30 มิถุนายน 2547 23:11 น.

* *๏ ลมมิหวน..รักนวลหาย.. ๚คำฉันท์และ คำโคลง

tiki

 ๏     ลมมิหวน..รักนวลหาย.. ๚คำฉันท์และ คำโคลง

     ภุชงคประยาตฉันท์ ๑๒ 
คีตลีลาคลาสสิค...ลมหวน   
มล. พวงร้อย อภัยวงศ์ : : Key C 
http://www.thaipoem.com/web/songshow.php?id=23 

       

   ๏  ทิวาวาย พระพายหวน               ฤทธิ์รัญจวน  ฤ  มายา
พิศเนตรน้อง ดุจดารา                      สิแสงตา..สะเทือนใจ ๚

 ๏  มิทอดกาย..มิหมายเชย            มิคาดเคย..จะคอยใคร
ฤ เป็นกรรม..กระทำไว้                   วิบากไห้..ผะแผ่วโหย ๚

  ๏  ธ.หันกลับ..ประทับเจตน์          พระราเมศร์..จะปลิดโปรย
ละสังโยค..อโศกโรย                         ก็โบกโบย...ธ .อำลา ๚ะ๛-  

   
http://www.thaipoem.com/web/songshow.php?id=828
ลมหวน   ....แจ้ ดนุพล แก้วกาญจน์ : : Key Eb สวมอรสอดอ่อนอ้อน...............ฉมเฉา
นัยน์ต่ำวะวับเวา...............................ร่ำไว้
จันทร์กระจ่างงามเงา......................งันเงียบ
ใจวูบอกอัดให้................................ห่มห้อมอาวรณ์  ๚ ...

     ๏ โฉมนางจักฝากฟ้า.....................เรียมไกล
ฝากถนอมสายใย...........................หยั่งเยื้อ
โฉมนางพี่ห่างไกล.........................หวงห่วง
ใจมิลวงกอบเกื้อ...........................กริ่งโพ้นกังวล ๚ะ๛ 


  ๏  เงียบเหงาเงาหมู่ไม้................มองเมียง
ใจวูบวิตกเสียง............................พร่ำเพ้อ
กังวลนักสนิทเพียง......................เงาเพื่อน
ลึกสุดใจชะเง้อ...........................ชะง้ำแลเงา  ๚ ..

    ๏  อาทรวอนห่วงนั้น...................ฤๅคลาย
จำเจ็บจำจวบตาย........................จากหล้า
วันคืนล่วงมิกราย.........................กลับใกล้
ฝันร่ำรอนริดข้าฯ........................สุดแท้ระทม  ๚ะ๛

  `*:-.ฤา,_,.-:*``ฝันนั้น*:-.,_,.-:*``มิใช่สิทธิ์ *:-.,_,.-:
*``*:-ของฉัน ? ,.-:*``*:-.,_,.-::-.,_,.-:*``*:-  
จารจดลงเวลา.ณ. หน้าเครื่อง 
เมืองฟ้าอมร...เมื่อ ๒๒:๔๐ นาฬิกา เพลาดึกดื่น
คืนพระพุธ.ที่สามสิบ...๓๐  มิถุนายน  พุทธศักราช ๒๕๔๗
คืนขึ้น ๑๔  ค่ำ เดือน ๘
 สยาม..เมืองฟ้าเดือนกระจ่าง..กรุงเทพฯ .ประเทศไทย

คำโคลงจารเพิ่ม ๒๓:๑๐ นาฬิกา ราตรีเดิม
โคลงสองบทหลังเพิ่ม ๒๓:๓๐ นาฬิกา..ณ.ราตรีเดิม
โคลงและกลอนเพิ่ม เลือนราตรี หลังเที่ยงคืน ...

สงวนลิขสิทธิ์..ตามพระราชบัญญัติพุทธศักราช ๒๕๓๗
 
ทิกิ_tiki				
30 มิถุนายน 2547 00:47 น.

๏ ๏สิ่งเดียวในชีวิต..จิตของข้าฯ คำโคลง๏ ๏

tiki

๏  ๏สิ่งเดียวในชีวิต..จิตของข้าฯ  คำโคลง๏  ๏ 

      ๏   ชูชาติบรรพ์ก่อเกื้อ.................เกิดตน

ใจย่อมเพียรขวายขวน.................มุ่งคั้น

ธารเธียรแยกปะปน.....................คนหมู่...เหล่าเฮย

ใดหยั่งแยกชนชั้น.......................ช่วยเชื้อชูไทย..๚


        ๏     เขียนกำลังเทิดไท้ .............ไทยสยาม

เรืองเรื่องวิทยาคาม......................เขตขั้น

การรบเก่งอาราม.........................ปานดั่ง...แฝดนา

รบหนักมิพักกั้น..........................เก่งกร้าวเกรียงไกร๚ะ๛-

โคลงสี่สุภาพ
 
     ๏  สิ่งเดียวในชีวิต..จิตนักเขียน

คือพากเพียรเขียนบทกวีงานมีค่า

จะนั่งนอนยืนเดินทุกเวลา

ระลึกว่าหน้าที่มีฉันใด.. ๚

      ๏    ประณตน้อมย้อมจิตคิดคำครู

สอนให้รู้ทิศทางอันผ่องใส

สอนให้จับดวงจิตกำหนดใจ

แล้วดึงงามล้ำหทัยใส่บทกลอน ๚

    ๏    ให้วางทิ้งทุกสิ่งอันโศกเศร้า

วางความเหงาเงาฝันอันหลอกหลอน

วางความทุกข์รุกตามติดหวิดม้วยมรณ์

ลบสังหรณ์..คอยสังหาร..พาลในทรวง ๚

     ๏   ตั้งจิตแน่วแน่สิ่งซึ่งอิงหมาย

ให้สลายความทุกข์ซุกห่วงหวง

ยึดเส้นทางกลางนครกลอนทั้งปวง

เผื่อแผ่ดวงแก้วธรรมถ้อยคำดี ๚

  ๏   สาระเห็นเย็นกระจ่างหว่างพี่น้อง

ถ้อยคำพ้องเกล็ดแก้วมณีศรี

ร้อยพจน์งามตามธรรมค้ำวจี

เทิดชาติพลีธรรมบูชา...ทุกคราจาร
ทิกิ_tiki


เคาะแป้นพิมพ์ ..
จารจดลงเวลาหน้าจอ เมื่อ ๒๔:๐๓ นาฬิกา เพลาเที่ยงคืน
คืนพระจันทร์.ที่ยี่สิบเก้า...๒๙  มิถุนายน  พุทธศักราช ๒๕๔๗
คืนขึ้น ๑๓  ค่ำ เดือน ๘
สยาม..กรุงเทพฯเมืองฟ้าอมร....ประเทศไทย

สงวนลิขสิทธิ..ตามพระราชบัญญัติ
Copyright ..All rights reserved  

 ๏  ๏สิ่งเดียวในชีวิต..จิตของข้าฯ  คำโคลง๏  ๏				
29 มิถุนายน 2547 00:32 น.

๏ ๏ ๙๐ ปี คำ.**วรรณคดี**๏ ๏

tiki

๏ ๏ ๙๐ ปี คำ.**วรรณคดี**๏ ๏ 


       ๏  คำ วรรณคดี เริ่มมีแต่เมื่อใด..?

(พระยา)อนุมานราชธนค้นไว้ให้แลเห็น

นับเก้าสิบปีประสงค์ตรงประเด็น

สองพันสี่ร้อยห้าสิบเจ็ดเฟ้นเป็นถ้อยคำ...  ๚


       ๏  ณ.พุทธศักราชนั้น*วรรณคดี*  

เริ่มเกิดมีในประกาศวาทย์ให้พร่ำ

พระราชกฤษฎีกาทรงน้อมนำ

**วรรณคดีสโมสร**  จำ..จารขึ้นมา...  ๚


      ๏       นับเป็นครั้งแรกในประเทศไทย

คำ *วรรณคดี* ได้ปรากฎค่า

ถือเป็นมาตรฐานงานวิชา

คัดพรรณนาประเภทงาน  *วรรณคดี* ๚


       ๏         จากอดีตหนังสือแต่งแจ้งปัจจุบัน

นับขึ้นขั้นหนังสือเลิศวรรณศรี

ผ่าน**วรรณคดีสโมสร**ร่อนพจี

เกิดก่อมีนามธรรม..ค้ำชีวิน.  ๚


       ๏        สองพันสี่ร้อยเจ็ดสิบสี่นั้นชี้ชัด

พระราชบัญญัติคุ้มครองเหล่าผองศิลป์

ขึ้นคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปิน

ให้มีกินค่าลิขสิทธิ์ชีวิตไทย...  ๚

     
       ๏           ถึงสองพันสี่ร้อยแปดสิบห้า

เกิดศัพท์ค่า  *วรรณคดีศิลป์**   ขึ้นมาใหม่

มุ่งหมายศิลป์แต่งหนังสือสื่อจากใจ

แสดงให้ ได้รูปธรรม..นำมาดู๚


       ๏         ผู้อื่นอ่าน...งานที่เห็น เป็น รูปธรรม
 
 ศิลปกรรม ..วรรณกรรม..ค่าล้ำหรู

เป็นหลักการวางเทียบเปรียบชั้นครู

น้อมนบผู้แสดงธรรมล้ำวิชา..... ๚ะ๛-  


ทิกิ_tiki



ขอเชิญอ่านต่อในภาคเรื่องสั้น
http://www.thaipoem.com/web/scoopdata.php?id=2719
วรรณคดีในแง่วรรณศิลป์...
โดย  พระยาอนุมานราชธน
คัดจาก   หนังสือ สูจิบัตร   งานสัปดาห์แห่งวรรณคดี พ.ศ.๒๕๐๓

ข้อมูลแห่งบทกลอนนี้ 


     เขียนบทนี้ ให้แม้จะดึกมากในคืนวันอาทิตย์  ซึ่งควรเป็นวันพักผ่อนที่สุด   
แต่ในการประมวลวิเคราะห์ถ้อยคำ  ทางหนีทีไล่ ที่บรรพบุรุษเราโ ดยเฉพาะ สาย เอกกวี รัตนโกสินทร์ อันมีพระมหากษัตริย์ ผู้ทรงเป็นกวีลือนามทุกพระองค์นั้น
         บทนี้ คือรากฐาน วรรณกรรม เพื่อปวงประชาชน อย่างชัดเจน แจ่มแจ้งที่สุดในโลก วรรณกรรม

         เราเขียนคำว่า วรรณคดี วรรณกรรม วรรณคดีศิลป์  วรรณกรรมศิลป์  วรรณศัพท์...... นานา สารพัด
ชี้ชัดพระราชหฤทัย แห่ง เบื้อง พระบรมมหากษัตริย์ไทย  ผู้ทรง เทิดค่า ศิลปิน มาทุกยุค ทุกสมัย.............
          พระราชบัญญัติ ฉบับแรกเริ่มนี้  ทรงจารขึ้นไว้ให้ เหล่าผองชน ผู้มีใจอันสุนทรีย์ ได้ จารงานฝากไว้บนแผ่นดินไทยให้ลูกหลานตนได้ มีกิน มีใช้ 
        ให้ผองไทย ได้เรียนรู้ ขนบธรรมเนียม ประเพณีไทย รักไทย รักความเป็นไทย รักชาติ รักบรรพบุรุษตน  

       ทรงดูหลัก Copy Right  นับ แต่วรรณกรรม ไทยเล่มแรก ได้รับการตีพิมพ์ขึ้น บนระบบโรงพิมพ์ ของบาทหลวง มิชชันนารี อเมริกัน ......หมอบรัดเลย์ และ หมอโรบินสัน...
      นับแต่เครื่องพิมพ์ดีดภาษาไทย เครื่องแรก เกิดขึ้นในโลก...พ.ศ.2371 ร้อยโท เจมส์โลว์...
    นับแต่ โรงพิมพ์ในไทย เกิดขึ้น โรงแรกในโลก  บทนี้ ได้สะท้อนสิ่งลึกสุด

     ราวได้ยินเสียงหายใจ แห่ง กวีรัตนโกสินทร์ ว่า   เพชรวรรณกรรม ....
เพชร วรรณคดี นั้น จะอยู่ต่อไปได้อย่างไร หากไม่มีกฎหมาย  รองรับ
 การตราพระราชบัญญัติ วรรณคดีสโมสร ขึ้นในปี พุทธศักราช ๒๓๕๗ นั้น  
 ข้าพเจ้ารจนา ขึ้นเมื่อคืน  เที่ยงคืน ของวันอาทิตย์ ๒๘ ต่อ  ๒๙ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๔๗
            ๙๐ ปี แห่ง วรรณ.....คดี...(คดีความโรงศาล)....คติ..ทิศทางไป เส้นทางไป
       คือ การตัดสิน พิจารณา ว่า เส้นทางงานเขียน ของใคร ได้รับการคุ้มครองทางสิทธิเสรีภาพ ในการรับการคุ้มครองสิทธิ์ ในประเทศนี้ ไปจนถึงทั่วโลก 

         ที่ต้อง พึงทราบ ว่า งานเขียนนั้นนั้น ทุกภาษา ที่ได้มีการจาร จารึก ขึ้นมา บน หนังสือ และสื่อทุกชนิด อันได้มีการระบุต่อมาในกฎหมาย ว่าด้วยลิขสิทธิ์ในภายหลังนั้น
          ได้ ทรง ตราพระราชบัญญัติ ขึ้นเพื่อปกป้องสิทธิแห่งงานเขียน ของนีกเขียนไทย  และ สิทธิ แห่ง ศิลปกรรม ไทย ใน อีก ๑๗ ปีต่อมา คือปี พุทธศักราช ๒๔๗๔  อันเป็นปี ที่กฎหมาย ไทย ว่าด้วย ลิขสิทธิ์ การคุ้มครอง วรรณกรรมและศิลปกรรม....ได้ถือคลอดออกมา.....

       หนึ่งปีก่อนปีที่ประชาไทย ถือว่า มีรัฐธรรมนูญเพื่อประชาชน เกิดขึ้นในโลกไทยคือ ๒๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๗๕ นั้น
       บทกลอนนี้ ต้องเดินควบคู่ไปกับ บทความว่าด้วย  วรรณคดี อย่างมิพักสงสัย

       ๙๐ ปีที่ผ่านไป
      กวีไทย ได้ รักษาสิทธิสภาพของตน บนงานเขียนของตน  กันหรือไม่...
.หรือว่า หม้อข้าว หม้อแกงตน ที่ต้มไว้ให้ลูกหลานกินนั้น 
        มันแค่ ขี้ดินขี้ทราย ที่จะโยน เหยียบย่ำทำลาย อย่างไร ก็ได้ ?
        ๙๐ ปี ที่ผ่านไป กวีไทย ได้ทำอะไร ในการรักษาสิทธิสภาพ ลิขสิทธิ์ ของตน

        จาร ...ด้วยว่า.. คนเล็กๆคนนี้ ได้มีโอกาส...ไปช่วยผ่าน กฎหมาย ว่าด้วย  องค์กรจัดเก็บ ค่าลิขสิทธิ์  ในนามของ สมาคมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทย
            ลิขสิทธิ์ นี้ คุ้มครองทุกสื่อ มิใช่เฉพาะ บนหน้ากระดาษ  ...
        .........แต่หน้าจอ และ หน้ากระดานนี้ แน่นอนค่ะ

นอบกราบเบื้องพระบาท พระมหาธีรราชเจ้า ล้นเกล้า รัชกาลที่ หก
          ถวายสักการะ สมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว 
 และ พระมหากษัตริย์ เอกกวีรัตนโกสินทร์ ทุกพระองค์ มา ณที่นี้...****
และถวายสักการะ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ท่านทรงเป็น เอกศิลปินแห่งชาติ ผู้ทรงเทิดไทย ทำให้ ชาวไทยศิลปินทุกคนอยู่ร่มเย็นใต้เบื้องพระบาท....

ทิกิ_tiki

เคาะแป้นพิมพ์ ..
จารจดลงเวลา.ณ. หน้าเครื่อง ๒๔:๐๐ นาฬิกา เพลาเที่ยงคืน
คืนพระจันทร์.ที่ยี่สิบแปด...๒๘  มิถุนายน  พุทธศักราช ๒๕๔๗
คืนขึ้น ๑๒  ค่ำ เดือน ๘
 สยาม..กรุงเทพฯเมืองฟ้าอมร....ประเทศไทย
****เขียนเพิ่มเติม เวลา 13:00 บ่ายวันจันทร์ 29 มิถุนายน พ.ศ.2547

สงวนลิขสิทธิ..ตามพระราชบัญญัติ
Copyright ..All rights reserved  

สำหรับเบื้องหน้าข้าพเจ้านี้ ยังมีหนังสืออีกหนึ่งเล่มวางอยู่เบื้องหน้า
คือ Adventures in Siam  in  the  Seventeenth  Century
by  E.W.Hutchinson
เป็นฉบับพิมพ์ใหม่
             Reprinted with permission of 
          THE ROYAL ASIATIC SOCIETY 
              From the original publication of 1940
                            1985
ISBN 974-405-475-1
ผู้ใดจะค้นคว้าเพื่อประกอบงานประวัติศาสตร์อยุธยา ก็น่าจะสมควรซื้อหาเก็บไว้

    ภาพปก เป็นภาพ ฟอลคอน กำลัง ก้มตัวหน้าพระที่นั่ง ในขณะที่ ราชทูต เมอร์ซิเออ เดอ โชมองก์ กำลัง ถวายเอกสารแด สมเด็จพระนารายณ์มหาราช 
จัดพิมพ์โดย
DD BOOKS
32/9 Soi Askok, Sukhumvit 21 Bangkok 10110.Thailand
ตีพิมพ์ ปี 1985 ก็ อยู่กับทิกิมานับแต่ปี 2534 ถึงวันนี้ ก็ 13 ปีที่ครอบครอง อ่านมั่งไม่อ่านมั่ง แต่ภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ไทย 

            และ นายเดนนิส  ดันแคนสัน  Vice President ของ The  Royal   Asiatic Society นั้นได้เขียนความนำ หน้าปกนี้ ไว้ ที่กรุงลอนดอน เมื่อ วันที่ 8 มิถุนายน ปี ค.ศ.1985  ;ว่าไว้ นั้นประทับใจเหลือแสน ด้วยว่า 
พูดถึง ว่า  นับแต่ปี ค.ศ.1767   ที่ กรุงอยุธยาถูกทำลายสิ้นเป็นต้นมา  ประวัติศาสตร์ได้ ก็ได้ถูกเผาพินาศสิ้น...
              นับเป็นโชคอันยิ่งใหญ่ ที่ชาวต่างชาติได้บันทึกประวัติศาสตร์การเดินทางสู่ประเทศสยามไว้...

                 อันนี้ ในภาคแปลไทย ก็มีผู้แปลแล้วทั้งเล่ม แต่เข้าใจว่าข้าพเจ้าได้ขอให้วัดสวนแก้ว มารับบริจาคไปนานกวา 5 ปี คงติดไปกับหนังสือเหล่านั้น และอาจถูกเทขายเป็นเศษกระดาษไปแล้วกระมัง...
            ในหน้าคำนำดังกล่าว ได้พูดถึง ฟัลคอน ชาวกรีก  นามวา Constantine Gerakis alias ** Falcon** ซึ่งเขียนนามตนเองว่า * Phaulkon อันเป็นระบบการถ่ายภาษาสันสกฤต  ลงสู่ภาษา อังกฤษ ทีเดียว

            นับว่า เป็น เพื่อน เป็น ศัตรู กับสยามประเทศ บนประวัติการกองเรือ มหาอำนาจการแย่งชิงเกาะเครื่องเทศ เกาะไข่มุก น่านน้ำทะเล อันดามัน เหล่านั้น.... แต่ บุคคลที่เขียนเรื่องเหล่านี้ขึ้นเป็นระบบ คือ E W Hutchinson ซึ่งอยู่ใน เชียงใหม่และ กรุงเทพฯ  ประมาณ ก่อนปี 1929 ...ปี ค.ศ. 1930  ถือเป็นผู้ เขียนประวัติการณ์เหล่านี้ ไว้ได้อย่างน่าชื่นชม

            คนไทยเราจะต้องจ่าย ค่า ลิขสิทธิ์ เพื่ออ่านประวัติชาติตัวเอง อีกนานแค่ไหน ..น่าคิด

ทิกิ_tiki				
28 มิถุนายน 2547 11:20 น.

๏สองครวญ (ตอน๑)..แรกรัก.. ๚

tiki

สองครวญ
ตอน๑.แรกรัก..    น้ำต้มผักชะอมยังชมว่าหวาน๚ 
หนุ่มขอ.,_,.-:*``

      ๏  ด้วยคุณค่าแห่งหัวใจนี้ให้เธอ
อาจไม่เลิศ ไม่เลอ ไม่สูงค่า
ไร้ธนบัตร..มัดซ้อน....เป็นฟ่อนมา
แต่เชื่อว่า...รักเริ่ม.....เติมครบครัน  ๚ ........

     ๏ ออกปาก  ฝากซื่อซื่อ...ประสายาก
คงลำบาก...หากจะอยู่...เคียงคู่ฉัน
ย้อนมองกรรม...ชั่วซ้ำชาติ...อาจประจัญ
จนปัญญา.....หากจาบัลย์....มันไร้เงิน  ๚ ........

       ๏ มองกรรม...ทำมา..ทุกคราขีด
จำกรีด...อดีตฟก...ระหกระเหิน
ย่อยยับ...อับจน...บนทางเดิน
คนเขาเมิน......เขินขัด....แจ่มชัดใจ  ๚ .........

      ๏ บุญน้อย.....ร้อยอย่าง....แม่นางเอ๋ย
จะชอบ...ชื่นเชย....ฤๅไฉน
รักพี่...ก็จนเจ็บ...เหน็บใน
ฟันฝ่า....ฤๅไม่....ให้บอกมา  ๚ ..........

..@..,_,.-:*``*:-.,_ฝันนั้น:-.,_,.-:*` 
ผิดกฎหมายด้วยฤๅ?.-:*`*``*:-.,_,...@ .-: 

สาวคิด.,_,.-:*``

       ๏ ฟังคำ...พร่ำครวญ...ชวนให้รัก
ฟังแล้ว...ยากนัก...หักทีท่า
เศรษฐกิจ....เป็นพิษ....คิดหน้าตา
จะจนยาก...หนักหนา.....สาธารณ์  ๚ .........

.      ๏ ปัญญา...พี่นี้..มีเท่าไหร่
ขอตรวจสอบ...ตอบให้...อาจได้ผ่าน
ถามว่าเงิน....มีน้อย...อยู่ในบ้าน
พี่จะหา...ให้รับประทาน..ได้อย่างไร...??  ๚ ..........

หนุ่ม..คล่อง

      ๏ นี่..กล้วย..อ้อย...เผือก...มัน...เมล็ดข้าว
ถั่ว...มะพร้าว...ต้นชะอม...ใบยอใหญ่
อีกมะม่วง...มะนาว....สะตอไทย
รับรองได้...หาให้กิน....สินทวี  ๚ ..........
.......
       ๏ กล้วยนี้พี่จะบวชไว้เต็มหม้อ
อ้อยจะคั้น...น้ำรอ...พอหวานพี่
เผือกจะหั่น...ลูกเต๋า...เท่าคำดี
มันทั้งนี้ ...ขูดทำแป้ง..แบ่งทำเชื่อม    ๚ .........

     ๏ เมล็ดข้าวที่เป็นเปลือกเลือกไว้ปลูก
ส่วนที่เหลือ...สีจมูก...ให้มันเลื่อม
ไว้หุงกิน...ลูกไทย...อย่าได้เอือม
น้ำกระเพื่อม.....ข้าวเดือด.....จะเชือดมะพร้าว..  ๚..........

      ๏ สมุนไพร...ในสวน...พี่ทวนตำ
ครกสากย้ำ.........โขลกเข้า....คอยบ่าว-สาว
ผัดกะทิ.......หอมเครื่องเทศ....ดับกลิ่นคาว 
ไข่ในเล้า.....เคล้าชะอม....ขมชุบไข่  ๚ ..........

       ๏ เพียงแค่นี้...จำให้ดี...ว่ามีกิน
อยู่บ้านสวน....อย่าเดือดดิ้น.....ไปถิ่นไหน
พี่หาเลี้ยง....เธอได้แน่...นะนวลใย
ข้าว...น้ำพริก...ชะอมไข่....ตักใส่แกง  ๚ ..........

     ๏   เป็นสะไภ้...ชาวสวน...ทวนให้ชัด
คาดเข็มขัด...ทองแท้....แน่แช่แป้ง
อย่าหลงไหล....สังคมเมือง...เฟื่องแสดง
ต้องเสียแรง.....เสียเงิน....เพลินจ่าย...จน  ๚.........


  ``*:-.ฤๅ,_,.-:*``ฝันนั้น*:-.,_,.-:*``มิใช่สิทธิ์ *:-.,_,.-:*``*:-ของฉัน ? ,.-:*``*:-.,_,.-::-.,_,.-:*``*:-  


 ทิกิ_tiki  

       
  ๏จบตอนหนึ่ง  ๏แห่งสองครวญตอน๑..แรกรัก..    น้ำต้มผักชะอมยังชมว่าหวาน๚ 

   ๏ยังต้องมีต่อ นะ To be continued..@..,_,.-:*``*:-.,_ฝันนั้น:-.,_,.-:*` 
ผิดกฎหมายด้วยฤๅ?.-:*`*``*:-.,_,...@ .-: 

เคาะแป้นพิมพ์ ..
จารหน้าจอ เมื่อ  ๑๐.๕๐นาฬิกา เพลาสายตะวันรอนอ่อนโฉมแสง
วันพระจันทร์.ที่ยี่สิบแปด...๒๘  มิถุนายน  พุทธศักราช ๒๕๔๗
วันขึ้น ๑๒  ค่ำ เดือน ๘
สยาม..กรุงเทพฯเมืองฟ้าอมร....ประเทศไทย

สงวนลิขสิทธิ..ตามพระราชบัญญัติ
Copyright ..All rights reserved  

 ทิกิ_tiki				
27 มิถุนายน 2547 05:57 น.

ฉันเพียงรำพึงถึงคุณ...ในสางฝัน

tiki

ฉันเพียงอยากเขียนถึงคุณ

  เรื่องอะไรมากมายในสมอง ซึ่งเขียนออกมาเล่มหนาหนัก ทุกวันก็ยังไม่หมด
มันหลั่งไหลราวทำนบกั้นน้ำพังทะลาย...

http://www.thaipoem.com/web/songshow.php?id=196

โปรดเถิดดวงใจ   
ทูล ทองใจ : : Key Cm  

โปรดเถิดดวงใจโปรดได้ฟังเพลง นี้ก่อน
อย่าด่วนหลับนอนอย่าด่วนทอดถอน ฤทัย
จำเสียงของพี่ ได้หรือเปล่า 
จำเพลงรักเก่า เราได้ไหม
เคยฝากฝังไว้แนบในกลางใจนาง
ดึกดื่นคืนนั้นเคยร่วมผูกพัน แน่นหนัก
เคยฝากความรักว่าด้วยใจภักดิ์ ไม่จาง
เสียงน้องออเซาะ ขอรักมั่น 
รำพึงเสียงสั่นเมื่อใกล้สาง
ไม่อยากจากนาง ห่างรัก ที่เริ่มลอง
แต่พออีกไม่นานนัก ความรักที่เคยหวานซึ้ง
เปลี่ยนจากหนึ่งกลับกลายเป็นสอง
ลืมรักลืมรส ลืมไปหมดที่เคยทดลอง
อ้อมแขนที่เคยประคอง
น้องอยู่ในอ้อมแขนใคร
ดึกดื่นคืนนี้พี่คงเฝ้าคอย เหมือนก่อน
มิได้หลับนอนเฝ้าแต่ทอดถอน ฤทัย
พี่หลงบรรเลงเพลงรักเก่า 
ตัวเธอนั้นเล่าอยู่แห่งไหน
ดูช่างโหดร้าย ให้เราเฝ้าคร่ำ ครวญ...


     ใครบางคนถามว่า 
ทำไมชีวิตเธอมันเศร้านักหรือ .
..ไม่..ไม่ใช่เลย ..ค่ะ
ชีวิตช่วงที่น่ารักสัตย์ซื่อต่อกันมันมีมากมาย 

               วันที่ได้รู้จัก เราใช้ใจสื่อกัน ...

.ใครบางคนสวยงามราวภาพความฝัน   ซื่อใสนัก..
   .จนแทบหักกลางฝันวันที่บอกว่าฉันเป็นใคร...
     แต่ไม่เคยหยุดที่จะรอทัก..
     . แล้วทักแบบไม่หยุดเพื่อจะเขียนกลอนให้ทุกบันทัด...เสียด้วย

                ภาพฝันของเธอพริ้วไหว
              ความรักเธอสั่นใจฉันถึงข้างใน
          ความซื่อใสของเธอผลักใจฉันร่วงกราว...

เป็นภาวะใจกวีบริสุทธิ์จน ใครคนนี้ ต้องถอนหายใจยืนพิงฝาทีเดียว...
.วันที่เธอ บอกไม่เคยรู้จักคำว่าความรัก...มาก่อนเลย
     ไม่เคยรักใคร ...ไม่รู้จักว่ารักมันเป็นอย่างไร...บอกเธอหน่อยสิ....
             มันประชดประชันดีเหลือเกิน...

 แล้วเธอก็เขียนกลอนให้อีก.
..กลอนเธอสวย สลวย สัมผัสไพเราะทุกตัว มีคุณค่า ราวผ้าไหมนุ่ม
. .เธอบรรยาย ถึงความเยือกเย็น ลำบากในการศึกษา 
      จากบ้านแดนอีสาน สู่ ภูหนาวสูงแห่งเหนือนั้น..

                สุดหัวใจเธอละไมละเมียด นุ่ม
         ฝันว่ากุมมือคุณแนบแอบลมหนาว
         เสื้อแจ๊คเก็ตเพียงตัวเดียวเรียวพริ้วพราว
          ใช้นานยาวจะห่มคุณ...อุ่นด้วยกัน

          วันที่เธอบรรยาย ว่าค่าเล่าเรียนไม่พอ..เธออาจต้องหยุดเรียนเพื่อไปทำงาน.....ฉันก็เจ็บปวดไปกับเธอ
        ฉันอยากกอดเธอไว้ อยากโอบล้อมเธอเบาๆอยากร้องไห้ไปกับเธอ

        เธอไม่ได้ร้องไห้..

  บางครั้ง วันที่ฉันเครียดเรื่องร้าน เรื่องหุ้นส่วน เรื่องงานกลางวัน เรื่องอะไรจิปาถะ
 ฉันก็หมุนมือถือไปคุยกับเธอ...เสียงเธอเหน่อๆ อ่อนเบา   ซื่อ..สมกับคนเรียนทางการปกครอง..
.เธอระมัดระวังตัวว่าคุยกับใครอยู่...
เราต่างกันมากมายเธอย้ำเสมอ...
ฉันพูดถึงความฝันที่จะพิมพ์หนังสือรวมเล่ม เล่าให้เธอฟัง 
ถึง การแปะกระดาษสาด้วยกลอนที่ฉันพิมพ์มาจากเครื่องเลเซอร์ที่ร้าน และ เจาะเอง เย็บเอง
             วันหนึ่งอาจจะแจกในงานศพตัวเองก็ได้ 
     ฉันพูดกับเธออย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไรเท่าไหร่...
.ฉันอยู่กับ เรื่องจิตวิญญาณ จน ซึมซับ ถึงลักษณาการ ผ่านมิติ
เหมือนเปลี่ยนเสื้อผ้า ยามเปลี่ยนภาวะชีวิต..
.........
..............มันคงเศร้าสำหร้บเธอ..สงสารเธอจัง
                 แต่เธอก็อยากได้รวมเล่มของฉัน เธอบอก อยากได้จริงๆ

                 ที่รักคุณบริสุทธิ์หัวใจใสเหลือล้ำ
               ทุกถ้อยคำคุณบอกเล่าเขลาไหมนั่น
               คนเราเกิดแล้วต้องตายกันสักวัน
                แต่กวีนิพนธ์ซึ่งคุณรำพัน...สวย..อ่อนเยาว์

       กวีบางคน..ถามว่า ความทุกข์อะไรของฉันหนักหนาหรือ เขาจะช่วยได้ไหม
           ไม่ได้หรอก ฉันตอบอย่างสุภาพ นี่มันเรื่องเกี่ยวพันมาจาก ธุรกิจ
 จำนวนเงินมันมากมายมหาศาลสำหรับบางคน 
เพราะมันประกอบไปด้วย อสังหาริมทรัพย์ไม่ต่ำกว่าสามแห่ง
 ที่ติดพันกันอยู่...ตัวเลขมันมากมายเกินประมาณ เทียบกับระยะเวลาที่ผ่านไป...
                ....ไม่ เอ้อ..ไม่เครียดหรือ...? เธอถาม ด้วยความว้าวุ่น 
           เธอบอกว่า 
         เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเล็กไปถนัดใจเมื่อฟังเรื่องภาระของฉัน...
                 เธอบอกว่า ที่บ่นตีโพย ตีพาย เรื่อง ขาดเงินขาดทอง นั้น หายไปเป็นปลิดทิ้ง เมื่อรู้เรื่องของฉัน...ซึ่งเทียบขนาดแล้ว เธอเป็นแค่จุลินทรีย์
             
                     ดอกไม้ดอกนี้พี่ให้
             เด็ดทั้งใบทั้งก้านส่งให้เจ้า
            ฝากรักลมเหนือเผื่อจะเบา
             ขุดจิตใจเหงามาแบ่งปัน
                                      
ถามนิดเถอะน่ะ เธอว่า
         ..**คุณอยู่ได้อย่างไร ในปัญหาขนาดหนักอย่างนี้**
                 **อยู่ได้ เพราะได้เขียนกลอนไงล่ะ 
ได้โยนตัวเองเข้าไปในโลกแห่งความฝัน อันสวยงาม สดชื่น.
..แล้ว ความทุกข์ก็ค่อย ลางเลือนไปทีละนิด..**

ผมไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนแกร่งปานคุณมาก่อนเลย...เธอครางเสียงแหบโปรย......

                  สวนดอกไม้แห่งบทกวีของฉันนั้น งามจรุงใจเหลือเกิน...
เต็มไปด้วยสีสันเจิดจ้านานาชนิด... 
แต่สีสันอ่อนเบาหวิวไหวนั้น ไม่เคยมีใครทำได้เช่น เธอเลย
        ไม่ว่าเธอจะบรรยาย ด้วยตัวอักษร หรือ น้ำเสียงทางสายของเธอก็แล้วแต่
            มันเป็นน้ำเสียง ลีลา และ ตัวอักษรที่จริงใจมาก...จนฉันอยากจะเดินจับมือ จูงมือเธอไปชมสวนดอกไม้ด้วยกัน.   
..ไม่หรอก ฉันไม่มีวันทำเช่นนั้นในโลกจริง

             เธอยังมีสิทธิ์เต็มร้อยในโลกจริง แต่ในโลกฝัน บทกลอนเธอสวยหวานละลานตาเหลือเกิน.....

                      ฝากลมพรมรักอักษรา
              ผ่านภูสูงเสียดฟ้า...ในคืนฝัน
              โอบกอดเธอไว้ในคืนวัน
                ห่มจิตใจนั้นให้คลายตรม

         **คุณไม่คิดจะมาอยู่ทางนี้บ้างหรือ..?**
             บางวันเธอก็ถามฉันมาเช่นนั้น.....เผือว่ามันจะทำให้ปัญหาคลายลง
            **คงไม่หรอก...ยังไม่เคยหนีปัญหา...เป็นหน้าที่จะต้องเผชิญมันทุกขั้นตอน....คุณเรียนกฎหมาย...คุณก็น่าจะทราบขั้นตอนของมันดี..มันก็แค่การฟ้องศาล  ศาลก็ประทับรับฟ้อง  เมื่อ เจรจาประนีประนอมยอมความได้ ...ชีวิตก็คืนสู่สิ่งเดิม

                ชีวิตอันด้านชาของฉัน
               มันเยือกเย็นอัศจรรย์จนขื่นขม
              มันชาชืดจืดจางร้างระทม
              มันเจ็บบ่มด้วยหมักหมมนานเกินการ

            ไม่เลย...ไม่เคยคิด ..ฆ่าตัวตาย
         ไม่มีทางจะตายง่ายง่าย...โปรดอย่าสงสาร
          เจ้ากรรมนายเวรแค่อยากทรมาณ
           เขาสะใจกับการดูฉันพัง

                     ก็เธอหรือ...เคยหยิ่งทะนงแสนองอาจ
                    ราวภาพวาด...แห่งหญิงสาว...ในมนต์ขลัง
                    ยืนบริสุทธิ์...ผุดอยู่เหนือ..ความรัก...ชัง
                    แต่ตกพลั้ง...เพราะใครบางคน...แค่สะใจ

          แล้วคุณจะทนอยู่อย่างนี้หรือ...?
           ราวนิ้วมือเธอผสานจนชิดใกล้
           น้ำเสียงเธออ่อนเบาอย่างห่วงใย
           ไม่เหลือใคร...ไม่เหลืออะไร.....ไม่เหลือเลย....

       ใครบางคนส่งมือมาให้
      จูงฉันไปสู่แสงสว่าง...ทางเปิดเผย
         นั่งลงนะ....พักบ้าง...อย่างที่เคย...
           วางเถิดคนดี...วางให้หมดเลย....ที่ทุกข์ทรมาณ....
ทิกิ_tiki

...จารผ่านหน้าจอสมองกล
คืนส่งรุ่งเช้า พระอาทิตย์ ๒๗  มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๔๗
   คืนวันที่ฝัน..ละลาย...จุดเยือกแข็ง....
   ๕:๒๕ นาฬิกา ฟ้ายังมืด......คุณอย่ามาทุกข์อะไรกับฉันเลย..ช่างมันเถิดนะคะ..
                           .....ฉันกระซิบบอกคุณในฝัน...
ฉันเพียงรำพึงถึงคุณ...ในสางฝัน
สู่งานเต็มบทที่ เรื่องสั้น
http://www.thaipoem.com/web/scoopdata.php?id=2713				
Calendar
Lovers  1 คน เลิฟtiki
Lovings  tiki เลิฟ 2 คน
Calendar
Lovers  1 คน เลิฟtiki
Lovings  tiki เลิฟ 1 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟtiki
Lovings  tiki เลิฟ 0 คน