26 เมษายน 2548 17:37 น.

บ้านในฝัน..ที่ฉันไม่เคยมี

tiki

บ้านในฝัน..ที่ฉันไม่เคยมี


         ในชีวิตเกิดมาถึงครานี้
อยู่กับบ้านครอบครัวมีกี่เคหา
บ้านกี่หลัง..เพราะจำเป็น..ต้องอยู่มา
เคยล้ำค่าตึกสามหลัง...ยังเคยมี

      มีบ้างไหม...บ้านในฝัน...อันเย็นชื่น
ลมระรื่น...กลางทุ่ง..ไกลกรุงศรี
บ้านแห่งนั้น....พฤกษชาติ ชื่นทั้งปี...
เขียวแมกไม้...ล้อมชีวี...ที่พักกาย

      อยู่ไม่ไกล..ใกล้ศาลา..กลางจังหวัด
ไยข้องขัด...ราวบ้านนอก..คอกวัวหาย
ฉันเบิ่งมอง...ท้องน้ำ...จ้ำกระจาย
รู้สึกคล้าย...กรรมบิด...ลิขิตมา.

      รักสิ่งใด...มิได้..ในสิ่งนั้น
มิรักเลย....ผกผัน...ต้องพบหน้า
รักเหลือแสน..กรรมสนอง...ผองไกลตา
รักล้นฟ้า...ยิ่งห่างล้น...พ้นฤดี

        ชาติใดนะ....ฉันจะมี...หรือ...ที่อยู่
บ้านของใคร...ถึงสวยหรู..ล้านศักดิ์ศรี
เทียบไม่ได้..บ้านของเรา...เศร้า..ชีวี
ฤามิมี...บ้านฉัน..รำพันใจ

         อยู่บ้านใคร...ใช่บ้านเรา..นั้นเศร้าหมอง..
ต่อให้เงิน...ก่ายกอง...มิผ่องใส
ความสุขบิน...หายวับ....ลาลับไกล
ฝันร่ำไร...บ้านฉัน...ฝัน...จน...ตาย


       ทิกิ_tiki
วันที่มองไปในภาพสีซีดๆของกระท่อมในฝันที่ฉันมองอยู่
ในความคิดคำนึง....เวลาที่ลง ๑๖:๔๐ นาฬิกา
บ่ายวันอังคาร ๒๖ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๔๘

บ้านในฝัน..ที่ฉันไม่เคยมี


(หมายเหตุ เว็บเป็นไรไปไม่ทราบ รอให้ลงได้เวลาหน้าจอ
.........๑๗:๐๕ นาฬิกาพอดีเลยค่ะ)				
25 เมษายน 2548 19:57 น.

แผ่นดินทอง....บ้านแห่งฝัน

tiki

แผ่นดินทอง....บ้านแห่งฝัน

ปล่อยเวลาไป..ตาม..ลมร้อน

        เช้าวันจันทร์วันนี้ดูทีท่า
มองฟ้าแผดแสงแรงสูรย์ส่อง
นึกจะไปมิใคร่อยากหลากเหงื่อนอง
หันมามองห้องชั้นบน..วนโต๊ะงาน

       มองทางซ้าย..ย้ายสิ่งของ..กองทางขวา
หันไป ก็หันมา..น่าสงสาร
ทิ้งสมบัติเกลื่อนกล่นบนวิมาน
หอบเพียงแค่..กรองกานท์..ยังหอบมา

      มีบางอย่างหยิบอยู่...ดูมิเด่น
สีน้ำตาลกรอบเน้นอยู่ข้างหน้า
เป็นกระดาษตราครุฑผุดลักษณา
เรียกขานว่า โฉนด...เคยโปรดปอง

  
       แสนละเหี่ย..เพลียใจ..ในชาตินี้
มีก็เหมือน..ไม่มี..อยู่ซ้ำสอง
ใบอนุญาต..สร้างถิ่น..แผ่นดินทอง
เดินวนจ้อง....มิมีทาง...ให้สร้างเลย

      ถือโฉนด..มูลค่า กว่าหลายล้าน
คำอนุญาต..ปลูกบ้าน..ให้เคียงเขนย
แต่น้ำท่วม...ตลอดทาง..ช่างชวดเชย
หัวเราะเย้ย...หยันฟ้า...ฤๅปรานี

.  ใครเล่าจะมีปัญญามาสร้างบ้าน
สร้างวิมานลอยน้ำให้เสียศรี
มองโฉนด...โปรดประทาน..งานทุกปี
ยังถมที่ไม่พอ..ขอพ้อ..ดวง...


ทิกิ_tiki
วันที่หยิบโฉนดแผ่นแรกในชีวิตที่คิดซื้อหามาเป็น
ชื่อตนเอง ยี่สิบห้าปีที่ผ่านมา...กว่าจะต่อสู้
เพื่อจะได้สร้างบ้านสักหลัง....หลวงก็ไม่ให้สร้าง
เพราะ บอกว่า ติด จะต้องอยู่ในเส้นทางผ่านหน้าตำหนักนนท์
ครั้น 7 ปีที่แล้ว ไปติดต่อ ว่าไม่มีใครอยากได้เส้นทางนี้แล้ว
งั้น ขอท่านช่วยอนุญาตให้สร้างสักที...

             ค่าถมที่วันนั้น..ช่างก็ว่า ถมทั้งถนนให้ชาวบ้าน
เขาเข้าไปที่เรา ก็คงเป็นล้าน...เข่าอ่อนไปเลย
กำใบอนุญาตปลูกบ้าน แล้วตาลาย..ตรงที่ ยี่สิบปีนั้น
น้ำมันท่วมขึ้นเรื่อยๆ...ทั้งที่ ทั้งทางเข้าที่ ล้วนจม
ใต้น้ำ เคยนำรถไปถมอิฐ ถมไป ห้าคัน ได้ความกว้าง สองเมตร
ได้ ความยาวถนน แค่ หนึ่งเมตรหมดไป ห้าพันบาทแล้ว
คำนวณว่า กว่าจะถึงที่ ก็คงหมดค่าถนนเป็นหลายแสน
ไหนจะต้องไปถมที่ตนเองให้พ้นน้ำอีก
           ทิกิ หัวเราะให้โชคชะตาฟ้าดิน...จริงๆค่ะ

ที่ดินแปลงนี้..เป็นที่รักแต่แรก ซื้อ ..ฝันว่าจะมีบ้านของตัวเอง
เป็นถิ่นอิสระเสรีของตนไม่ต้องไปอาศัยใครอยู..
แต่ไม่เคยได้มีโอกาสเข้าไปสร้างบ้านอยู่เลย.
.คิดแล้วช้ำจริงๆ...ฮาไม่ออกเลย..งานนี้


แผ่นดินทอง..
จากใจที่ช้ำจัง...

      เขียนจบเมื่อเวลา ๑๙๒๕ นาฬิกา คืนพระจันทร์
๒๕ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๔๘...
ห้องคอมพิวเตอร์คุณลูกชาย...ณ บ้านสวน..นนท์


      ทิกิ_tiki				
24 เมษายน 2548 19:24 น.

ดับร้อนวิวาทะ

tiki

ดับร้อนวิวาทะ

      การไปอ่านงานคนอื่นไม่ชื่นชม
ชีวิตเอย..ไยขม...ประมาณไหน..
แต่กระนั้นควรหรือ..ถือหัวใจ
มาเทให้..ทั้งเมือง..เขาเลื่องลือ

     ขอชิดซ้ายอีกครั้ง..นั่งหน้าจอ
ต้องทำหน้า ป๋อหลอ..ล้อหนังสือ
เออกระไร..ถ้อยนั้น..ลั่นระบือ
ผู้คนฮือ..แตกตื่น...กันครืนโครม   

    ยกมือขึ้นไหว้พระ..ตั้งนะโม
หยิบน้ำมนต์ ขันโต ..ดับไฟโหม
แต่น้ำมนต์หยิบมือ..ไฟมิโทรม
บาตรน้ำมนต์หล่นโครมทับคนมอง

     รีบแอบปิดประตูรูหน้าต่าง
ห่มผ้าห่มครวญครางอย่างหม่นหมอง
ขออย่าได้รับรู้..ลู่ประลอง
เลิกจดจ้อง..แจกจ่าย..ขยายความ 

    จะไหว้พระสวดมนต์ให้ดลจิต
เทพนิมิต..หยุดวาทะ..เขา..นะ..พล่าม
ข้าฯไม่รู้ ข้าฯ ไม่เห็น..เป็นนิยาม
สุดจะตาม..แลดู..มิคู่ควร

       ขอให้เป็นเช่นสุดท้ายที่หมายเห็น
หยุดประเด็นข้องขัดปัดกระสวน
เลิกกันเถิด..แพ้..ชนะ..ละตี..รวน
จิตแพทย์ เชิญทบทวน...กระทู้บน 

             ขอฝากความยามร้อนจัด...กรุงฯ ขัดข้อง
ผู้คนร้อง ฮือฮา..ร้องหาฝน
เชิญทวยเทพ เทวดา..นภาดล
ปล่อยน้ำเย็น..รดคน...คลายที่ชัง

     ..เปิดวาทะ หนึ่งไปสองสามไปสี่
มิยินดี..หากเบิกความตามไปหลัง
ล้วนแหกคอก..บอกตะลึง...พรึงเพริดดัง
สุดจะรั้ง...ฤทธิ์แรง...เธอแผลงกัน 

      ....หมดปัญญาเขียนวาทะพระพจน์แก้ว
ต้องเขียนแนวร้อยกรองสนองสวรรค์
เชิญเทพไท้เทวามารำพัน
จบจำนรรจ์..เท่านี้...พี่ไหว้ลา

      ยามบ่ายวันนี้ ไปดูกระทู้วิวาทะบ้านอื่นไม่ค่อยรืนรมย์
เลยบ่มเป็นกลอนมาดังที่เห็น
หยิบมาเก็บรวมไว้บ้านThaipoem.com สักพักขอบคุณ

ทิกิ_tiki				
23 เมษายน 2548 22:20 น.

***ฤาพี่มิสบาย**?

tiki

ห่างไป...เจ็บ..ไม่อ้อน

     มีบ้างไม่สบายอยู่หลายหน

สิ้นเดือนดลไปรับเงินลูกค้าใหม่

ถือเช็คเบิกธนาคารวานเร็วไว

ออกมาเจอ..ตออะไร..หัวทิ่มพลัน


        มือแขนขาเจ็บพร้อมผลิจิตมิว่าง

เป็นมือข้างขวาต้องเขียนเพียรจิตมั่น

ต้องเซ็นเช็ค..ถือเงิน ..สารพัน

ปวดร้าวนั้น..ต้องทน..มิบ่นไป


       แต่กระนั้น..มันก็เป็นเช่นผลกรรม

หวนกระหน่ำ..เจ็บพุง..กันยกใหญ่

เพราะยกของฉุดกระชากลากทันใด

โดดขับรถไปโดยไว..ทั่วปฐพี


       เป็นหญิงเหล็ก..ตัวไม่เล็ก..ห้ามออดอ้อน

เจ็บก็นอนหลับซะ..มารศรี

ยามกลางวัน...ร้อนเหงื่อไหล..ไข้กาลี

เมษานี้...คล้ายนรก..ผกมาเยือน


         แต่ต้องทนห้ามบ่นนะ..ประสายาก

ทนลำบากอีกสักนิดเถิดนะเพื่อน

เดี๋ยวก็ดีมีเงินล้านงานมาเตือน

คงใช้หนี้ได้ทุกเดือน..ใบวางมา...


       จึงตอบความว่าทุกยามที่ห่างหาย

ปวดเจ็บกาย..ข้างซ้าย และ ข้างขวา

ปวดข้างบนจนถึงล่างอย่างทุกข์ครา

เยือนทุกท่า...ยามวิบากกระชากใจ


       พี่ก็อดก็ทนจนที่สุด

รับกรรมเก่าเร้าเร่งรุดผุดภพไหน

มาวันนี้...ดีนิด..คิดอภัย

ตอบคำไข...ดาหลา..ปะการัง


     ถามว่าเจ็บป่วยไหม?...ไขข้อตอบ

ชอบมิชอบ ทนทุกข์...ทั้งลุก_นั่ง

อดทนไว้..ใจต้องสู้...อยู่ลำพัง

ชนะตน..เรียกพลัง..ทั้งใจ_กาย...

       
     ห่างไป...เจ็บยังไง...ก็..ไม่อ้อน

อ่านกลอนดาหลา หาสหาย

ถามคำเดียว***ฤาพี่มิสบาย**?

ตอบยาวคล้าย...รอให้ถาม...ตามเคยชิน


ทิกิ_tiki
เลยตอบยาวต้องมาไว้หน้านี่ค่ะ

ขอบใจมิตรรักไทยโพเอ็ม ไทยโพม ดอท คอม ทุกท่าน
ความห่วงใย น้ำใสใจจริง ของพวกท่าน
ประทับใจข้าพเจ้าทุกชั่วยาม				
23 เมษายน 2548 15:46 น.

จากข้าฯ ถึง *อาอี๊*

tiki



       เรียนอาอี๊ ข้าฯ นี้ เพียงตัวน้อย
ชื่อกระจ้อย...ไร้ศักดินา..ยศฐาเด่น
เขียนกานท์กลอน...ด้วยอ่อนใจ..ไร้ประเด็น
เพียงมุ่งเน้น...ฝากกลอน...ไว้ก่อนวาย

       จึงมิได้ใคร่ดีศักดิ์ศรี..ยศ
จะปรากฏ...ไม่ปรากฏ..ฤาหดหาย
ก็เพียงชื่อ..ขอย้ำทำ..ช้ำใจกาย
ยกเชิดท้าย..คล้ายแกล้ง..ให้คนชัง

       จึงขอเรียนเวียนอีกหน..คนมักน้อย
เพียงตัวจ้อย..มาเขียนงาน..พานความหลัง
จึงน้อยใจ...ใครหนอแกล้ง...แช่งประดัง
ยกชื่อข้าฯ...ดีเด่นดัง...เกินความจริง

       *จงทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย*
ปราชญ์สอนไว้...แต่ก่อนเก่า..เงาทุกสิ่ง
ยกเกินมาด..*ราชองครักษ์*...เหมือนหักทิ้ง
ข้าฯ ดำดิ่ง....ก้นบ่อ...รอดาบ...ตาย

ข้าฯ เป็นเพียง..คนธรรมดา..ชั้นสามัญ
ใช่กวี..ศรีสวรรค์....ประจันหมาย
ยกเกินเลิศ...แกล้งเชิด...เหมือนเสียบปลาย
แขวน..รอ..เขี้ยว...ขยุ้มกาย...มิปรานี

      ด้วยอึดอัด...สารพัด...ล้วนขัดข้อง
เหมือนลิ้มลอง...ลูกกวาด...ราดพิษ..สี.
ทำเป็นซื่อ..เสมือนถือ...ว่ายินดี
แท้ทั้งนี้....ลากไปเอี่ยว...โดนเขี้ยวคม...

      ข้าฯ สังเกตมาก่อนหน้า...ทำสารพัด
มีบางคน*..บ้าบ่นชัด...ไม่เหมาะสม
เข้าในจอแล้วร้องท้า...ประคารม
ชนมิชม...ชวนมาด่า...ท้าประลอง

       แล้วกลับมา...ชมข้าฯ ...ว่าดีเลิศ
ช่างประเสริฐ ...เป็นกวี....มิมีสอง
ท่านลองอ่าน...แล้วตามนึก...ตรึกทำนอง
เล่ห์ทั้งผอง....ใครตกหลุม...ถูกรุมตี

       เป็นทุกอย่าง...มาทุกทาง...เหมือนแกล้งข้าฯ
หากว่าไร้เดียงสา..คงเสียผี
ท้าเขารบ..ชวนเขาด่า..ทั้งธานี
แต่มารัก...ชมข้าฯ นี้...สยองจริง


        ขอเขียนบทกวีเช้านี้อันอึดอัดใจ...คิดว่าเห็นยี่เกละคร
เล่ห์พิษร้ายยุคใหม่..ในวรรณภพ
ใครบางคน...โผล่มาปรากฏตัวในจอเว็บ
ช่วงข้าฯ เข้าไปเขียนกลอนที่นั่น..
.ไปถึงก็ป่วนเว็บให้คนด่ากันทั่วไปหมด...(ขอปิดชื่อคนนั้นไว้ก่อน)
ต่อมา ..ภายในหนึ่งสัปดาห์ ..กลับเขียนชมข้าฯอย่างเลิศเลอ
จนน่าพิสดาร....พอสร้างสถานะการณ์ให้คนหมั่นไส้ข้าฯ ได้สมใจ
ก็ มาเขียนกลอนอ้อนบอกทุกคนว่า...
มีความจำเป็นเล่นเน็ทไม่ได้ ต้องหายไปจากเว็บชั่วกาล
คนประเภทนี้ ...ถ้าไม่ได้ถูกจ้างมาเพื่อล้างข้าฯไปจากวงการ
ยุทธภพ วรรณกรรมไซเบอร์ แล้ว...
จะมาเพื่ออะไร ?

ฤา ว่าเพราะความหมั่นไส้ที่ข้าฯ เด่นดังเกินตัว...ไปแล้ว
คนเข้ามาอ่านกระทู้มากเกินไป...เลยมาเล่นงิ้ว...ด่ากราด
ชวนทะเลาะเขาไปทั่ว...แล้วมาชมข้าฯ เพียงผู้เดียว
ให้ข้าฯ ถูกเกลียดชังฟรี

บทนี้...ข้าฯ เห็นเขาเล่นกับข้าฯ หลายที่เชียวนะ...

ท่านคิดดูสิ...ว่าคนธรรมดาสามัญ..เพิ่งเข้าไปในเว็บใดใหม่ๆ
จะกล้าไปท้าตีท้าต่อย ด่าว่าทะเลาะวิวาทกับเขาไปทั่ว
ทำเหมือนคนโรคประสาทไม่ปานหรือ ?

ที่ข้าฯเขียนนี้...เป็นเกี่ยวกับคนในกระทู้บน อยู่นิดเดียว
แต่มีพาดพิงถึงอีกคน เมื่อประมาณ กลางปีที่แล้วเข้าไปทำเช่นนั้น
กับทุกคน แล้ว มาใหม่ ...วาจาดุเด็ดเผ็ดมันเตลิดเพริด...
เหมือนวางบ่วงให้ข้าฯ หลงไปติดกับ...

.........แล้วมันน่าขำ ที่อยู่ๆ ก็หายไปจากหน้าเว็บ...
ทิ้งร่องรอยประเภท ...** นังบ้าที่ไหนไม่รู้ มาด่าเขาทั่วเว็บ
แต่ไปโปร ยายทิกิ_tiki นั่นคนเดียว..**... .แถมไปโหวตลงชื่อ
ยกให้..ข้าฯ เป็น กวีคนดังของเว็บเขาไปอีก...เฮ้อ

เขียนด้วยความละเหี่ยใจ...ในความเป็นไปอันน่าสยองขวัญ
เป็นมือสังหารดับข้าฯ อย่างเก่งกาจ...เหลือเชื่อจริงๆ

บันทึกไว้ ว่าจะตอบ อาอี๊ ในหน้าจอมยุทธ
แต่ จะนำไปวางทุกบ้านที่ข้าฯ ไปแล้วค่ะ

จากใจ....*( คนที่ถูกยกให้เป็น.)..*คนดัง*...* 
โดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่..............


: ทิกิ_tiki.unlogged_in: วันเสาร์ ที่ 23 เม.ย. ปี 2005 [ เวลา 10 : 24 ] 
 เขียนไว้ที่อีกเว็บ
เลยนำลงมาที่นี่
ฝากไว้ด้วยบ้านไทยโพม เสมือนที่รวมกลอนข้าพเจ้า

   เรื่องมันอาจจะหลายเดือนผ่านไปแล้วก็จริง
แต่ฝังใจลีลา  เข้าไปด่ากราดทุกคนหาเรื่องเขาไปหมด
แล้วอยู่ดีดี หันมาชมเยิรยอข้าพเจ้าเพียงผู้เดียว...เสียวสยองยังมิหายเลยค่ะ

     ขออยู่คนเดียวเงียบๆกับงานกลอนจากใจข้าพเจ้าไปเรื่อยๆแล้วกัน
ขอบคุณเว็บไทยโพมที่มีที่ให้ข้าพเจ้านำกลอนที่ใดๆมาฝากไว้ที่นี่ได้

ทิกิ_tiki				
Calendar
Lovers  1 คน เลิฟtiki
Lovings  tiki เลิฟ 2 คน
Calendar
Lovers  1 คน เลิฟtiki
Lovings  tiki เลิฟ 1 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟtiki
Lovings  tiki เลิฟ 0 คน