาท ธ ทรงศรี
เหตุไฉน ต้องเหนื่อยองค์ ทรงงานมี
เพราะหน้าที่ ใช่ทรงชี้ ให้มีทำ

พระทรงตรัส ดำรัสตอบ ตามชอบถาม
ทรงเห็นความ อยู่สามสิ่ง ที่จริงผำ
อันระบอบฯ ประกอบได้ โดยชอบธรรม
แท้จริงคำ ของประชา ธิปไตย

หนึ่งประชา ยังยากจน ข้นแค้นอยู่
ชีวิตดู ยังหม่นหมอง ข้องขัดไข
ยังลำบาก ก็ยากจิต คิดเทิดไทย
เพราะจนไซร้ ไร้อิสระ จะพึงเป็น

สองคือสิ่ง ยิ่งมืดมน เพราะจนตราบ
เสรีภาพ ที่แท้จริง ยิ่งไม่เห็น
เพราะชีวิต ที่ปิดทอง หมองลำเค็ญ
จึงทรงเน้น เฟ้นปัญหา ด้วยโครงการ

สามคือความ งามที่แท้ แน่ที่สุด
หากมนุษย์ สุดยากจน ทนขับขาน
ไร้เสรี ด้วยวิถี ทรมาน
จะชื่นบาน ขานอำนาจ ชาติอย่างไร

จึงกำเนิด เกิดโครงการ เพื่อสานส่ง
ราษฎร์ได้คง ดำรงศักดิ์ จักสดใส
ด้วยพระเนตร เจตจำนง  ประสงค์นัย
เป็นประชา ธิปไตย ได้สมบูรณ์				
23 ธันวาคม 2551 08:22 น.

นครโสภิณี...เมืองหญิงงาม

KIRATI


อันคำความ นิยามเฟื้อง ของเมืองหนึ่ง
แสนสุดซึ้ง ซึ่งนารี ที่สดใส
เรียกนคร โสภิณี ชี้ขึ้นใจ
สวยสดใส ให้ต้องใจ ชายหมายชม

ทุกนวลนาง ล้วนพร่างพรม สมปั้นแต่ง
สมนามแห่ง เมืองหญิงงาม นิยามสม
จนระบือ ลือเล่าความ หวามอารมณ์
ชายอยากชม ให้สมจิต คิดตามลือ

องค์เจ้าชาย ล้วนเรียงราย หมายยลจิต
จะใช้สิทธิ์ พิชิตชอบ ครอบสิทธิ์ถือ
หากเป็นเมือง เฟื้องกัลยา ดังร่ำลือ
หมายมั่นถือ ยื้อมาครอง ด้วยปองใจ

ฝั่ง นคร โสภิณี นี้ทราบเรื่อง
อาจสิ้นเมือง ล้วนเคืองจิต พินิจไข
หาวิธี ที่คงเมือง ทุกเรื่องราย
ต้านทัพใหญ่ อาจไม่ไหว ทำไงดี

จนจิตจัก หักแก้ไข ในการณ์เกิด
ความบรรเจิด ที่เลิศล้ำ ทำหมองศรี
เหล่าบุรุษ สุดคิดแท้ แต่นารี
ต้องยอมพลี นารีองค์ คงนคร

แต่นั้นมา จึงขานคำ ขึ้นจำจด
ในเรื่องบท ปรนบำเรอ เพื่อเผลอถอน
ความอยู่รอด อย่างปลอดภัย ในนคร
แม้ร้าวรอน สะท้อนจิต คิดอยากตาย

โสภิณี นี้แปลจริง ผู้หญิงสวย
แต่เนื่องด้วย ต้องช่วยเมือง เปลื้องวิสัย
จึงพานพา เรียกเล่าขาน กาลผ่านไป
ผิดความหมาย กลายเป็นจริง หญิงขายตัว
				
23 ธันวาคม 2551 08:08 น.

ให้เลิกกับเจ้า...เลิกเหล้าดีกว่า

KIRATI


ยามที่ร้าง แลคล้อย มันหงอยจิต
เพราะจมฤทธิ์ พิษเหล้า สุดจักถอน
จากมิ่งมิตร ชิดใกล้ แม่งามงอน
มันร้าวรอน อาทร สะท้อนทรวง

ยามชิดอยู่ กลับดู ไม่รู้จัก
คราวหาญหัก กลับใจ มาห่วงหวง
เพราะจิตปัก รักเกิด แต่ในทรวง
อยากรั้งดวง ชีวา ให้กลับคืน

อยากกู่ร้อง ก้องดัง เพื่อบอกกล่าว
ทุกเรื่องราว คิดตรอง ว่าน้องฝืน
เพราะพี่เมา เช้าค่ำ คงกล้ำกลืน
ว่าทุกคืน ฝืนจิต มาชิดกาย

ทุกคืนนอน อ้อนพร่ำ ไปตามจิต
จากเพลิงพิษ ฤทธิ์เหล้า เมาไม่หาย
คงหน่ายชิด จิตรัก เลยหักคลาย
เหมือนไม่คล้าย พี่ยา ว่าก่อนดี

พี่รู้ซึ้ง วันซึ่ง ถึงวันหัก
เหมือนสิ้นรัก หักใจ จนหน่ายหนี
หากขาดรัก หักเจ้า แต่เหล้ามี
คงสิ้นดี ชีวี จะขาดใจ

โดยแน่จิต คิดหวน ว่าควรปลด
ควรเลิกซด อดเหล้า ดังเจ้าหมาย
ขาดเหล้าอด งดจาง ไม่วางวาย
แต่ขาดใจ ไร้เจ้า มันเศร้าจริง

สัญญา........

โอ้ ดวงแด แม่จงหวน ทบทวนจิต
พี่รับผิด จิตภูติเมา มันเข้าสิง
คืนเคยชิด กลับจิตหมาง ร้างประวิง
นะแม่หญิง พี่จริงใจ ในสัญญา

				
23 ธันวาคม 2551 07:59 น.

**เกราะ** ของความคิด

KIRATI


เชื่อในจิต ว่าคิดมั่น ในความสัตย์
มันเหนี่ยวรัด และมัดตรึง ซึ่งจิตสา
ทุกๆคำ ต่อไปนี้ ที่พูดมา
ล้วนวาจา มาจากใจ ใช่แต่งเติม

แต่ก่อนเป็น ว่าเช่นคน ทะนงจิต
มีความคิด ที่หลอมตน จนแกร่งเสริม
ดั่งกำแพง ที่แข็งแรง แกร่งกว่าเดิม
มักคิดเหิม ว่ารู้ตน เมื่อชนใคร

ว่ามองการณ์ ได้แสนไกล เกินใจเปรียบ
แต่มิเทียบ เท่านักปราชญ์ ฉลาดหลาย
ทุกๆอย่าง ในความคิด จิตพรั่งพราย
วาดขยาย บรรยายสด ได้งดงาม

มาถึงวัน ที่พลันเศร้า เป็นเงาปวด
มันร้าวรวด ในอุรา พาล้นหลาม
มาเจอคน ที่จมจิต คิดนิยาม
ล้วนเข้าความ แค่ข้างตน เมื่อชนเรา

เพราะเป็นคน ที่ตนรัก เลยหักเจ็บ
ถูกโต้เหน็บ คำแสบไข ว่าใจเขลา
ทั้งที่ความ นิยามจริง สิ่งที่เรา
พูดกับเขา เล่าชี้เฟื้อง เรื่องเดียวกัน

แล้วที่สุด ต้องหยุดการ ต่อสานสัก
ด้วยการหัก เป็นคำถ้อย ด้อยเสกสรร
หยุดทุกอย่าง ที่สร้างจิต ชิดผูกพัน
หยุดตรงวัน ที่ทะเลาะ เพราะพูดแรง

เวลาผ่าน เนิ่นนาน พานหวนคิด
ต่างคงผิด เพราะจิตแกร่ง เกินกำแหง
ต่างแค่จิต แต่มิตรขาด มาดแสดง
ว่าจิตแกร่ง แต่ใจด้อย เลยน้อยใจ

วันหนึ่งจิต คิดฟุ้งซ่าน ผ่านรุ่นพี่
หนึ่งวลี ที่พี่เอ่ย เฉลยไข
เป็นอะไร ไม่เสบย เลยรึไง
ทุกสิ่งไข ให้ ใจกว้าง อย่างฟ้าเป็น

เกราะที่จิต ที่ติดกาย สลายหมด
เกราะเกิดลด เป็นกฎเดิม ดั่งเริ่มเห็น
แกร่งเป็นเกราะ เคาะสะกิด ผิดประเด็น
จึงควรเน้น ให้เห็นกว้าง อย่างฟ้ามี

ตั้งแต่นั้น ไม่ผันผวน ให้ชวนจิต
ไปยึดติด จิตยึดตรอง จนหมองศรี
เสวนา ควรพารับ จับฤดี
คิดล้วนมี ธรรมกำกับ ชื่นรับเอา

ให้พึ่งรู้ ว่าคู่คุย เขารู้สึก
เน้นตื้นลึก เมื่อนึกตรอง ต้องมองเขา
อย่าไปเน้น เรื่องจิตปอง มองอย่างเรา
จิตไม่เศร้า เพราะรับเอา แต่ไมตรี

จึงเขียนเล่า  เพื่อกล่าวบอก ออกจากจิต
ว่าใจคิด ทุกล้วนคำ ย่ำสุขศรี
เพราะเรื่องอาจ พาดกระทบ จบเยื่อดี
สิ้นไมตรี เมื่อยึดเอา แต่เรามอง

ขอบพระคุณ คำรุ่นพี่ ที่ชี้บอก
แค่มาตอก ให้ ใจกว้าง จิตล้างหมอง
สุขยิ่งแท้ ตั้งแต่นั้น ทุกเรื่องมอง
ล้วนมุ่งปอง ประเด็นไว้ ในไมตรี 
				
19 ธันวาคม 2551 14:48 น.

มุมมอง...(เรื่องเดียวกัน...ต่างที่มุมมอง)

KIRATI


ตะวันออก ....ดวงไฟ....มหึมา
พาแรง......แสงจ้า.....ข้ามผ่าน
ผู้คน.....ขวักไขว่....เคลื่อนราน
พาดผ่าน...พานสู่....ขอบฟ้า

ตะวันตก....ดวงไฟ...ไร้แสง....
สิ้นแรง.......ทุกผู้.......คอยหา
ผ่านกาล....นิ่งนาน....นิทรา
คอยท่า....พามุ่ง....รุ่งเช้า

***********************
สุริยา...มองมา....ยังโลก....
เห็นโศก...สุขรอบ ล้วนเล่า
หมุนรอบ...ทุกวัน...รอบเรา
คลุกเคล้า...เรื่องเห็น...เป็นปี

เขามอง เราหมุน รอบเขา
เห็นเรา สุขแสง แห่งศรี
เพราะมอง..เห็นเขา...ทั่วที
จึงมี...จิตท้อ....ข้อเห็น

***********************
จิตเรา...มองเฝ้า...สุริยัน
กลางคืน...กลางวัน...ผลัดเน้น
โลกา...เปลี่ยนผ่าน...ประเด็น
ได้เห็น...เพียงนิจ...จิตใจ

************************
แต่ดวง...ตะวัน...พลันส่อง
จ้องมอง...โลกา...มิหาย
แสงทอด...ส่องทาง...มิคลาย
วันกลาย....เป็นคืน...เหมือนเรา


				
Calendar
Lovings  KIRATI เลิฟ 71 คน

วฤก

โคลอน

เชษฐภัทร วิสัยจร

เพียงพลิ้ว

อัลมิตรา

ฤกษ์ ชัยพฤกษ์

ผู้หญิงไร้เงา

แทนคุณแทนไท

กุ้งหนามแดง

แมงกุ๊ดจี่

ประภัสสุทธ

รการต์

พฤหัส กฤษชยรักษ์

บินเดี่ยวหมื่นลี้

ร้อยฝัน

pigstation

หิ่งห้อยน้อยใจ

ลักษมณ์

มนต์กวี

สองตุลา

ท่องเมฆา

ก้าวที่...กล้า

กวีปกรณ์

ดอกบัว

เฌอมาลย์

ว.มหรรณวา

เปเป้ซังแม่มู๋ผู้เดียวดาย

ครูพิม

คอนพูทน

สายธารน้ำใจ

ก่องกิก

คีตากะ

ขุนศรี

พิมญดา

ยาแก้ปวด

ทิพย์โนราห์ พันดาว

บนข.

กันนาเทวี

กิ่งโศก

ไหมแก้วสีฟ้าคราม

ครูกระดาษทราย

แก้วประภัสสร

KIRATI

จอมปราชญ์แดนอาคเนย์

คืนแรมสามค่ำหน้าร้อน

ห้าเจ้าจอม

**.. เช่นรวีโชติ..**

แกงเขียวหวาน

มวลภมร

ดาวศรัทธา

cicada

เปลวเพลิง

หญิงบ้า

เ ที ย น ห ย ด

din

เบยองจุน

สีเมจิก

นักสืบไร้ชื่อ

ชากร

บุญพร้อม

พาดกลอน

แย้ม ไกลวันเกิน

แม่น้ำในฟ้า

Arm

Jackie

ไผ่ลู่ลมม

ศรีปาด เฟสเก่าโดนระบบลบเฉยเลย

ศุทธิกมล

Prayad

Parinya

จิ๊กจ้า

  KIRATI
ฝากข้อความไว้เนี่ยะ ดอกเบี้ยร้อยเท่าไหร่